
ศก.โลกฟื้นดันส่งออกมกราคมพุ่ง 22%
พาณิชย์เผยยอดส่งออกเดือนมกราคมขยายตัว 22.25% มีปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ราคาสินค้าอาหารส่งออกสูงขึ้น เชื่อเหตุวุ่นในตะวันออกกลางไม่กระทบยอดส่งออกของไทย
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนมกราคม 2554 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 22.25% ด้วยมูลค่า 16,477 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อคิดในรูปเงินบาทขายตัว 10.7% ด้วยมูลค่า 501,083 ล้านบาท สินค้าส่งออกขยายตัวในทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ข้าว สินค้าอาหารประเภทอาหารทะเล ผัก ผลไม้ ยางพารา เครื่องใช้ไฟฟ้าและอัญมณีเครื่องประดับ เป็นต้น ขณะที่การนำเข้าเดือนมกราคมมีมูลค่า 17,604.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 33.3% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 856.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนตลาดส่งออกสำคัญขยายตัวทุกตลาด แบ่งเป็นตลาดหลักเพิ่มขึ้น 23.4% โดยเฉพาะญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 31.4% สหภาพยุโรปและสหรัฐ ก็ขยายตัว 21.1% และ 17.3% ตามลำดับ ตลาดรองขยายตัวเพิ่มขึ้น 15.9% เป็นการขยายตัวเกือบทุกตลาด
นอกจากนี้ การส่งออกของไทยไปประเทศคู่ค้าภายใต้ความตกลงเสรีทางการค้า (เอฟทีเอ) ไทยส่งออกรวม 8,965.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.5% เป็นการใช้สิทธิ์พิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้เอฟทีเอรวมมูลค่า 2,880.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.3% คิดเป็น 32.1% ของการส่งออกรวมภายใต้เอฟทีเอ ประเทศที่มีการใช้สิทธิ 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มอาฟตา จีน และออสเตรเลีย ขณะที่การนำเข้าภายใต้เอฟทีเอมีมูลค่ารวม 10,765.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 34.2% โดยไทยขาดดุลการค้า 1,799.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
"การส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นนั้นมาจากความต้องการของประเทศหลักที่เศรษฐกิจขยายตัวดีทั้งสหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่น รวมทั้งกลุ่มประเทศในเอเชีย ทั้งจีน อินเดีย และเอเชียตะวันออกก็มีเศรษฐกิจดีขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากราคาสินค้าอาหารและสินค้าเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนสถานการณ์การเมืองในประเทศแถบตะวันออกกลางเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อยอดการส่งออกของไทยมากนัก เนื่องจากมีสัดส่วนในการส่งออกเพียง 0.36% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด อย่างไรก็ตามหากยืดเยื้อก็อาจเป็นความเสี่ยงต่อราคาน้ำมันภายในประเทศให้สูงขึ้น" นางพรทิวากล่าว



