
ครม.ให้นำเข้าปาล์มเสรี-ห้ามส่งออก
ครม.เห็นชอบแนวทางเเก้ไขน้ำมันปาล์มเปิดนำเข้าเสรีห้ามส่งออกชั่วคราว พร้อมตั้งคณะกรรมการนโยบายระดับชาติ ดีเอสไอเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทโควต้าผลิตน้ำมัน เหลือตรวจอีก 3 บริษัท เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ "ธาริต" เผยตรวจโรงงานผลิตน้ำมัน 10 บริษัทเสร็จ 23 ก.พ.
(22ก.พ.) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติครม.ว่า ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำมันปาล์มดังนี้ 1. อนุญาตให้นำเข้าน้ำมันปาล์มได้โดยเสรีและห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มเป็นการชั่วคราว ระยะเวลาสามเดือนเพื่อให้การนำเข้าเกิดความคล่องตัวและปริมาณสินค้าในตลาดมีเพียงพอกับความต้องการใช้ให้เร็วที่สุด 2. แก้ไขมติคณะกรรมการนโยบายน้ำมันปาล์มแห่งชาติ จากที่อนุมัติให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบแยกไข ปริมาณ 1.2 แสนตันเป็นอนุมัติให้นำเข้าน้ำมันปาล์ม
นายกฯโยนสุเทพหาข้อยุติแก้ปาล์มแพง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำมันปาล์มว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ รับผิดชอบอยู่ในขณะนี้ โดยจะต้องได้ข้อยุติทั้งหมดในแนวทางของการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดความขาดแคลน ซึ่งต้องรวดเร็วที่สุด โปร่งใสที่สุด ส่วนการตรวจสอบจะเดินหน้าต่อไปตามที่ได้มีการดำเนินการมาแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีของการแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มที่บอกว่าจะได้ข้อยุติ ที่จะได้จะลดผลกระทบต่อประชาชนมากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สอบถามรองนายกฯสุเทพเบื้องต้น หลักคือปรับวิธีการบริหารจัดการการนำเข้า และแก้ปัญหาขาดแคลนเบื้องต้น โดยจะไม่เพิ่มภาระแก่ประชาชน
เมื่อถามว่าจะไม่ขึ้นราคาจากขวดละ 47 บาท ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีครับ นี่คือเบื้องต้นนะครับ เย็นนี้จะได้ข้อยุติ
เมื่อถามว่า จะต้องใช้วงเงินเพื่อไปสนับสนุนเพื่อตรึงราคาดังกล่าวนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อาจจะมีการใช้จ่ายบางส่วน แต่ไม่ใช่ตัวเลขหลักพันล้าน ยังประเมินตัวเลขกันอยู่ เมื่อถามว่าเหตุผลที่ต้องเอาเงินเข้าไปสนับสนุนคืออะไร นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ประเด็นก็คือต้นทุนของตัวน้ำมันปาล์มมันสูงกว่า ราคาที่เราให้ขาย เพราะฉะนั้นจึงมีปัญหาในเรื่องแรงจูงใจในการผลิต ถ้าปลดล็อคตัวนี้ได้ซึ่งเราคาดการณ์ว่า จะเป็นภาวะชั่วคราวเนื่องจากขณะนี้ดูแนวโน้มผลผลิตจากปาล์ม ปัญหาขาดแคลนโดยธรรมชาติมันน่าจะจบลงได้ หลังเดือนมีนาคม ทั้งนี้มาตรการเหล่านี้จะเป็นมาตรการชั่วคราวถ้าหมดความเป็นเมื่อใดก็จะเลิก
ต่อข้อถามว่า จะไม่เห็นคนเข้าคิวซื้อน้ำมันปาล์มอีกแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า นั่นคือเป้าหมายแรกเลยครับ คือการแก้ปัญหาขาดแคลนให้จบ
