ข่าว

สรุปอินโดฯส่งคนจำวิหารหนุนทวิภาคี

สรุปอินโดฯส่งคนจำวิหารหนุนทวิภาคี

22 ก.พ. 2554

ที่ประชุมรมต.อาเชียนได้ข้อสรุปอินโดนีเซียจะส่งผู้สังเกตุการณ์ไปประจำพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารแต่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร พร้อมหนุนให้ไทยและกัมพูชาเจรจาในระดับทวิภาคี

(22 ก.พ.) การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย เริ่มขึ้นแล้วเมื่อเวลา 14.00 น . โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากประเทศสมาชิก 6 ประเทศ คือ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว สิงคโปร์และไทย สำหรับประเทศมาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และ พม่า ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ในฐานะเลขาธิการอาเซียนเดินทางมาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

ขณะที่นายธานี  ทองภักดี  อธิบดีกรมสารนิเทศ  และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า  นายกษิต  ภิรมย์  รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทวิภาคีกับนายมาร์ตี้  นาตาเลกาวา รมว.กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เมื่อวานที่ผ่านมา ( 21 ก.พ. 54 ) ถึงแนวทางและรูปแบบการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งย้ำว่าการลงนามหยุดยิงกับกัมพูชายังไม่เกิดขึ้นต้องรอกระบวนการเจรจาในรูปแบบต่าง ๆ ก่อนและคงยังไม่มีการหารือในที่ประชุมแต่จะเน้นย้ำเจตนารมย์ทางการเมือง

และในวันนี้( 22 ก.พ. 54 ) ได้หารือนอกรอบกับรัฐมนตรีต่างประเทศบรูไน ลาว สิงคโปร์ เพื่อเล่าถึงพัฒนาการที่เกิดขึ้นรวมทั้งข้อเท็จจริงในประเด็นปัญหา โดยไทยมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาและสันติวิธี โดยทุกประเทศต่างเห็นพ้องให้ไทยและกัมพูชา แก้ไขปัญหาแบบสันติวิธีผ่านการเจรจา โดยมีอาเซียนเข้ามาสนับสนุน

  นอกเหนือจากประเด็นปัญหาไทย - กัมพูชาแล้ว ที่ประชุมยังจะมีการหารือถึงประเด็นปัญหาต่าง ๆ ในภูมิภาค ทั้งนี้คาดว่าผลการประชุมจะออกมาในลักษณะแถลงการณ์ของประธานอาเซียน ซึ่งสาระในแถลงการณ์จะเป็นอย่างไรต้องรอการประชุมเสร็จสิ้นก่อน

 อย่างไรก็ตามการประชุมยุติลงในเวลาประมาณ 16.30น.ตามเวลาประเทศไทยโดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง จากเดิมที่กำหนดไว้ถึง 3 ชั่วโมง  โดยได้ข้อสรุปคืออินโดนีเซียจะส่งผู้สังเกตุการณ์ไปประจำพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารแต่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรแต่อย่างใด และสนับสนุนให้ทั้งประเทศไทยและกัมพูชามีการประชุมในระดับทวิภาคี

นั้นนายมาร์ตี้ นาตาเลกาว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนออกมาแถลงว่า อาเซียนมีมติให้อินโดนีเซียส่งเจ้าหน้าที่สังเกตุการณ์เข้ามาประจำทั้งในฝั่งกัมพูชาและไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้น่าจะมีทั้งทหารและฝ่ายพลเรือน โดยในส่วนของทหารจะไม่มีการติดอาวุธแต่อย่างใด ส่วนรูปแบบการทำงาน และวันเวลาของการเข้ามา ยังจะมีการหารือกันอีกครั้ง นอกจากนั้นอาเซียนยังสนับสนุนให้ท้งสองฝ่ายหารือกันในระดับทวิภาคีกันต่อไป แต่อาเซียนจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ในส่วนของเรื่องการหยุดยิงถาวรนั้น รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียบอกแค่ว่าอาเซียนสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายหาทางยุติกรณีพิพาทกันด้วยสันติวิธี ตามแนวทางที่ยูเอ็นเอสซีให้ไว้

ด้านนายกษิต ภิรมย์ เปิดเผยว่ากัมพูชายอมรับในหลักการเรื่องการเจรจาในกรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี แต่อาจจะไม่มีขึ้นในวันที่ 27 นี้  และอาจจะมีในประเทศที่ 3 ก็ได้

  นายกษิตให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากประเทศอินโดนีเซียอีกครั้งว่า ไทยและกัมพูชาให้คำมั่นสัญญาต่อกัน ว่าจะไม่ให้มีการปะทะกัน โดยเป็นการให้ความมั่นใจซึ่งกันและกันต่ออาเซียนและประชาคมโลก โดยสองประเทศตกลงให้มีทหารทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์จากประเทศอินโดนีเซีย เข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ของไทย และกัมพูชา ฝ่ายละ 15 คน โดยรมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย จะมีหนังสือถึง รมว.ต่างประเทศไทย และกัมพูชาว่า ผู้สังเกตการณ์ดังกล่าวจะมีหน้าที่อย่างไรบ้าง โดยจะนำเอาประสบการณ์กรณีพิพาทระหว่างอินโดนีเซียและติมอร์ตะวันออกมาเป็นแบบอย่าง

