
โปรดถามชาวบ้านด้วยว่า...เขาต้องการอะไร?
โปรดถามชาวบ้านด้วยว่าเขาต้องการอะไร พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช พูดชัดเจนด้วยพลังเสียงดัง ฟังชัด สำทับด้วยภาษาอังกฤษว่า Please ask them what you want ! ภายหลังจากนั่งฟังนายตำรวจใหญ่ พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รายงานผลงานศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่อง
ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) นายตำรวจมือปราบสวมบทบาทนักวิจัยมืออาชีพตะลุยลงภาคสนามเปลี่ยนรูปแบบจากมือถือปืนกลายเป็นนำทีมชวนตำรวจลงชุมชนพบปะชาวบ้านและผู้นำชุมชนชักชวนเป็นเครือข่ายรวมกลุ่มกันเพื่อจัดตั้งองค์กรเรียกว่า คณะกรรมการ ตมอ. ซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่เป้าหมายที่ต้องการลดอาชญากรรมสอดคล้องกับปรัชญาที่ว่า “การเสริมสร้างพลังอำนาจให้ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายเกิดความสนใจ ตื่นตัวในการดูแล ป้องกัน และลดอาชญากรรมในชุมชนของตนเองโดยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้ประชาชนจะทำหน้าที่เป็นผู้มีบทบาทหลักและตำรวจทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและให้ความช่วยเหลือแต่ไม่ทำหน้าที่ควบคุม สั่งการ” ประชาชนจะไม่ใช่เป็นเพียงผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานที่ทำหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของตำรวจเท่านั้น แต่ตำรวจในพื้นที่จะปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ มองเห็นศักยภาพของประชาชนและยึดความต้องการของประชาชนในการลดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่เป็นหลักที่สำคัญ
หลักการปรับวิธีคิดโดยตำรวจปรับ 5 ประชาชนปรับ 3 คือสูตรแห่งความสำเร็จที่เริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีคิดก่อนวางแผน ลงมือปฏิบัติการและประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
ตำรวจปรับ 5 ประกอบด้วยปรับการทำงานจากเชิงรับเป็นเชิงรุก ปรับการยอมรับความช่วยเหลือจากประชาชน ตำรวจต้องปรับเพิ่มความตั้งใจในการทำงานให้สูงมากพอที่ประชาชนจะเกิดความมั่นใจ ปรับจิตใจให้อ่อนน้อมแต่แข็งแกร่งและอดทน และสุดท้ายตำรวจจะต้องปรับวิธีคิดและการทำงานให้เป็นระบบ
การที่ตำรวจจะร่วมกับมวลชนลดอาชญากรรมได้เป็นผลสำเร็จนั้นมิใช่ตำรวจจะปรับตัวเพียงฝ่ายเดียว หากแต่มวลชนจะต้องทำการปรับเปลี่ยนด้วย สิ่งที่มวลชนต้องปรับมี 3 ประการคือ ปรับเปลี่ยนความเชื่อว่า หน้าที่ในการลดอาชญากรรมเป็นงานในความรับผิดชอบของตำรวจแต่เพียงฝ่ายเดียวมาเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของตำรวจและมวลชนที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันทั้งสองฝ่าย
มวลชนจะต้องปรับจิตใจให้มีจิตอาสาที่พร้อมจะเข้ามามีส่วนร่วมกับตำรวจในการลดอาชญากรรมในพื้นที่ของตนเองเท่าที่สามารถจะร่วมมือได้ตามช่วงเวลาและโอกาส ปรับความคิดที่จะยอมรับว่าไม่มีใครที่จะได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ได้อย่างแท้จริงนอกจากมวลชนในพื้นที่นั้นเอง จึงสมควรที่มวลชนทุกคนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการลดอาชญากรรมกับตำรวจไม่ทางใดก็ทางหนึ่งตามกำลังหรือจิตศรัทธา
ศูนย์ปฏิบัติการ ตมอ. (ตำรวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม) คือพื้นที่ที่คณะกรรมการสะดวกที่จะใช้เป็นพื้นที่รวมตัวกันเพื่อพบปะ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเพื่อให้การลดอาชญากรรมประสบผลสำเร็จดังผลงานของ ตมอ.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ลดสถิติรถหายจาก 187 คัน เหลือเพียง 13 คัน นอกจาก พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช จะแสดงความพึงพอใจอย่างชัดเจนพร้อมยืนยันการสนับสนุน “ผมเห็นด้วย 101% ผมสนับสนุนเต็มที่ ตำรวจต้องเข้าหาประชาชนด้วยความคิดอย่างนี้”
เสียงของรองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งก็วอนขอผู้นำสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่แตกต่างกัน “ผมปิ๊งมากโครงการนี้ แต่ก่อนมีแต่เทวดาสั่งมา แต่โครงการนี้เริ่มต้นจากความต้องการของเจ้าของปัญหา ให้เกียรติทุกคนที่เกี่ยวข้อง ผมอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเลนนี้ให้พวกเราได้วิ่ง” เมื่อคนทำงานขอวิ่งบนเลนของการทำงานร่วมกับมวลชนในการลดอาชญากรรมเต็มรูปแบบ มิได้วิ่งผ่านตั๋วของใคร...อย่างนี้ถ้าไม่ให้ก็ใจดำเกินไปแล้ว!
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข



