
มส.ให้วัดปัตตานี200แห่งงดบิณฑบาต
มส.เห็นชอบให้วัดปัตตานี 200 แห่งงดบิณฑบาต 1 เดือนจนถึงเดือนมี.ค.นี้ หวั่นไม่ปลอดภัย หอการค้ายะลาเล็งถก"อภิสิทธิ์"หลังโจรบึ้มย่านศก.กลางเมือง ห้างยะลาโอด7ปีเจอบึ้ม4หนสูญ30ล.ชี้บอมบ์กลางเมืองทุบศก.ดิ่งเหว ผบช.ภ.9เข้มหาดใหญ่หวั่นโจรใต้จ้องป่วนจุดเสี่ยง
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2554 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมมส.ได้เห็นชอบให้วัดในพื้นที่เขตจังหวัดปัตตานี จำนวน 200 แห่ง งดออกบิณฑบาต เป็นเวลา 1 เดือน จนถึงเดือนมีนาคม ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.)ปัตตานี เสนอ หลังจากที่ได้มอบหมายให้ พศจ.ปัตตานี หารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น เพราะเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพระสงฆ์ จึงขอให้พระภิกษุงดออกบิณฑบาตระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่พระสงฆ์ไม่ได้ออกบิณฑบาตนั้น พศ. จะได้จัดสรรเงินกองทุนวัดช่วยวัดช่วยถวายเป็นค่าภัตตาหารแก่พระภิกษุจำนวนรูปละ 100 บาทต่อวัน ทั้ง 200 แห่ง เพื่อไว้ใช้ยังชีพด้วย
“สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้แสดงความห่วงใยต่อกรณีดังกล่าวเป็นอย่างมาก พร้อมย้ำให้ พศ. หามาตรการดูแลความปลอดภัยของพระสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แบบใกล้ชิด ซึ่งเบื้องต้น ได้ขอความร่วมมือพุทธศาสนิกชนที่อยู่ในพื้นที่ เข้ามาประกอบภัตตาหารถวายพระภิกษุที่ไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ รวมทั้งขอกำลังฝ่ายความมั่นคงเข้ามาดูแลหากพระภิกษุ ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่”ผอ.พศ. กล่าว
หอการค้ายะลาเล็งถก"อภิสิทธิ์"
นายวิรัช อัศวสุขสันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ระเบิดซึ่งเกิดเหบริเวณนถนนรัฐคำนึงตัดกับถนนระนอง เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุระเบิดบริเวณ ถนน ณ นคร เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ประมาณ100เมตรเท่านั้น และเป็นความรุนแรงที่เกิดในย่านเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองยะลา ทำให้วันนี้บรรยากาศการค้า การขาย การลงทุน ซบเซาลงทันตา อีกทั้งมูลค่าความเสียหานทางทรัพย์สินจากเหตุการณ์ระเบิด2ครั้งในห้วง8วัน มีตัวเลขอยู่ที่หลายสิบล้านบาท และที่สำคัญได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในด้านเศรษฐกิจของเมืองยะลาทุกมิติ
นายวิวัช กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ได้เตรียมหารือเพื่อหาแนวทางในการพบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงเทพ หรือผู้นำรัฐบาลจะเดินทางลงมายังพื้นที่ชายแดนภาคใต้เพื่อประชุมร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่โดยเฉพาะ เนื่องจากขณะนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐจะต้องหาทางช่วยเหลือและกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจของ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบให้ตรงจุดอย่างเร่งด่วนที่สุด
ประธานหอการค้ายะลา กล่าวต่อว่า สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการมากที่สุดคือแนวทางในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการกระตุ้น และฟื้นฟุความเชื่อมั่นในพื้นที่อย่างเร่งด่วน รวมทั้งแนวทางการช่วยเหลือที่ชัดเจนเพื่อให้บรรยากาฯศในพื้นที่ฟื้นตัวโดยเร็ว และที่สำคัญจะต้องหาทางสร้างความเชื่อมั่นโดยเร็วที่สุด โดยพาะมิติของงานด้านความมั่นคงที่จะต้องเป็นที่พึงพิงและพึ่งพาในเรื่องของความเชื่อมั่นในความปลอดภัยได้มากที่สุด
“เขตเมืองยะลาเป็นพื้นที่สำคัญทั้งเป็นดั่งหัวใจศูนย์ราชการ และหัวใจของเศรษบกิจในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นการถูกลอบวางระเบิด2หนในรอบสัปดาห์ ย่อมจะฉุดรั้งให้บรรยากาศทุกอย่างดิ่งเหวอย่างรวดเร็วดังนั้นผู้ประกอบการภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่จึงอยากพบกับนายกรัฐมนตรีมากที่สุดในเวลานี้ ” ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา กล่าว
ห้างยะลาโอด7ปีเจอบึ้ม4หนสูญ30ล.ชี้บอมบ์กลางเมืองทุบศก.ดิ่งเหว
นายนิเวศน์ ศิริไชย กรรมการผู้จัดการ หจก.ซูปเปอร์ ดีพาร์ทเม้นสโตร์ ยะลา และ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ระเบิดกลางเมืองยะลาเมื่อวันที่21ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความรุนแรงในพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดครั้งที่2 ในรอบระยะเวลาห่างกันเพียง8วัน โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณที่ ถนนระนอง ห่างจากจุดแรก เพียง 100 เมตร เท่านั้นหลังจากครั้งแรกคนร้ายซุกซ่อนระเบิดในรถยนต์ก่อนจุดชนวนแรงระเบิดสร้างความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้อาคารบ้ารเรือนร้านค้าวอดวาย เมื่อวันที่ 13 ก.พ. บริเวณ ถนน ณ นครที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้เศรษฐกิจ การค้าและการท่องเที่ยวของเมืองยะลาอยู่ในภาวะช็อค อย่างรุนแรง
