
สุเทพถกแก้ปัญหาปาล์มพรทิวาเข้าแจง
"สุเทพ"นั่งหัวโต๊ะถกแก้ปัญหาปาล์มพรทิวาเข้าแจง พานิชย์เสนอจัดสรรโควต้านำเข้า 1.2 แสนตัน 3 หมื่นให้ปชช. 47 บาท/ลิตร อีก 3 หมื่นให้ภาคอุต 55-56 บาท ส่วนอีก 6 หมื่นพิจารณาตามเหมาะสม ลำปางหันใช้น้ำมันหมูแทน
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 22 ก.พ.ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มฯ เป็นประธานการประชุม ซึ่งในการประชุมในวันนี้มีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พานิชย์ ซึ่งไม่ได้เป็นคณะกรรมการฯ แต่เข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุม พร้อมกับเสนอแนวทางจัดสรรปาล์มที่มีมติให้นำเข้า 1.2 แสนตัน
คือ 1. แยกกลุ่มผู้ใช้เป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่หนึ่ง ภาคอุตสาหกรรม 30,000 ตัน กลุ่มที่สองภาคผู้บริโภคบรรจุขวด 30,000 ตัน 2. กำหนดราคาให้กลุ่มที่ 1 ลิตรละ 55-56 บาท 3. กำหนดราคาให้กลุ่มที่ 2 ลิตรละ 47 บาท 4. นำส่วนลดจากค่าบรรจภัณฑ์ ค่าแรง ค่าส่วนเหลื่อมยี่ปั๊ว และกำไรโรงงานที่จะได้ลดให้ลิตรละ 9 บาท ไปชดเชยให้ผู้บริโภคจะคงราคาอยู่ได้ที่ 47 บาท/ลิตร และ 5. ส่วนที่เหลือ 6 หมื่นตัน จะพิจารณาให้เหมาะสมตามสถานการณ์
ลำปางหันใช้น้ำมันหมูแทน
นางเบญจวรรณ ตัญญู การค้าภายในจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้นำน้ำมันปาล์มจุกสีฟ้าออกไปจำหน่ายบริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัด และหน้าโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง และได้รับความสนใจจากประชาชนซื้อไป 2,400 ขวด นอกจากนี้ สำนักงานการค้าภายในจังหวัด ยังส่งน้ำมันปาล์มจุกสีฟ้า ไปจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า และร้านค้าส่ง ค้าปลีก ในพื้นที่จังหวัดลำปาง กว่า 1,000 ขวด และจำหน่ายในราคาเพียงขวดละ 47 บาท ซึ่งประชาชนแห่ซื้อน้ำมันจนหมด ถือว่าความต้องการน้ำมันปาล์มในพื้นที่จังหวัดลำปาง สูงมาก
สำหรับรับโควต้าน้ำมันปาล์มจุกสีฟ้าจากกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 12,000 ขวด ในส่วนที่เหลือนั้น ทางสำนักงานการค้าภายในจังหวัดลำปาง ได้รับโควต้านั้น เริ่มทยอยออกจำหน่ายแล้วในงานออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่ เช่น งานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ และงานอำเภอยิ้มเคลื่อนที่ และนำออกไปจำหน่ายแล้วในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม และห้างฉัตร และจะทยอยนำออกจำหน่ายในอีก 11 อำเภอของจังหวัดลำปาง เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มที่
ส่วนสถานการณ์น้ำมันอื่นเช่นน้ำมันถั่ว ถือว่าก็ขาดแคลนเช่นกัน หากมีการจำหน่ายตามร้านค้าปลีกทั่วไป ราคาจะสูงมาก ราคาขวดละ 60 - 70 บาท ส่วนสาเหตุที่ราคาสูงมาก เนื่องจากร้านค้าได้รับซื้อจากผู้ค้าส่งในราคาที่สูงเช่นกัน เมื่อน้ำมันถั่วเหลืองเกิดภาวะขาดตลาดและมีราคาสูงมาก ทำให้ประชาชนชาวลำปาง หันมาซื้อน้ำมันหมู ไปใช้แทน เนื่องจากราคาถูก โดยราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 35 บาท ถือว่าราคาสูงซึ่งปกติ จะขายราคากิโลกรัมละ 25 บาท