 นายกษิต กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกันว่า ยังคงใช้การเจรจาในกรอบทวิภาคี ดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป ทั้งการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทย - กัมพูชา หรือเจบีซี คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย - กัมพูชา หรือจีบีซี ซึ่งจะมีการประชุมกันที่อินโดนีเซีย โดยอินโดนีเซียจะเป็นผู้เชิญไทยและกัมพูชามาประชุม

 เมื่อถามว่า ผู้สังเกตการณ์จะอยู่ที่จุดใด นายกษิต กล่าวว่า ในรายละเอียดการประจำการต้องหารือกับกระทรวงกลาโหม โดยเอาประสบการณ์ที่ไทยเคยไปร่วมสังเกตการณ์ที่ประเทศติมอร์ตะวันออก และนำสิ่งที่อินโดนีเซียนำเสนอมาด้วย ในชั้นนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่สามารถให้รายละเอียดอะไรได้ แต่คิดว่าเป็นบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งคณะผู้สังเกตการณ์จะเข้ามาประจำการณ์ได้เมื่อใดนั้น ทั้งสองประเทศก็อยากให้มาโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามในที่ประชุมไม่มีการเซ็นสัญญาหยุดยิง และไม่ต้องเซ็น เพราะทุกอย่างอยู่ในถ้อยแถลงของประธานอาเซียน ที่ได้ประกาศไปแล้วหลังการประชุม

 เมื่อถามถึงกรอบการประชุมเจบีซี นายกษิต กล่าวว่า เร็วที่สุด เพราะตกลงกันแล้วทั้งไทยและกัมพูชา ต่อหน้าที่ประชุมฯว่าจะเร่งโดยเร็ว ไม่ให้ช้า เพราะเรื่องยังร้อนๆ อยู่ อยากให้ต่อเนื่อง ส่วนจะยังคงเป็นวันที่ 27 ก.พ.หรือไม่นั้น นายกษิต กล่าวว่า วันดังกล่าวเป็นข้อเสนอของไทย แต่ตอนนี้เวทีมาอยู่ที่จาการ์ต้าแล้ว ขึ้นอยู่กับความพร้อมของกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย เมื่อถามว่าแม้ทั้งสองฝ่ายจะให้คำมั่นจะไม่ปะทะ หากละเมิด จะมีบทลงโทษอย่างไรหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ลงโทษได้อย่างไร ในเมื่อให้คำมั่นสัญญากันแล้ว และจะมีตัวกลางคือ ผู้สังเกตการณ์ของทหารอินโดนีเซีย

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ได้เปิดเผยว่า ปรเทศกัมพูชาและไทยได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันว่าจะหลีกเลี่ยงการปะทะกันทางการทหารในอนาคต โดยประเทศอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียน จะทำการจัดส่งผู้สังเกตการณ์ชาวอินโดนีเซียเข้าไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันของทั้งประเทศกัมพูชาและไทย ซึ่งนับเป็นครั้งที่สี่ที่อาเซียนได้ส่งผู้สังเกตการณ์เข้าไปในพื้นที่ความขัดแย้งในประเทศสมาชิก ตั้งแต่กรณีของติมอร์ตะวันออก, อาเจะห์ และเหตุการณ์ความรุนแรงทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์

 "ทั้งนี้ อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนจะรายงานผลการประชุมดังกล่าวให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้รับทราบโดยเร็วที่สุด" นายสุรินทร์ กล่าว

ฮุนเซนสั่งถอนแผนหยุดยิงถาวรจากที่ประชุมอาเซียน
 
อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวที่ติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา เปิดเผยว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาได้กล่าวในระหว่างเดินทางไปเป็นประธานมอบปริญญาบัตร ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยพนมเปญที่จบใหม่ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ว่า เขาได้มีคำสั่งให้นายฮอร์ นำฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาว่ากัมพูชาจะขอยกเลิกแผนการที่จะขอให้ประเทศไทยลงนามหยุดยิงถาวรโดยมีประธานอาเซียนหรือตัวแทนเป็นสักขีพยานระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่จาการ์ตา อินโดนีเซียในวันนี้ เพราะว่าไม่มีความจำเป็นที่จะขอให้ประเทศไทยลงนามหยุดยิงถาวร เพราะฝ่ายไทยประกาศที่จะรับผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียไปที่พื้นที่พิพาทชายแดนกัมพูชา - ไทย

แหล่งข่าวรายเดียวกัน เปิดเผยต่อว่า สมเด็จฮุน เซน กล่าวอีกว่า กัมพูชาเห็นด้วยกับข้อเสนอของไทยที่จะรับผู้สังเกตการณ์เข้าไปฝังตัวกับทหารของฝ่ายไทย และเราก็จะขอผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียมาฝังตัวในฝ่ายกัมพูชาด้วยโดยเร็วที่สุดเช่นเดียวกัน

สมเด็จฮุน เซน กล่าวต่อว่า สถานการณ์ที่พรมแดนขณะนี้ได้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นแล้วถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากผู้นำไทย การหยุดยิงจะเกิดขึ้นและจะมีผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียตามที่ฝ่ายไทยเรียกร้อง แต่ตนก็กังวลว่าอาจมีความเปลี่ยนแปลงจากฝ่ายไทยต่อการร้องขอผู้สังเกตการณ์จากตอนนี้ไปจนบ่าย