“เศรษฐกิจการค้าของยะลาขณะนี้ตกอยู่ในภาวะช็อคอย่างรุนแรง เพราะแค่8วันเจอระเบิดกลางเมืองถึง2ครั้ง และที่สำคัญที่นี้ถือเป็นหัวใจของการค้าและการท่องเที่ยวหลักใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจเมืองยะลาซบเซาย่อมมีผลต่อปัตตานีและนราธิวาสอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกัน ” นายนิเวศน์ กล่าว
นายนิเวศน์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ความไม่สงบในขณะนี้ถือเป็นช่วงที่เกิดความรุนแรงอย่างหนักหน่วงกว่า1 - 2ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้เคลื่อนไหวอย่างหนักในหลากหลายรูปแบบจนประชาชน ภาคธุรกิจ ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงกระทั่งอยู่ในภาวะเสียขวัญอย่างหนัก จึงอยากให้รัฐเร่งแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าโดยพาะหาทางระงับเหตุรุนแรงรายวันขณะนี้ให้ได้โดยเร็ว เพื่อกระตุ้นขวัญและความรู้สึกของคนในพื้นที่เป็นการด่วน
กรรมการผู้จัดการ หจก.ซูปเปอร์ ดีพาร์ทเม้นสโตร์ ยะลา กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดกลางเมืองยะลา เมื่อวันที่21 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุบนถนนรัฐคำนึงตัดกับถนน ระนอง ทำให้ห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเม้นสโตร์ ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด และที่สำคัญเหตุครั้งนี้นับเป็นครั้งที่4ในรอบ7ปีที่สถานประกอบการและธุรกิจได้รับความเสียหายจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบนับตั้งแต่ปี2547เป็นต้นมา
“ห้าง หจก.ซูปเปอร์ ดีพาร์ทเม้นสโตร์ ยะลา ของผมได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบตั้งแต่ปี2547 จนถึงขณะนี้ 4หน และแต่ละครั้งความเสียหายก็มิใช่น้อยๆโดยรวมมูลค่าที่สูญเสียทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 20 - 30ล้านบาทแล้ว ” กรรมการผู้จัดการ หจก.ซูปเปอร์ ดีพาร์ทเม้นสโตร์ ยะลา กล่าว
ด้านนายวิสุทธิ์ พึ่งรัศมี ผู้ประกอบการร้านทอง "ห้างทอง ไทเซ่งล้ง" อ.เมือง จ.ยะลา กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในพื้นที่ใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดยะลาย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของชาวบ้านที่ต้องเผชิญสถานการณ์ที่ไม่ปกติอย่างไม่ลดละ รวมถึงมีผลกระทบโดยตรงที่ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจในระบบความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะในภาคการลงทุนและบรรยากาศการค้าขายในพื้นที่ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อรายได้ในภาพรวม รวมถึงการสูญเสียโอกาสหรือช่องทางทางธุรกิจที่ต้องหยุดชะงักไปชั่วคราว
"การทำธุรกิจอยู่บนปัจจัยความเสี่ยงเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นเรื่องสำคัญมากที่นักลงทุน และนักธุรกิจต้องขบคิดอย่างหนัก ดังนั้นตราบใดที่สถานการณ์ยังคงทวีความรุนแรงแบบรายวันก็ย่อมมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิทั้งจังหวัดอย่างแน่นอน เบื้องต้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายในพื้นที่ร่วมมือกันสร้างมาตรการที่รัดกุมและปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจโดยเร็วที่สุด" นายวิสุทธิ์ กล่างว
ผบช.ภ.9เข้มหาดใหญ่หวั่นโจรใต้จ้องป่วนจุดเสี่ยง
พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธมาลิก ผบช.ภาค.9 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุระเบิดในจ.ยะลา และจ.นราธิวาส3 ครั้งในรอบ1สัปดาห์ที่ผ่านมา ในส่วนของตำรวจภาค 9 ได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงให้เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุระเบิดที่หลายฝ่ายเป็นกังวลจะขยายเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่จ.สงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งการค้าและย่านธุรกิจการท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยล่าสุดได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อส.และตชด.เข้าประจำจุดตรวจสกัดและเข้าตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงทุกจุดเพื่อเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะมาตรการตรวจเยี่ยมหอพัก บ้านเช่าทั่วเมืองหาดใหญ่เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มีกลุ่มเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาอาศัยอยู่จำนวนหนึ่งเพื่อเป็นการป้องปราม นอกจากนี้ยังได้รับการประสานความร่วมมือจากพล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัช แม่ทัพภาคที่ 4 นำกำลังเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการจากมทบ.42 ได้เข้ามาร่วมวางมาตรการป้องกันเมืองหาดใหญ่อย่างเต็มที่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ยังได้นำกำลังตำรวจจากพื้นที่รอบนอก เช่น สภ.ควนเนียง สภ.รัตภูมิและบางกล่ำ เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่หาดใหญ่เพื่อเสริมมาตรการป้องกันให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น
