
คนรากแก้วความสำเร็จขององค์กร
เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมมีโอกาสไปร่วมงานเสวนาพิเศษที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยมีชื่อหัวข้อที่น่าสนใจว่า กลยุทธ์สร้างคน เพื่อความสำเร็จในองค์กร วิทยากรก็คือ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ เจ้าของเซเว่น อีเลฟเว่น เมืองไท
บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยบรรดาผู้บริหาร นักธุรกิจ และผู้สนใจทั้งที่อยู่และไม่ได้อยู่ในแวดวงที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคลต่างก็แห่เข้ามาร่วมฟังกันคึกคักและเป็นจำนวนมากราวๆ กว่า 400 คน เกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จนเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มจำนวนเก้าอี้กันพัลวัน
แล้วอะไรคือสิ่งที่ดึงดูดคนเหล่านี้ให้เข้ามารวมกัน หากไม่ใช่เพราะซีอีโอแห่งซีพี ออลล์ ที่ได้รับรางวัล เบสท์ ซีอีโอ ถึง 2 รางวัลมาการันตีถึงความมีคุณภาพทางด้านการบริหารงานมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ขึ้นมาเผยถึงกลยุทธ์การสร้างคน อันถือเป็นรากแก้วสำคัญ จึงขอนำเคล็ดลับการบริหารคนของเซเว่น อีเลฟเว่นมา “เล่าสู่กันฟัง” ในฉบับนี้
ประการแรก ให้ความสำคัญกับคนที่มีใจรักองค์กรมากกว่าคนเก่ง คนเก่งทำให้องค์กรเติบโตไปได้รวดเร็ว แต่คนที่มีใจรักองค์กรจะทำงานด้วยความทุ่มเท และปกป้องผลประโยชน์ขององค์กร แต่ต้องทำให้เขารู้สึกว่าองค์กรแคร์เขา ดูแลเอาใจใส่ทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เช่น การส่งเสริมและสนับสนุนให้เรียนหนังสือควบคู่กับการทำงาน เพื่อเลื่อนระดับการศึกษาที่สูงขึ้น รวมถึงหน้าที่การงานที่สูงขึ้นตามไปด้วย การดูแลเรื่องปากท้อง และการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ฯลฯ
ประการถัดมาก็คือ การสร้างวัฒนธรรมขององค์กรให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนในองค์กร ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเสาเข็มที่ต้องปักลงไปเรื่อยๆ เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา เช่น คุณค่าร่วมที่ปรารถนาให้ทุกคนมี 7 ประการ ได้แก่ แกร่ง กล้า สัจวาจา สามัคคี มีน้ำใจ ให้ความเคารพผู้อื่น ชื่นชมความงามของชีวิต หรือความสมบูรณ์ของภาวะผู้นำที่จำเป็นต้องมี 11 ประการ ได้แก่ มีความจริงใจ ไม่ศักดินา ใช้ปิยวาจา อย่าหลงอำนาจ เป็นแบบอย่างที่ดี มีความยุติธรรม ให้ความเมตตา กล้าตัดสินใจ อาทรสังคม บ่มเพาะคนดี มีใจเปิดกว้าง เป็นต้น
ซีอีโอ ซีพี ออลล์ อธิบายต่อไปว่า การพัฒนาคนขององค์กรอย่างต่อเนื่องส่วนหนึ่งก็คือการสนับสนุนและส่งเสริมให้คนมีการศึกษาไม่ใช่เพียงแต่ให้เรียนเพื่อรู้ รู้เพื่อสอบ สอบเพื่อลืม แต่ต้องเน้นให้เรียนแบบ work-based learning คือเรียนไปปฏิบัติงานไป เพื่อให้จบออกมาแล้วทำงานได้จริง และตรงกับสายงานที่เรียนมา และที่สำคัญตรงกับความต้องการขององค์กรด้วย ด้วยเหตุนี้ Corporate University จึงเป็นคำตอบในการสร้างคนของหลายๆ ธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต
สำหรับ Corporate University เป็นมหาวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นโดยองค์กรธุรกิจ สอนชีวิตการทำงานจริงตั้งแต่อยู่ในมหาวิทยาลัย เขาจะได้รับการฝึกฝนจากองค์กรโดยตรงเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง มากกว่าสถาบันการศึกษาอื่นๆ ทั่วไป เด็กที่จบจากองค์กรจะเป็นเด็กที่มีประสบการณ์ในการทำงานและเป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพที่หลายๆ องค์กรต้องการ เพราะว่าสามารถเข้าทำงานได้ทันที ไม่ต้องมาสอนงานใหม่ และยังเป็นคำตอบของการแก้ปัญหาเด็กที่มีคุณภาพต่ำในวงการการศึกษาไทยอีกด้วย
เรื่องปัญหาของการขึ้นอัตราค่าจ้างพร้อมกันในปลายเดือนมกราคมของทุกปีก็เป็นประเด็นที่มีการหยิบยกมาพูดในงานเสวนาครั้งนี้ ว่าทำอย่างไรถึงจะลดปัญหาความขัดแย้ง ความน้อยเนื้อต่ำใจ ของบุคลากรที่เกิดจากการล่วงรู้จากการขึ้นอัตราค่าจ้างของกันและกัน ทั้งๆ ที่มีกฎห้ามปรามไว้แล้วก็ตาม ทางออกคือ การบริหารจัดการการขึ้นอัตราค่าจ้างตามไตรมาส โดยนับจากวันที่เข้าทำงานวันแรก ซึ่งเกณฑ์การประเมินจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาครบกำหนดการขึ้นอัตราค่าจ้าง และผลงานของแต่ละคน
งานเสวนาในครั้งนี้ มีเนื้อหาสาระอีกมากมายที่ไม่สามารถนำมาเล่าให้ฟังได้หมด และนับได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้รับผิดชอบในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพราะเรื่องคนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เป็นไปตามทิศทางความสำเร็จของแต่ละองค์กร
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



