ข่าว

"ปล่อยแดง"แฝงปรองดอง

"ปล่อยแดง"แฝงปรองดอง

23 ก.พ. 2554

คำสั่งศาลอาญาให้ปล่อยตัวชั่วคราว 7 แกนนำ "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) หรือแกนนำคนเสื้อแดงถือเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า "ปรองดองสมานฉันท์"

แม้ว่าในทางคดีข้อหา 7 แกนนำ ถือเป็นจำเลย "คดีร่วมกันก่อการร้าย" ยังต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริง !

 หากมองกระบวนการทั้งหมดก่อนนำไปสู่คำตัดสินของศาลให้ "ปล่อยตัวชั่วคราว" 7 แกนนำเสื้อแดงถือว่าที่มาที่ไปค่อนข้างชัดเจนเรื่อง "ภาครัฐไฟเขียว" เพราะไม่คัดค้านการประกันตัว

 เห็นได้จากการขึ้นให้การต่อศาลของพยานบุคคลสำคัญ "ภาครัฐ" เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เช่น "คณิต ณ นคร" ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.), พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 น่าจะเป็นประโยชน์ในชั้นศาล ช่วยให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวแกนนำในครั้งนี้ด้วย

 โดยเฉพาะ "คณิต" ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลให้เป็น ประธาน คอป. มีภารกิจหลักคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 วิจัยสาเหตุที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น รวมทั้งได้ทำข้อเสนอแนะให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวของกลุ่มคนดังกล่าว ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

 ขณะที่ "พล.ต.สนั่น" ก็ถือเป็นผู้มีแนวคิดริเริ่มเรื่องการปรองดองและเดินสายพบปะกับตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ รวมทั้งการพูดคุยกับ 7 แกนนำ ที่เรือนจำพิเศษกรุเทพฯ พร้อมกับให้การยืนยันต่อศาลค้ำประกัน 7 แกนนำ ทำนองว่า "ถ้าได้แกนนำ นปช.ทั้ง 7 คน มาร่วมแนวทางปรองดองกับพยานก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ แต่ถ้าออกมาแล้วก่อความวุ่นวายผมคงไม่กล้าที่จะมาเป็นพยานในศาล"

 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดองสมานฉันท์ เพราะที่ผ่านมา "คนเสื้อแดง" มองว่ากระบวนการยุติธรรมมีสองมาตรฐาน ทั้งที่ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" และ "คนเสื้อแดง" ถูกข้อกล่าวหา "ก่อการร้าย" เหมือนกันแต่ "แกนนำเสื้อแดง" ถูกคุมขัง ขณะที่ "พันธมิตร" กลับได้รับการปล่อยตัว

 ทั้งที่ประเด็นเกณฑ์การพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวผู้ต้องหรือไม่มี 4 ประเด็นหลัก ซึ่งทั้ง ตำรวจ อัยการ ศาล ใช้เกณฑ์เดียวกัน ประกอบด้วย

 1.จะพิจารณาว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไม่ ส่วนจะหลบหนีหรือไม่จะดูที่พฤติกรรมผู้ต้องหา

 2.จะเชื่อหลักประกันหรือนายประกันได้มากน้อยแค่ไหน โดยพิจารณาว่าเชื่อได้หรือไม่ว่านายประกันจะสามารถนำตัวผู้ต้องหามาให้ศาลได้เมื่อศาลเรียกถ้าได้รับการประกันตัวไป

 3.จะพิจารณาว่าผู้ต้องจะไม่ไปทำลายหรือยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

 4.ผู้ต้องหาจะไปก่อความวุ่นวายอย่างอื่นอีกหรือไม่

 ทั้งหมดที่กล่าวมาถ้าศาลให้ประกันตัวไปแล้วศาลนัดไต่สวนปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่มาตามนัดศาลอาจถอนประกันก็ได้

 จากหลักเกณฑ์ทั้งหมด "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" แกนนำ นปช. ได้แถลงต่อศาล เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า "...แกนนำทุกคนหากได้รับการปล่อยตัวพร้อมจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลโดยไม่คิดที่จะหลบหนีหรือไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน..."

 ถือเป็นหลักประกันอย่างหนึ่งในการพิจารณาปล่อยตัว เมื่อได้รับการปล่อยตัวไปแล้วจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะเมื่อได้รับโอกาสแต่ถ้ายังกระทำความผิดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหากถูกจับกุมอีกครั้งถือเป็นการปิดโอกาสตัวเอง

 เพราะอย่าลืมว่าพฤติกรรมของคดีที่เกิดขึ้นระหว่าง "พันธมิตร" กับ "คนเสื้อแดง" ความร้ายแรงรุนแรงไม่เหมือนกัน

 ดังนั้น การทำคดีของทั้งสองคดีจึงมีตามความเข้มข้นและความพิถีพิถันแตกต่างกันที่สำคัญพฤติกรรมของผู้ต้องหาก็เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาคดีด้วย

 นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของ "คนเสื้อแดง" ที่ทำกิจกรรมทุกเดือนตั้งแต่เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำคนเสื้อแดงถือเป็นอีกจุดที่หลายฝ่ายต้องให้ความสนใจถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบสุข

 และต้องจับตามองว่าจากนี้ไปการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงจะเดินไปในรูปแบบไหนหลังจาก "แกนนำคนเสื้อแดง" ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังจากถูกสังคมมองว่าเคลื่อนไหว เพื่อสามี เพื่อพวกพ้อง

 ต้องยอมรับว่าการนัดชุมุนมของ "คนเสื้อแดง" แต่ละครั้งไปกระทบสิทธิของผู้อื่น เช่น แม่ค้า พ่อค้า แผงลอย ย่านราชประสงค์ หรือบริเวณที่คนเสื้อแดงจัดกิจกรรมเดือดร้อน ทำให้ "คนเสื้อแดง" ถูกสังคมส่วนใหญ่มองว่าอ้างสิทธิการชุมนุมอย่างเดียวโดยไม่รับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดกับคนอื่นในสังคม

 หากสังเกตให้ดีการที่ "7 แกนนำคนเสื้อแดง" ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวครั้งนี้ "เสียง" คัดค้านจากหน่วยงาน "กรมสอบสวนคดีพิเศษ" (ดีเอสไอ) ซึ่งรับผิดชอบคดีผู้ก่อการร้ายแทบไม่ได้ยิน

 เรื่องนี้จึงมองเป็นอื่นไม่ได้นอกจาก "รัฐอยากปรองดอง" จึงไฟเขียวไม่คัดค้านการขอประกันตัวทั้งแกนนำ "เหลืองและแดง"

 แต่สุดท้ายสิ่งที่รัฐบาลทำไป จะกลายเป็น "หอก" กลับมาทิ่มแทงรัฐบาลหรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์!


สมถวิล เทพสวัสดิ์