เมื่อถามว่า มองว่าในระดับนโยบายมีการทบทวนหรือไม่ว่าผิดพลาดตรงไหน จึงทำให้มีคนเดือดร้อนมายาวนาน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วมีการอนุมัติ เรื่องการนำเข้าเป็นลำดับ เรื่องการนำเข้า 120,000 ตันคือ ปัญหาที่มันไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างที่เรียนว่าจะมีการตรวจสอบกันไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุของการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย มันอยู่ที่กลไกในส่วนใดไม่ทำงาน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันเป็นการประเมินหรือความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน แต่เนื่องจากจะมีการพูดคุยของคณะกรรมการฯช่วงบ่ายนี้ ก็จะต้องจบ
ต่อข้อถามที่ว่า เหมือนกับว่ารัฐบาลประเมินสถานการณ์ไม่ครบและมองปัญหาพลาด นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ผมมองว่าในการบริหารจัดการถ้าเรานำเข้ามา มีปัญหาแก้ไขไป มันจะไม่รุนแรงเท่านี้ ช่องว่างตรงนี้ที่เราจำเป็นต้องแก้ไข
ดีเอสไอเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทโควต้าผลิตน้ำมัน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานน้ำมันที่ได้รับการจัดสรรโควตาน้ำมันปาล์มจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) อีก 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท เหล่าธงสิงห์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มยี่ห้อ เพชร , บริษัท ปาล์มออยล์ เอ็นเนอร์ยี อินดัสตรีส์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำมัน ปาล์มยี่ห้อ แวว และบริษัท โอลีน จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มยี่ห้อโอลีน โดยนายวรวุธ มีกิจ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและนายสบสุข สินศุข เจ้าพนักงานพาณิชย์ชำนาญงาน กรมการค้าภายใน เดินทางเข้าตรวจสอบการผลิตน้ำมันปาล์มของบริษัทเหล่าธงสิงห์ ซึ่งได้รับการจัดสรรโควตาจำนวน 1,200 ตัน โดยมีนายสุเทพ เลาหวินิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท เป็นผู้ชี้แจงข้อมูล เบื้องต้นบริษัทรายงานว่าไม่ได้เปิด L/C เองเนื่องจากเป็นบริษัทเล็ก ไม่มีฝ่ายต่างประเทศ ดังนั้นจึงให้บริษัท มรกต อินดัสตรีส์ จำกัด เปิด L/C แทน ในโควตา 1,200 ตัน แต่ขณะนี้ได้รับโควตาน้ำมันจากบริษัท มรกต เพียง 994.400 ตัน ส่วนที่เหลือบริษัท มรกต จะทยอยส่งให้ภายหลัง ทั้งนี้ ได้รับน้ำมันปาล์มตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และเริ่มการผลิตสินค้าตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. ปัจจุบันเหลือน้ำมันที่ได้โควตาค้างอยู่ 36 ตัน สำหรับการผลิตของบริษัท สามารถผลิตได้วันละ 2,500 ขวดต่อวัน และ 1,200 ถุงต่อวัน โดยดีเอสไอได้ขอดูตัวเลขทางบัญชี และสถิติการส่งของเข้าออก เพื่อนำไปประมวลผลต่อไป
