
ผวาน้ำมันโลกพุ่งฉุดเศรษฐกิจไทย"ธปท.-ก.ล.ต."ชี้ปัจจัยเสี่ยง-ตะวันออกลางวุ่นหนัก
ธปท.กังวลความวุ่นวายในตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันพุ่งสูงกระทบต่อเศรษฐกิจไทย "ธีระชัย" ชี้ราคาน้ำมันเป็นปัจจัยเสี่ยงมากที่สุด เตือนผู้ประกอบการรับมือต้นทุนเพิ่มขึ้น สมาคมค้าทองระบุนักลงทุนกังวลปัญหาตะวันออกกลาง ขายสินทรัพย์อื่นถือทองคำแทน หนุนราคาแนวโน้มขา
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากเหตุการณ์ประท้วงที่รุนแรงขึ้นในประเทศลิเบีย โดยเฉพาะในเรื่องราคาน้ำมัน เพราะลิเบียเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ หากราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นสูงมาก ก็อาจกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกด้วย ส่วนผลกระทบทางตรงกับประเทศไทยคงไม่มี เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลจากประเทศไทยค่อนข้างมาก และการค้าขายระหว่างกันก็แทบไม่มี
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเมษายนพุ่งขึ้น 1.20 ดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 106.94 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากพุ่งแตะ 108.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันก่อนหน้า ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ความท้าทายในการบริหารความเสี่ยงปี 54" จัดโดยสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ว่าผู้ประกอบการภาคเอกชนจะต้องเตรียมรับมือกับปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยปัจจัยที่น่าห่วงจะมาจากต่างประเทศ 4 ปัจจัย ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงการเมืองในตะวันออกกลาง ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร การปรับตัวทางเศรษฐกิจของประเทศจีน และวิธีการแก้ปัญหาหนี้ภาครัฐในยุโรป
"ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญสุดก็คงจะเป็นปัญหาราคาน้ำมัน ที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในตะวันออกกลาง ซึ่งหากปรับเพิ่มขึ้นจะทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ซึ่งภาคเอกชนจะต้องเตรียมรับมือ พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อที่จะมีอำนาจต่อรองกับผู้บริโภค" นายธีระชัยกล่าว
ด้านนายพิชญา พิสุทธิกุล เลขาธิการ สมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในระยะสั้นจากปัจจุบันไปจนถึงประมาณกลางเดือนมีนาคม 2554 เพราะนักลงทุนมีการขายสินทรัพย์อื่นแล้วหันไปถือทองคำแทน ดังนั้นในระยะสั้นมองว่าราคาทองคำตลาดโลกมีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ 1,420-1,430 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ในขณะที่ราคาทองคำในประเทศมีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ 20,500 บาท
"ความไม่สงบทางการเมืองในตะวันออกกลางทำให้คนมีความกังวลว่าอาจจะมีผลต่อการขุดเจาะน้ำมันหรือการขนส่งน้ำมัน จึงทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมาจาก โดยมีการมองว่าราคาอาจจะไปถึงระดับ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรลได้ แต่ก็ในระยะสั้นเท่านั้น การที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นก็ทำให้มีความคิดว่าราคาสินทรัพย์อื่นรวมทั้งทองคำก็น่าจะปรับตัวขึ้นตามด้วย ทำให้ภาพในระยะสั้นของทองคำยังดูดีอยู่” นายพิชญากล่าว



