ข่าว

ข้าวไทยแพ้เวียดนามชิงเค้กอาเซียนชาวนาไม่รู้จักเออีซี

ข้าวไทยแพ้เวียดนามชิงเค้กอาเซียนชาวนาไม่รู้จักเออีซี

23 ก.พ. 2554

ม.หอการค้าไทยระบุข้าวไทยหมดสิทธิ์แข่งเวียดนามหลังเออีซีมีผล โชว์ผลสำรวจชาวนาไม่รู้จักและไม่เข้าใจเออีซี ด้านชาวนาอยุธยาปิดถนนประท้วงร้องรัฐเพิ่มประกันราคาข้าวเปลือกเป็น 1.4 หมื่นบาทต่อเกวียน ขู่เตรียมเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ วงการค้าข้าวชี้ราคาในประเทศไม่ได้

 นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลการศึกษาเรื่อง "ผลกระทบของเออีซี ต่อเศรษฐกิจข้าวไทย" ว่า จากการสำรวจการรับรู้และความเข้าใจของชาวนาไทย และโรงสีพบว่า ชาวนาทั้ง 100% ที่ทำการสำรวจยังไม่รู้จักและไม่เข้าใจรายละเอียดของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งผลการศึกษาชี้ว่าการส่งออกข้าวไทยในตลาดอาเซียน ที่มีเวียดนามเป็นคู่แข่งสำคัญนั้น เวียดนามจะได้ประโยชน์จากเออีซีมากว่าไทย เพราะครองตลาดข้าวในหลายประเทศ

 ปัจจุบันเวียดนามเป็นผู้ครองตลาดข้าวสารในอาเซียน นับตั้งแต่ปี 2548 มีมูลค่าส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ในอาเซียน เนื่องจากคุณภาพของข้าวไทยและเวียดนามมีคุณภาพไม่แตกต่างกัน ขณะที่ราคาข้าวขาวของเวียดนามต่ำกว่าไทยอยู่ประมาณตันละ 125 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น ไทยจะต้องประชาสัมพันธ์ทางการตลาดข้าวและเจาะข้าวระดับบนแทน โดยต้องให้ผู้บริโภคสามารถเห็นความแตกต่างด้านคุณภาพระหว่างข้าวไทยและข้าวของเวียดนามได้

 ขณะที่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ กลุ่มชาวนาจากหลายอำเภอใน จ.พระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียงประมาณ 1,000 คน มารวมตัวกันที่บริเวณด้านข้างศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเรียกร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือปรับราคาประกันราคาข้าวเปลือกจาก 1 หมื่นบาทต่อเกวียนเป็น 1.4 หมื่นบาทต่อเกวียน และให้รายละ 40 ตัน แต่ปรากฏว่าตั้งแต่เช้าไม่มีตัวแทนภาครัฐออกมารับเรื่องร้องทุกข์ ชาวนาจึงได้พากันนำรถยนต์บรรทุก และรถปิกอัพ เคลื่อนออกไปตามถนนสายเอเชีย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรตั้งแต่แยกเลี่ยงเมืองพระนครศรีอยุธยา ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน

 ขณะที่นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย พร้อมด้วยแกนนำเกษตรกรอีก 20 คน เดินทางไปพบกับปลัดกระทรวงพาณิชย์และกรมการข้าวเพื่อรับฟังความช่วยเหลือ ซึ่งหากยังไม่มีการตกลงก็ยืนยันที่จะปิดถนนต่อไปและอาจจะเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ

 รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกภายในประเทศตกต่ำลงอย่างมาก เนื่องจากการระบายข้าวในสต็อกรัฐบาลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ปริมาณรวม 5 ล้านตัน ยังคงอยู่ในประเทศมีการส่งออกจริงเพียง 5 แสนตัน ส่วนที่เหลือเป็นการขายให้ผู้ผลิตข้าวสารบรรจุถุง ทำให้ราคาในประเทศไม่ขยับมากนัก

 ด้านแหล่งข่าวจากวงการค้าข้าวระบุว่า ขณะนี้ราคาข้าวในประเทศไม่ได้ตกลงมากนัก แต่ดีขึ้นจากเดือนธันวาคม 2553 เห็นได้จากราคาชดชยส่วนต่างรายได้ ที่รัฐบาลจ่ายให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเดือนธันวาคมอยู่ที่ตันละ 1,500-1,600 บาท แต่ขณะนี้จ่ายชดเชยส่วนต่างเพียงตันละ 1,330 บาทเท่านั้น ส่วนการเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มเงินประกันรายได้ข้าวเปลือกเจ้าจากตันละ 1 หมื่นบาท เป็น 1.4 หมื่นบาทนั้น ไม่มีเหตุผลเหมาะสม เพราะเป็นราคาที่สูงเกินจริง