ข่าว

'กัดดาฟี่'โผล่ทีวีลั่นไม่ลี้ภัยนอกประเทศ

'กัดดาฟี่'โผล่ทีวีลั่นไม่ลี้ภัยนอกประเทศ

22 ก.พ. 2554

พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ ปรากฎตัวทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก ยืนยันว่าไม่ได้ลี้ภัยออกนอกประเทศ

(22ก.พ.) พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ ผู้นำลิเบีย ได้ปรากฎตัวในช่วงสั้น ๆ ทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ พร้อมกับกล่าวปฏิเสธว่า เขาไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ และกำลังจะไปพบกับเหล่ายุวชนที่จตุรัสกรีน ใจกลางกรุงทริโปลี โดยสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ อ้างว่า ถ่ายทอดสดจากบ้านพักของผู้นำลิเบีย เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น ซึ่งแสดงให้เห็นเขากำลังลงจากรถโดยที่มือข้างหนึ่งถือร่ม เนื่องจากฝนตกและเขาก็พูดไปด้วยว่า ต้องการจะพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาอยู่ในกรุงทริโปลี ไม่ใช่ในเวเนซุเอล่า

 ก่อนหน้านี้ นายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ ได้สันนิษฐานที่กรุงบรัสเซลล์ของเบลเยียมว่า พันเอกกัดดาฟี่ อาจเดินทางออกนอกประเทศไปยังเวเนซุเอล่าแล้ว ซึ่งทางเวเนซุเอล่า ซึ่งก็รีบปฏิเสธทันทีเช่นกัน

 กระทรวงต่างประเทศเวเนซุเอล่า ออกแถลงการณ์ว่า นายนิโคลัส มาดูโร่ รัฐมนตรีต่างประเทศได้กล่าวต่อนายมุสซา คุสซา รัฐมนตรีต่างประเทศของลิเบีย ที่แจ้งต่อเขาก่อนหน้านี้ว่า พันเอกกันดาฟี่ยังอยู่ในลิเบีย และกำลังใช้อำนาจรัฐและเผชิญหน้ากับสถานการณ์ในประเทศ

 ในขณะที่ผู้นำลิเบียปรากฎตัวครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดการลุกฮือขึ้นประท้วงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น ความไม่สงบได้ลุกลามเข้าไปถึงกรุงทริโปลีแล้ว มีเสียงปืนดังรัวต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้ประท้วงโจมตีสถานีตำรวจและสำนักงานกระจายเสียงของรัฐ ที่เป็นกระบอกเสียงของกัดดาฟี่ และยังจุดไฟเผาอาคารที่ทำการหลายแห่งที่เป็นของรัฐบาลอีกด้วย

 ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 2 เขต ในกรุงทริโปลี เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ได้เกิดการสังหารหมู่จากการที่กลุ่มมือปืน เปิดฉากยิงเข้าใส่ฝูงชนไม่เลือกหน้าที่เขตทาจูร่า ส่วนที่เขตฟัชลัม มีเฮลิคอปเตอร์หลายลำไปลงจอด และมีพวกนับรบรับจ้างชาวแอฟริกัน กรูกันออกไปยิงกราดใส่ผู้คนบนท้องถนน ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

 นานาชาติได้แสดงความวิตกต่อการกวาดล้างการประท้วงที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน และสร้างความสั่นคลอนให้กับลิเบีย และแม้จะมีการปกปิดเหตุการณ์ภายใน แต่กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ได้ระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตไว้ระหว่าง 200 - 400 คน นางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า กำลังจับจากสถานการณ์ด้วยความตื่นตัวตลอดเวลา และร่วมกับประชาคมนานาชาติ ในการประนามอย่างแข็งกร้าวต่อความรุนแรงในลิเบีย และถึงเวลาแล้วที่จะต้องยุติการนองเลือดที่ไม่อาจยอมรับได้ ส่วนนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า เขาไม่พอใจอย่างยิ่งต่อรายงานที่ว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงของลิเบีย ยิงใส่ผู้ประท้วงจากเครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์

 สหภาพยุโรป หรือ อียู , องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ , สหประชาชาติอังกฤษ , ฝรั่งเศส และอิตาลี ต่างเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง ทูตถาวรของลิเบียประจำสหประชาชาติได้เรียกร้องให้พันเอกกัดดาฟี่ลาออก เพราะประกาศสงครามต่อประชาชนชาวลิเบีย ทั้งยังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเขาด้วย