ข่าว

ร้อนน้ำมันปาล์ม

ร้อนน้ำมันปาล์ม

23 ก.พ. 2554

รัฐบาลเริ่มรู้มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาว่า น้ำมันปาล์มจะขาดตลาด อันเกิดจากภาวะฝนแล้งในช่วงก่อนหน้า และตามมาด้วยฝนตกหนัก น้ำท่วมในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะในภาคใต้ พื้นที่ปลูกปาล์มเสียหาย ทำให้ผลผลิตปาล์มมีราคาสูงขึ้น

 และเจ้าของกิจการสกัดน้ำมันปาล์มก็ปิดกิจการไม่ยอมรับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกร เพราะราคาผลปาล์มดิบขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนไปแตะที่ กก.ละ 8 บาท แม้จะไปนิ่งอยู่ตรงนั้นระยะหนึ่ง แต่ผู้ประกอบการโรงงานสกัดน้ำมัน ก็ยากที่จะคำนวณราคาต้นทุนที่แท้จริงได้ จึงต้องหยุดซื้อผลปาล์มสดไว้ก่อน นั่นคือเหตุผลที่ตามมาว่าทำไมน้ำมันปาล์มถึงได้ขาดแคลน หรือขาดตลาด จนรัฐบาลต้องสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ 3 หมื่นตัน
 
 การสั่งนำเข้าน้ำมันปาล์มครั้งนี้ ครม.กำชับกระทรวงพาณิชย์ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนมกราคม เพราะรัฐบาลรู้ว่า ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม ผลผลิตปาล์มสดจะออกสู่ตลาดปกติ แต่อาจจะไม่เป็นไปตามคาด เพราะเมื่อน้ำมันปาล์มลอตแรกจากมาเลเซียมาถึงไทย ครม.ก็มีมติเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ให้นำเข้าน้ำมันปาล์มเพิ่มอีก 1.2 แสนตัน เพื่อรองรับภาวะขาดแคลนที่มองเห็นอยู่ข้างหน้า และรัฐบาลยังสั่งชะลอโครงการนำน้ำมันปาล์มไปใช้ในการผลิตไบโอดีเซลด้วย

 น่าแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ครม.ให้กระทรวงพาณิชย์นำเข้าน้ำมันปาล์มอีก 1.2 แสนตัน แต่กระทรวงพาณิชย์กลับไม่ดำเนินการจนเวลานี้ล่วงเลยมา 23 วันแล้ว แถมยังปล่อยให้น้ำมันพืชขาดตลาด ราคาแพงชนิดที่ควบคุมไม่ได้ตามราคาที่ตั้งไว้ขวดละ 47 บาท แต่ในท้องตลาดราคาพุ่งไปถึง 60-70 บาทแล้ว ทั้งที่ราคา 47 บาทเป็นราคาที่เพิ่งปรับขึ้นหลังปีใหม่มานี้เอง จาก 38 บาท เป็น 47 บาท ซึ่งผู้ประกอบการค้าน้ำมันพืชก็ยังไม่พอใจราคานี้ ยังจะขอปรับราคาอีก โดยอ้างต้นทุนสูงขึ้น ทั้งๆ ที่ผลปาล์มสดราคาลดลงมาแล้วเหลือเพียง กก.ละ 6 บาทเท่านั้น จากเดิมที่พุ่งขึ้นไปถึงกก.ละ 8 บาทมาแล้ว

 หมากเกมนี้นักการเมืองเล่นอะไรกันอยู่ ประชาชนไม่โง่นะครับ พอจะรู้เท่าทันอยู่ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะออกมาบนท้องถนนหรอก และไม่อยากเลียนแบบต่างประเทศที่ออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล เพียงแต่ยังให้เวลารัฐบาลในการแก้ไขปัญหา และรู้อยู่ว่ารัฐบาลเจอปัญหาสารพัดรุมเร้า แต่ไม่อยากให้เหมือนเมื่อปี 2524-2525 สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ข้าวยากหมากแพง ยุคนั้นเป็นครั้งแรกที่ประชาชนต้องพกบัตรประชาชนไปซื้อข้าวถุง และเป็นครั้งแรกที่ต้องสั่งนำเข้าน้ำตาลทรายขาวจากประเทศอังกฤษ ช่วงที่นายตามใจ ขำภโต เป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ทั้งๆ ที่ไทยเป็นประเทศปลูกข้าวส่งออก และปลูกอ้อยผลิตน้ำตาลส่งออก เป็นอันดับต้นๆ ของโลก...อย่าให้สถานการณ์หวนกลับไปสู่ยุคนั้นก็แล้วกัน