ข่าว

"อัญชลี"เล็งฟ้องพท.กล่าวหาได้ประโยชน์จากปาล์ม

"อัญชลี"เล็งฟ้องพท.กล่าวหาได้ประโยชน์จากปาล์ม

22 ก.พ. 2554

"อัญชลี" เล็งฟ้องเพื่อไทยกล่าวหาได้ประโยชน์จากปาล์ม เชิญให้ “ หญิงสุ” “ชายพร้อม” เล่นละครกันสองคน กรุณาอย่าดึงคนอื่นไปเอี่ยวด้วย รับครอบครัวทำธุรกิจสวนปาล์ม แต่ไม่มีธุรกิจสกัดปาล์มน้ำมัน

(22ก.พ.) นางอัญชลี วานิช เทพบุตร เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ถูกนายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาราคาน้ำมันปาล์มแพง ว่า ธุรกิจครอบครัวของตนไม่ได้เกี่ยวกับโรงกลั่นน้ำมันพืชหรือน้ำมันบริสุทธิ์ แต่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเมื่อเกษตรกรปลูกปาล์มน้ำมันแล้ว จะส่งไปผลปาล์มไปยังโรงสกัดน้ำมันเพื่อบีบน้ำมันออกจากผล จากนั้นน้ำมันปาล์มดิบต้องถูกส่งขายต่อไปยังโรงกลั่นน้ำมันทันที เพื่อเอาทำน้ำมันพืชและส่งไปยังภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยไม่มีการเก็บสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ เพราะไม่สามารถเก็บน้ำมันปาล์มดิบไว้นาน มิฉะนั้นคุณภาพของน้ำมันปาล์มดิบจะเสีย และเมื่อนำไปกลั่นเป็นน้ำมันพืชจะมีกลิ่นเหม็นและมีกรดเอฟเอฟเอ อีกทั้ง ธุรกิจสวนปาล์มของครอบครัวตนได้ถูกพัฒนาไปเป็นบริษัทมหาชนและเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แล้ว ส่วนผลปาล์มที่เราปลูกได้มีจำนวนคิดเป็นร้อยละ 10 ของตลาดโดยรวมทั้งประเทศ ซึ่งเราผลิตแค่น้ำมันปาล์มดิบ แต่ไม่ได้เกี่ยวกับโรงกลั่นน้ำมันพืช

 นางอัญชลี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ผลผลิตปาล์มขาดตลาดในช่วงเดือน ต.ค. 2553 - ม.ค. 2554 ซึ่งมากที่สุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากเกิดปัญหาภัยแล้งตั้งแต่ปลายปี 2552 ซึ่งส่งผลสะท้อนกลับมา 10 เดือนหลังจากนั้น ทำให้สต๊อคที่เราเคยส่งกันได้ จากเดิมที่แต่ละปีจะเหลือประมาณ 120,000 ตัน แต่สิ้นปีที่แล้วเหลือเพียง 60,000 กว่าตัน ดังนั้นการบริหารจัดการต้องเข้าไปดูในรายละเอียดเหล่านี้ ซึ่งถ้ามีการบริหารจัดการที่ดีในช่วงปลายเดือน มี.ค.-ต้น เม.ย.ที่ผลปาล์มจะออกมาอีกล็อต จะเกิดประโยชน์ และผู้บริโภคไม่ซื้อน้ำมันปาล์มราคาแพง รวมถึงรัฐบาลไม่ต้องช่วยเหลือมาก ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเข้าไปดูจำนวนผลผลิตปาล์มในแต่ละสวน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เก็บข้อมูลสต๊อคน้ำมันพืชและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถ้ามีการบริหารจัดการตัวเลขให้ดี และมีการนำตัวเลขข้อมูลต่างๆแล้วมาบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด มันน่าจะไปได้

   ส่วนที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ระบุว่าต้องดูปัญหานี้ตั้งแต่ต้นทาง และโรงงานไปรับซื้อปาล์มจากเกษตรกร ในราคากิโลละกรัมละ 6 บาท ทั้งที่ราคาจริงอยู่ที่กิโลกรัมละ 11-12 บาท นางอัญชลี กล่าวว่า สิ่งที่ตนพูดก็คือต้นทาง ดังนั้น คนที่พูดก็ต้องพูดให้จบกระบวน   ส่วนเรื่องราคารับซื้อปาล์มนั้น ตนไม่ทราบว่าเป็นโรงงานของคุณหญิงสุดารัตน์หรือไม่ แต่เวลาที่เขาซื้อขายกัน จากเดิมกิโลกรัมละ 3 - 5 บาท ราคาขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 5 -8 บาท และต่อมาเป็น 8 - 11 บาท ในช่วงปลายเดือน ม.ค.-ก.พ. แต่ตอนนี้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 8 บาท เป็นสัดส่วนการขึ้นลงของราคาตามกลไกตลาด ไม่มีใครไปบิดเบือน ซึ่งตนคิดว่าคนที่ไม่รู้จริงอย่าออกมาพูด เพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน

   นางอัญชลี กล่าวอีกว่า สำหรับสิ่งที่เขาพูดมานั้น เข้าใจว่าเขาเข้าใจผิดหรือไม่ได้ทำการบ้าน จึงพยายามดึงตัวละครเข้าไปร่วมเล่นด้วยโดยเหมารวมด้วยความเข้าใจว่าครอบครัวมีโรงสกัดน้ำมันปาล์มแล้วหมายความว่าเป็นโรงกลั่นน้ำมันพืชบรรจุขวด ซึ่งไม่ใช่เพราะเป็นคนละอย่าง ซึ่งตนกำลังตามเก็บหลักฐานในเรื่องดังกล่าว โดยต้องดูว่าสิ่งที่เขาพูดถึงตัวอักษรย่อให้เชื่อมโยงมาถึงตนนั้น เข้าข่ายที่ทำให้ตนได้รับความเสียหายหรือไม่ เช่น มีการกล่าวหาว่าทุจริตหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องสต๊อคน้ำมันปาล์มหรือไม่ ซึ่งถ้าพบว่าเข้าข่ายเป็นการหมิ่นประมาท ตนก็ต้องฟ้องร้องดำเนินคดีกันต่อไป ซึ่งขณะนี้ กำลังตามเก็บหลักฐานอยู่ ม้วนไหนใครอัดไว้ก็ขอความกรุณาขอด้วยเลย  

   “ถ้าหญิง‘ สุ ’ กับชาย ‘ พร้อม ’ ชอบเล่นละคร ก็เชิญเล่นละครกันต่อ 2 คน อย่าดึงดิฉันเข้าไปด้วย ไม่ได้เกี่ยว และไม่ชอบเล่นละคร ส่วน เป็นเพราะมีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ หรือไม่ จึงถูกเชื่อมโยง เขาอาจพยายามสร้างตัวละคร ดิฉันจึงบอกว่าถ้าเขาถนัดเล่นละครกัน ก็ให้ไปเล่นกัน 2 คน อย่าดึงดิฉันเข้ามาด้วย เพราะไม่ได้มีบทบาทหน้าที่ในการทำเรื่องนี้”นางอัญชลี กล่าว