
เล็งรื้อราคาประกันข้าวรับทุนพุ่งธ.ก.ส.ยันไม่ใช้ระบบจำนำ-ห่วงสกัดสวมสิทธิ์ยาก
ธ.ก.ส.ยันราคาข้าวไม่ได้ตกต่ำ มองต้นตอราคาประกันอาจไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เหตุใช้มาแล้ว 2 ปี ราคาปุ๋ยพุ่งขึ้น หนุน กขช.คำนวณใหม่ ยันไม่กลับไปใช้ระบบจำนำหวั่นป้องกันปัญหาการสวมสิทธิ์ได้ยาก
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเกษตรใน 22 จังหวัดเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ว่าปัญหาน่าจะเกิดจากการกำหนดราคาประกันที่ต่ำเกินไป ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่แท้จริง เนื่องจากเป็นราคาที่ประกาศใช้มาแล้ว 2 ปี ขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น ตามราคาน้ำมันและปุ๋ย ทำให้เกษตรกรมองว่าส่วนต่างระหว่างราคาประกันกับราคาอ้างอิงที่ได้รับนั้นต่ำเกินไป ซึ่งหากรัฐบาลปรับราคาประกันเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้เกษตรกรได้รับส่วนต่างมากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ มองว่าคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานน่าจะมีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณาเพื่อปรับวิธีคำนวณราคาประกันให้เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่แท้จริง และบวกกำไรส่วนต่างให้แก่เกษตรอีก 25-40% ก็น่าจะทำให้เกษตรกรยอมรับได้ แต่รัฐบาลก็ต้องจ่ายเงินชดเชยที่สูงขึ้นตามไปด้วย จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ กขช.
"ในพื้นที่ภาคกลางจะบวกส่วนต่างกำไร 25% เพราะปลูกข้าวได้ 2 ครั้งต่อปี มีผลผลิต 800 กิโลกรัมถึง 1 ตันต่อไร่ ขณะที่พื้นที่ภาคอีกสานจะบวกส่วนต่างกำไรให้ 40% เพราะปลูกข้าวได้เพียงปีละ 1 ครั้งและมีผลผลิตเพียง 500 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งน่าจะเป็นอัตราที่สมเหตุสมเหตุแล้ว” นายลักษณ์กล่าว
สำหรับเรียกร้องให้นำระบบจำนำกลับมาใช้นั้น นายลักษณ์กล่าวว่า คงไม่เหมาะสมและเป็นไปไม่ได้ เพราะนอกจากจะมีความยุ่งยากแล้ว ยังจะมีปัญหาการลักลอบนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์รับจำนำแทนด้วย โดยเฉพาะข้อเรียกร้องให้ใช้ราคาจำนวนสูงกว่าราคาตลาด 30% จะยิ่งทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ขณะที่เกษตรกรเองก็จะไม่ได้อะไรแต่กำไรหรือส่วนต่างจะเป็นของนายทุนมากกว่า
“ขณะนี้การส่งออกและนำเข้าของประเทศในภูมิภาคเอเชีย จะไม่มีประเด็นภาษีอยู่แล้ว จากข้อตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ จะทำให้การนำเข้าข้าวจากประเทศต่างๆ ง่ายขึ้นและไม่มีต้นทุน ขณะที่การควบคุมที่จะไม่ให้มีการนำเข้าข้าวเหล่านี้มาสวมสิทธิ์รับจำนำแทนเกษตรกรก็ทำได้ยากมากขึ้น ดังนั้น จึงไม่มีประโยชน์ที่จะกลับไปใช้ระบบรับจำนำเหมือนเดิม แต่เป็นไปได้ที่จะคำนวณราคาประกันรายได้ใหม่ให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่แท้จริงมากขึ้น” นายลักษณ์กล่าวและว่า แนวโน้มราคาข้าวในเดือนเมษายนน่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ จึงอยากให้เกษตรกรใจเย็นๆ และขณะนี้ก็ยังมีส่วนต่างจากราคาประกันอยู่ตันละ 2-3 พันบาท



