
ล่าชื่อฟ้องศาลโลกเรียก3พันล.ฮุนเซน
กำนัน ต.เสาธงชัย ศรีสะเกษ เตรียมล่าชื่อ ยื่น มาร์ค ฟ้องค่าเสียหายจาก ฮุนเซน 3,000 ล้าน เหตุยิง BM 21 ถล่มบ้าน - สถานที่สำคัญหลายแห่งพังยับ กมธ.เจบีซีประชุมนัดสุดท้าย 24 ก.พ.นี้เตรียมส่งสภาฯทันที เชื่อเจบีซีช่วยแก้ข้อพิพาทไทย-เขมรในกรอบทวิภาคี วอน รบ.
วันที่ 22 ก.พ. 54 นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนันตำบลเสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เช้าวันที่ 23 ก.พ.54 ชาวบ้านในเขตตำบลเสาธงชัยอ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และใกล้เคียงจะทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ หรือที่เรียกว่าพิธีเอิ้นขวัญ เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้กลับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะจากกัมพูชาเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส เจ้าคณะอำเภอกันทรลักษ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิธีกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้าน และลดอาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ปะทะที่ผ่านมาได้บ้าง
นายวีระยุทธ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังจะประชุมกับผู้นำหมู่บ้านที่อยู่ติดชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมรายชื่อชาวบ้านยื่นเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้ยื่นฟ้องต่อศาลโลกเอาผิดกับ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ปล่อยให้กองกำลังทหารกัมพูชาใช้ปืนยิงจรวดชนิด BM 21 ยิงถล่มหมู่บ้านภูมิซรอลและหมู่บ้านข้างเคียงได้รับความเสียหาย ทั้งบ้านเรือนชาวบ้าน และศาสนสถาน โรงเรียน และสถานที่ราชการหลายแห่ง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา กว่า 25,000 คน ต้องพากันทิ้งบ้านเรือนอพยพหนีภัยสงครามในสภาพบ้านแตกสาแหรกขาด พ่อแม่ลูกต้องพลัดหลงจากกัน เนื่องจากต้องวิ่งหลบกระสุนปืนใหญ่ในสภาพขวัญหนีดีฝ่อ หนีตายเอาชีวิตรอด ซึ่งกว่าจะหากันเจอก็ต้องใช้เวลาหลายวัน นับถึงวันนี้ชาวบ้านยังไม่หายจากอาการผวา ขวัญกำลังใจยังไม่กลับมาเต็มร้อยเหมือนเดิม
“ผลจากการปะทะทำให้บ้านเรือนถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง 7 หลัง เสียหายบางส่วนจำนวน 15 หลัง นอกจากนี้ประชาชนในเขต ต.เสาธงชัยจำนวน 11 หมู่บ้าน 177 ราย พืชพรรณทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากในนี้มีสวนยางพาราเสียหาย 224 ไร่ และมีแปลงผัก และพืชพรรณทางการเกษตรอื่น ๆ รวมทั้งหมดแล้ว 664 ไร่ และที่น่าหดหู่คือมีชาวบ้านคือนายเจริญ ผาหอม เสียชีวิตอย่างน่าเวทนายิ่งนัก ซึ่งมูลค่าความเสียหายทั้งหมดนี้ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเงินไม่ได้ แต่ตนคิดว่าสมเด็จฮุน เซน ในฐานะผู้เปิดฉากยิงปืนใหญ่ใส่ฝ่ายไทยก่อนจะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดนี้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท” กำนันตำบลเสาธงชัยกล่าว
กมธ.เจบีซีประชุมนัดสุดท้าย24ก.พ.นี้เตรียมส่งสภาฯทันที
ที่รัฐสภา นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานการประชุมกรรมาธิการวิสามัญร่วมพิจารณาบันทึกการประชุมเจบีซีไทย-กัมพูชา 3 ฉบับ พร้อมด้วยน.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญฯ ร่วมกันแถลงผลการประชุม
น.ส.รัชดา กล่าวว่า การประชุมของคณะกรรมาธิการเจบีซี ประชุมเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงพิจารณารายละเอียดครั้งในวันที่ 24 ก.พ. นี้ ซึ่งกำลังยกร่างข้อสรุปการศึกษาของคณะกรรมาธิการ เพื่อเสนอต่อรัฐสภา โดยคณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอได้ประการ แต่ที่มีความสำคัญ คือ กรรมาธิการเห็นว่า การให้ดำเนินการตามคณะกรรมาธิการเจบีซี เดินหน้าต่อเพราะเป็นกลไกสำคัญ ในการแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทย - กัมพูชา นอกจากนี้ ยังตีกรอบข้อพิพาทให้มีการเจรจาในระดับทวิภาคี โดยได้ข้อสรุปว่า จะต้องดำเนินการตามข้อตกลงเอ็มโอยู 43 ซึ่งยอมรับการจัดทำเขตแดน แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการยอมแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน ตร.กม.
น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ขอให้สภาเสนอไปยังรัฐบาลเยี่ยวยาราษฎรที่มีเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่พิพาท นอกจากนี้ ในการใช้คำพูดสื่อสารในปัจจุบัน ที่เกี่ยวกับการสำรวจการจัดทำหลักเขตแดน ซึ่งไม่ใช่เรื่องการปักปันเขตแล้ว เนื่องจากการปักปันเขตแดนแล้วเสร็จไปนานแล้ว เท่ากับว่า ปัจจุบันจะต้องมีการพูดคุยในเรื่องการจัดทำหลักเขตแดนเท่านั้น
เมื่อถามว่า กรณีที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้าชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความว่าผลการประชุมเข้าข่ายรัฐธรรมนูญ 190 หรือไม่ ก่อนที่จะยื่นให้รัฐสภา นายเจริญ กล่าวว่า ทางประธานสภาฯ ได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้กับศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว แต่ศาลยังไม่ได้รับพิจารณา
เมื่อถามต่อว่า คณะกรรมาธิการฯ จำเป็นต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อนหรือไม่ ถึงจะยื่นให้กับรัฐสภา นายเจริญ กล่าวว่า ทางกรรมาธิการฯ พิจารณาเสร็จแล้ว แต่ยังเหลือพิจารณาในรายละเอียดอีก 2 วัน ซึ่งหากแล้วเสร็จก็ยื่นให้ทางรัฐสภาทันที ส่วนประธานสภาฯ จะพิจารณาอย่างไร คงต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาอย่างไร



