ข่าว

ผบ.ทบ.กระตุกต่อมสำนึกคนไทยหยุดแตกแยก

ผบ.ทบ.กระตุกต่อมสำนึกคนไทยหยุดแตกแยก

22 ก.พ. 2554

“ผบ.ทบ.”กระตุกต่อมสำนึกคนไทยหยุดแตกความสามัคคี”ปัดข่าว“ดาว์พงษ์-ฮุน มาเนต”ลงนามทำสัญญาหยุดยิง ห่วง ผลกระทบจาก “ความขัดแย้ง-ใช้อาวุธ” ชี้ทำอย่างไร “ตลอดแนวชายแดน””ไทย-“เขมร” ไม่ขัดแย้ง ไม่ยิง-ไม่ใช้อาวุธ พร้อม หลีกเลี่ยงการขยับและเพิ่มกำลัง เผย สั่ง “กทภ.

 (22ก.พ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการอำนวยความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)เ ถึงกรณีที่มีข่าวว่าพล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  เสนาธิการทหารบก กับพล.ท.ฮุน มาเนต รองผู้บัญชาการทหารบก  (รองผบ.ทบ.) มีการลงนามสัญญาหยุดยิงว่า ไม่มีการเซ็นสัญญาใด ๆ เป็นเรื่องการคุยกันในพื้นที่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มพันธมิตรประชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.) ระบุว่า ๆ การเจรจาหยุดยิงถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เพราะกระทบต่อชายแดนโดยไม่ผ่านรัฐสภา ผบ.ทบ. กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เข้าข่ายม. 190 ตนรู้อยู่แล้ว และจะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย  ประเด็นคือพูดคุยกันทางทหารและไม่ได้พูดเฉพาะกรณีปราสาทพระวิหารแต่พูดทั้งแนว  ดังนั้นต้องเข้าใจด้วยว่าการแนวกำลังของทั้งสองฝ่าย มีการวางกำลังตลอด 800 กิโลเมตร เมื่อเป็นคนไทยก็ต้องรู้ว่าเราต้องรักษาอธิปไตยตลอดแนวชายแดน

 พล.อ.ประยุทธ  กล่าวว่า  สิ่งที่เป็นห่วงคือ ผลกระทบจากความขัดแย้งหรือการใช้อาวุธตลอดแนวชายแดนทั้งหมด ตั้งแต่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 จนกระทั่งถึง จ.จันทบุรี จ.ตราด เรามีการปรับกำลังและทางกัมพูชาก็ปรับกำลังเช่นเดียวกัน เราจึงต้องการลดผลกระทบตรงนี้ จึงพูดคุยว่าทำอย่างไรไม่ให้กระทบกระทั่ง นอกจากพื้นที่ที่มีปัญหาอยู่แล้ว นี่คือประเด็น ดังนั้นจะไปพูดว่าเจรจาหยุดยิงเป็นคนละเรื่องกัน เพราะเขาพระวิหารเป็นเรื่องของกลไกการแก้ปัญหา ทั้งนี้การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) และอาเซียนก็กำลังประชุมอยู่ รัฐบาลกำลังแก้ปัญหา ตนฉลาดพอที่จะไม่เอาเรื่องพวกนี้ไปพูดให้เป็นประเด็น ต้องฝากสื่อให้ช่วยกันทำความเข้าใจว่า เรารู้กฎหมายและม. 190 คืออะไร เราจะไม่ยอมให้เพรี่ยงพร้ำในเรื่องพวกนี้

  เราคิดว่าจะทำอย่างไรให้ตลอดแนวชายแดน ไม่กระทบกระทั่งกันคือต้องไม่มีความขัดแย้ง  ไม่มีการยิง  ไม่ใช้อาวุธต่อกัน  หลีกเลี่ยงการขยับและเพิ่มเติมกำลัง เป็นการพูดถึงพื้นที่ตลอดแนวชายแดน ทั้งนี้เห็นว่าเรื่องของเขาพระวิหารเป็นกลไกที่เจบีซี จะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาและวันนี้ที่ประชุมรมต.ต่างประเทศอาเซียน ก็กำลังพูดคุยกันอยู่  ส่วนกรณีที่คณะของประธานอาเซียนจะเข้ามาสังเกตการณ์นั้น เราก็พร้อมที่จะดูแล ซึ่งเข้าใจว่า ตัวแทนของประเทศอาเซียนจะเดินทางไปทั้งไทยและกัมพูชา เรายินดีเพราะไม่มีอะไรปิดบังอยู่แล้ว ส่วนกลุ่มประเทศอาเซียนจะส่งตัวแทนมาสังเกตการณ์นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขามาอยู่แล้ว ซึ่งตนได้สั่งการให้เตรียมที่พักไว้ จะได้ไปนอนดูว่าใครยิงก่อนใครยิงหลัง ก็ให้ตัวแทนเหล่านี้ไปนอนดูสถานการณ์กันเอาเอง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การให้ประธานอาเซียนเข้ามาดู จะถูกมองว่ามีประเทศที่ 3 เข้ามาแทรกแซงหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ไม่แทรกแซง จะแทรกแซงได้อย่างไรเพราะเป็นเรื่องทวิภาคี ในเมื่อผู้ตกลงเขาตกลงกันได้ ว่าให้อาเซียนมาดูก้ไม่มีอะไรเพราะเราไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในโลกและไม่ได้มีแค่ 2 ประเทศในโลก เราอยู่ 2 ใน 10 ของประเทศอาเซียนและใน 190 ประเทศของโลก