ด้านนายนพดล รัตนเสถียร ผอ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม 2 กล่าวถึงการตรวจสอบบริษัท ปาล์มออยล์ เอ็นเนอร์ยี อินดัสตรีส์ จำกัด ว่า เบื้องต้นไม่พบความผิดปกติเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันตามโควตาที่ได้รับ คือ 1,900 ตัน ซึ่งน.ส.นิรมล ไลยางกูร ผู้จัดการฝ่ายคลังสินค้า ชี้แจงว่า โรงงานได้ผลิตน้ำมันปาล์มจนหมดโควตาที่ได้รับแล้วและได้ส่งออกจำหน่ายตาแหล่งสินค้าขนาดใหญ่ที่กระทรวงพาณิชย์ระบุไว้ ส่วนการตรวจสอบบริษัท โอลีน ซึ่งได้โควตาจำนวน 3,600 ตัน พบว่าได้ผลิตสินค้าและกระจายสินค้าเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงอีก 1,025 หีบ ซึ่งอยู่ระหว่างรอส่งมอบให้กรมการค้าภายใน เพื่อนำไปจำหน่ายที่ตลาดนัดสนามหลวง 2 ในวันที่ 25 ก.พ. 2554 เนื่องจากเป็นการจัดโครงการร่วมกันระหว่างกรมการค้าภายในกับบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกน้ำมัน อยู่ระหว่างการรอส่งมอบให้กรมการค้าภายในพาณิชย์ไปตรวจสอบว่าครบถ้วนตามที่ชี้แจงหรือไม่ต่อไป
สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทที่ได้รับการจัดสรรโควตาจำนวน 10 บริษัท ขณะนี้ดีเอสไอลงพื้นที่ไปเก็บเอกสารพร้อมรวบรวมข้อมูลไว้แล้ว 7 บริษัท เหลืออีก 3 บริษัท ที่ต้องทยอยตรวจสอบต่อไปคือ บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรม น้ำมันปาล์ม จำกัด , บริษัท กลุ่มปาล์มธรรมชาติ และบริษัท ที เอส อุตสาหกรรมน้ำมัน จำกัด
ธาริตเผยตรวจโรงงานผลิตน้ำมัน10บริษัทเสร็จพรุ่งนี้
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการกักตุนสินค้าและการแทรกแซงราคาตลาดน้ำมันปาล์ม ซึ่งได้มอบหมายให้พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทที่ได้รับการจัดสรรโควตาน้ำมันปาล์มจากองค์การคลังสินค้า(อคส.) จำนวน 10 บริษัท ว่า ขณะนี้ดีเอสไอเหลืออีก 3 บริษัท ที่จะต้องตรวจสอบให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้( 23 ก.พ.) โดยหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บข้อมูลเอกสารหลักฐานจากบริษัทที่ได้รับโควตาไปผลิตแล้ว ขั้นตอนจากนี้ดีเอสไอจะขยายผลการตรวจสอบไปยังฝ่ายจัดจำหน่ายว่าได้นำสินค้าไปจัดจำหน่ายเข้าสู่ระบบหรือมีการนำไปกักตุนไว้หรือไม่ต่อทันที ซึ่งในขั้นตอนนี้ยังไม่สามารถกำหนดกรอบการทำงานได้เพราะการจัดจำหน่ายมีอยู่หลายที่
“อัญชลี”แจงที่ประชุมปชป.ปัดเอี่ยวทุจริตน้ำมันปาล์ม
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมส.ส.ของพรรค โดยระบุว่าที่ประชุมส.ส. กังวลต่อการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมันปาล์มในขณะนี้ และอยากเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งชี้แจงปัญหาดังกล่าวให้กับสาธารณชนรับทราบโดยเร็ว เนื่องจากเรื่องดังกล่าวนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้แก้ไขตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข
ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษก กล่าวประเด็นเดียวกันว่า ในการประชุมส.ส.ของพรรค ช่วงท้าย น.ส.อัญชลี วานิชเทพบุตร เลขาธิการนายกฯ ได้เข้าชี้แจงต่อกรณีที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่านางอัญชลีเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องทุจริตน้ำมันปาล์มจนกลายเป็นวิกฤตในปัจจุบัน ซึ่งที่ประชุมได้ซักถามและแสดงความกังวล และได้เสนอแนะให้รัฐบาลเร่งชี้แจงกับประชาชนถึงการแก้ไขปัญหา รวมถึงชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามฤดูกาล และใกล้จะคลี่คลาย เพราะผลผลิตปาล์มของเกษตรกรขณะนี้ใกล้ออกสู่ตลาดแล้ว