"ได้สั่งการให้หน่วยข่าวเกาะติดสถานการณ์และเครือข่ายต่างๆอย่างใกล้ชิดเพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้าย โดยเฉพาะการตรวจเยี่ยมตามแหล่งหอพัก บ้านเช่า ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่กลุ่มเครือข่ายแนวร่วมผู้ไม่หวังดีอาจแอบแฝงเข้ามากบดานหรือสร้างสถานการณืในพื้นที่ได้"พล.ต.ท.วีระยุทธ กล่าว
กำลัง3ฝ่ายในอ.สุไหงโก-ลกหารือผู้ประกอบการ
พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงมักเรียกร้องความชอบธรรมในการก่อเหตุตามสถานบันเทิง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ล่าสุดกำลัง3ฝ่ายจึงได้เรียกประชุมกลุ่มผู้ประกอบการสถานบริการและสถานบันเทิงในพื้นที่มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมทั้งให้ความรู้ในการสังเกต และเฝ้าระวังพฤติกรรมของบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัยที่เข้ามาจอดในพื้นที่ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุในเบื้องต้น ด้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้มีการซักซ้อมแผนระวังเมืองทั้งหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง มูลนิธิกู้ภัย เครือข่ายกลุ่มพายุและกลุ่มหมากแดงเพื่อให้รับทราบถึงความรับผิดชอบที่ต้องเร่งดำเนินการของแต่ละหน่วยทันทีที่เกิดเหตุ ป้องกันความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติกรณีมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น
ส่วนการโจรกรรมรถในพื้นที่ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์นี้พบว่ามีรถจักรยานยนต์หายไปจำนวน4คัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกำลังมีการตรวจสอบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพที่โจรกรรมไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านหรือเป็นการลักลอบไปใช้ในการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ แต่ยังไม่ได้รับรายงานการโจรกรรมรถยนต์ในพื้นที่ อย่างไรก็ตามผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลกได้ย้ำเตือนไปยังประชาชนให้ช่วยกันป้องกันการโจรกรรมรถที่เกิดขึ้น โดยผู้ครอบครองรถยนต์ควรมีการติดตั้งระบบการรักษาความปลอดภัยจากการถูกโจรกรรม ส่วนรถจักรยานยนต์ต้องมีการล็อครถให้แน่นหน้าโดยจำเป็นต้องล็อคทั้งคอรถและโช๊คเพราะสามารถป้องกันการโจรกรรมได้มากกว่าเลือกล็อคเพียงจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าจะป้องกันการนำรถไปใช้ในการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบที่กระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ได้
ผบก.นราฯเตรียมออกหมายจับคนร้ายป่วนเมือง3จุดแล้ว
ความคืบหน้าเหตุระเบิดขึ้นที่หัวสะพานริมถนนปากทางเข้าโรงเรียนบ้านกูแว ( ประชาอุทิศ) บ้านกูแว หมู่ 1 ต.ลูโบ๊ะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ล่าสุด พ.จ.อ.ปราโมทย์ ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยครู สังกัดทหาร ร้อย ร.ปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ ให้การว่าก่อนเหตุ ตนพร้อมด้วยทหารใต้บังคับบัญชารวม 10 นาย ใช้รถจักรยานยนต์ 5 คันเป็นพาหนะ กำลังขับรถตามหลังกันเป็นขบวนเพื่อคุ้มครองครูโรงเรียนบ้านกูแวเดินทางมาโรงเรียน แต่ก่อนถึงจุดระเบิด 100 เมตรระเบิดได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นเสียก่อนจึงไม่มีทหารและครูคนใดได้รับบาดเจ็บ
ด้านพล.ต.ต.ชัยทัต ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุป่วนร้านคาราโอเกะในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จำนวน 3 จุด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 17 คนเหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ว่าได้สอบปากคำพยานบุคคลที่อยู่ในจุดเกิดเหตุไปแล้ว 8 ปากและได้นำพยานมาทำการสเก็ตซ์ภาพคนร้ายแล้วด้วยทำให้ได้ความคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าจะออกหมายจับคนร้ายได้ภายในวันหรือสองวันนี้ส่วนคนร้ายก็เป็นคนร้ายกลุ่มเดิมๆ



