ข่าว

ไฟเขียวต่ออายุลดค่าครองชีพถึงมิ.ย.

ไฟเขียวต่ออายุลดค่าครองชีพถึงมิ.ย.

23 ก.พ. 2554

ครม.เห็นชอบต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพ ค่าไฟ-ค่ารถเมล์-ค่ารถไฟฟรีอีก 4 เดือนถึงมิ.ย.นี้ ส่งผลรัฐควักกระเป๋าเพิ่มอีกกว่า 9 พันล้าน นายกฯ สั่งศึกษารถไฟ-รถเมล์ฟรีถาวรซ้ำรอยไฟฟ้าฟรี

             นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน 3 มาตรการ ได้แก่ ค่าไฟฟ้าฟรี ค่ารถเมล์ฟรี และค่ารถไฟฟรี  ซึ่งจะหมดอายุลงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ออกไปอีก 4 เดือน หรือสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2554 ขณะที่เดิมกระทรวงการคลังเสนอให้ขยายเวลาออกไปเพียง 2 เดือน หรือสิ้นสุดเดือนเมษายนนี้
 
           "นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เป็นผู้เสนอครม.ให้ขยายระยะเวลามาตรการลดค่าครองชีพจาก 2 เดือนเป็น 4 เดือน เนื่องจากต้องการเก็บฐานข้อมูลเพื่อใช้ประเมินโครงการใช้ไฟฟ้าฟรีถาวร ซึ่งครม.เห็นชอบและให้ครอบคลุมถึงมาตรการค่ารถเมล์และรถไฟฟรีด้วย" นายวัชระกล่าว
 
          ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายกรณ์ไปพิจารณาแนวทางและความเป็นไปได้ในการทำให้มาตรการรถเมล์ฟรีและรถไฟฟรีเป็นมาตรการถาวรเช่นเดียวกับโครงการไฟฟ้าฟรีถาวร โดยนายกรณ์ยังรายงานให้ ครม.รับทราบว่าวงเงินงบประมาณที่ใช้ชดเชยโครงการไฟฟ้าฟรีจากข้อมูลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) พบว่าตัวเลขครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้าฟรีในพื้นที่บริการของ กฟภ.ลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจดีขึ้นทำให้มีครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าเกินกำหนดมีเพิ่มมากขึ้น
 
          สำหรับการดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ระยะที่ 1-5 ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552-31 ธันวาคม 2553 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 3.25 หมื่นล้านบาท หากรวมกับค่าใช้จ่ายตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพระยะที่ 6 วันที่ 21 ธันวาคม 2553 วงเงิน 3.08 พันล้านบาท จะทำให้ค่าใช้จ่ายที่ใช้เพิ่มเป็น 3.56 หมื่นล้านบาท และวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณชดเชยให้รัฐวิสาหกิจแล้วเป็นเงิน 1 หมื่นล้านบาท  โดยหากมีการต่ออายุมาตรการออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการต่างๆ จะอยู่ที่เฉลี่ย 1.4-1.5 พันล้านบาทต่อเดือน ทำให้รัฐบาลมีภาระเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 9 พันล้านบาท