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เตรียมสถานที่รับรองเอาไว้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ กล่าวว่า ก็เตรียมห้องน้ำห้องส้วมเอาไว้ แต่เรายังไม่รู้ว่าเขาจะมาจุดไหนก็ต้องรอดูก่อน ให้มาก่อน เราก็ดูพื้นที่ที่ปลอดภัย คงเป็นสถานที่เช่นกองทัพภาคที่ 2 หรือทางจังหวัดดูแล

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่หรือไม่ ผบ.ทบ. กล่าวว่า ในพื้นที่อันตรายหรือไม่ และเขาจะไปอยู่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องไปทั้ง 2 ประเทศทั้งกัมพูชาและไทย ซึ่งเขาก็ต้องไปคอยดูว่าใครยิงก่อน ใครจะผิดกติกา อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของประเทศอาเซียน ยังไม่ได้แจ้งว่าจะมาเมื่อไหร่ เพราะต้องรอประชุมรัฐมนตรีอาเซียนก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 2 นำคณะผู้ช่วยทูตทหาร 14 ประเทศตรวจพื้นที่ชายแดนบ้านภูมิซรอล จ.ศรีสะเกษ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทางกองทัพบกได้จัดให้เพราะเขาอยากดูอะไรก็ให้ดู ไม่ปกปิด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ของคณะทูตทหารจะเป็นผลดีหรือผลเสียอย่างไร ผบ.ทบ. กล่าวว่า ก็ต้องเป็นผลดีอยู่แล้ว จะเป็นผลเสียตรงไหน แต่ถ้าพูดในแง่ดี เขาก็ได้รับทราบข้อมูลความเป็นมาเป็นไปว่าเป็นอย่างไร เพราะถ้าเขาไม่เห็นพื้นที่ก็จะไม่รู้ ส่วนเขาจะเชื่อตามที่เราบรรยายสรุปหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องงหนึ่งเพราะไปบังคับไม่ได้ แต่เราได้แสดงความจริงใจว่าไม่ปกปิดหรือซ่อนเร้น ถ้าอยากรู้อะไรถามมาก็ตอบหมด ซึ่งผู้ช่วยฑูตทหารทั้ง 14 ประเทศที่มาก็พอใจ โดยที่เราไม่ต้องการเบลมประเทศเพื่อนบ้าน แต่เอาข้อเท็จจริงมาพูด

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากทำความเข้าใจกับสังคมว่า เรานำข้อเท็จจริงมาพูดทุกรื่อง ถ้าจะพูดอะไรก็พูด เอาปัญหาอะไรก็ไม่รู้มาพูด ใช่หรือไม่ใช่มาพูด พิสูจน์ทราบได้หรือไม่ก็เอามาว่าคนนั้นคนนี้ ตนว่าทำแบบนี้ประเทศไทยอยู่ไม่ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์อย่างนี้ในฐานะเป็นรั้วของชาติห่วงอะไร ผบ.ทบ. กล่าวว่า “ห่วงความแตกแยกของสังคม คนไทยทุกคนในประเทศ ถ้ายังแตกแยกความสามัคคี ถ้าเป็นแบบนี้ไปสู้เขาก็ไม่ได้และ ตนก็จะลำบากในการที่จะใช้พลังทางทหารอย่างเดียว ไปสู้กับคนทั้งโลกคงลำบาก ต้องใช้ความเชื่อมั่นเชื่อถือความศรัทธา ความไว้วางใจและความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศ ถ้ารวมไม่ได้ในวันนี้ท่านอย่าหวังว่าจะไปสู้กับใครในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก้ตาม ถ้าเอาปัญหาทั้งหมดมาโยนว่าฝ่ายความมั่นคง ทหารต้องดูแลแก้ปัญหา ผมว่าไม่ใช่ ซึ่งก็คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดความเป็นน้ำหนี่งใจเดียวกันได้ แต่เป็นเรื่องของทุกคน รวมทั้งสื่อและพรรคการเมือง ซึ่งต้องมาพูดคุยกันหาทางออกของประเทศเพราะถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ก็มาลงที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สุดท้ายจะเกิดอะไร ซึ่งก็ต้องเกิดความรุนแรง” พล.อ.ประยุทธ กล่าว