
มนุษย์บ้างานพันธุ์โสมขาว (2)
ปกติแล้ว มนุษย์เงินเดือนแดนกิมจิมักจะไม่ออกปากบ่นแม้แต่น้อย การทำงานจนมืดจนค่ำเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะงานต้องแล้วเสร็จภายในวันนั้น ไม่ปล่อยให้เป็นดินพอกหางหมู แต่บางครั้งเป็นเพราะทัศนคติที่ว่าการทำงานล่วงเวลาถือเป็นเรื่องถูกต้องและทรงคุณค่า ทำให้พนัก
"คนรุ่นก่อน ซึ่งทำงานในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังรุ่งโรจน์สุดๆ เลยเคยชินกับการทำงานล่วงเวลา เหมือนญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษ 2513 เลยเป็นเรื่องยากที่จะเก็บของกลับบ้านเมื่อถึงเวลาเลิกงานแล้วขณะที่หัวหน้ายังนั่งทำงานอยู่" มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ให้ความเห็นแถมหัวหน้าบางคนยังมีหน้าออกปากถามลูกน้อง "ทำไมต้องกลับบ้านเร็วนักล่ะ" ทำให้ไม่มีใครกล้ากลับก่อน
กระทรวงแรงงานเคยออกกฎข้อหนึ่งเมื่อปี 2547 ว่าให้บริษัทที่มีพนักงานกว่าพันคนขึ้นไปต้องกำหนดชั่วโมงทำงานของพนักงานแค่อาทิตย์ละ 40 ชั่วโมง ต่อมาได้ขยายการบังคับใช้กฎข้อนี้ให้ครอบคลุมไปถึงบริษัทที่เล็กกว่านี้ด้วย
และเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ขยายการบังคับใช้ให้คลุมไปถึงบริษัทเล็กๆ ที่มีพนักงานไม่ถึง 20 คน คาดว่าจะครอบคลุมบริษัทราว 3 แสนบริษัท และมีผลต่อพนักงานราว 2 ล้านคนนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป
"ถึงแม้ว่าชาวเกาหลีจะมีชั่วโมงการทำงานมากกว่าพนักงานของสมาชิกโออีซีดีโดยทั่วไป ถ้าหากกฎข้อนี้มีผลบังคับใช้ คุณภาพของชีวิตและประสิทธิภาพของเนื้องานคงจะดีขึ้น และยังทำให้พนักงานมีเวลาพักผ่อนหย่อนใจมากขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตพลอยดีขึ้นตามไปด้วย"
ผลตามมาอีกประการหนึ่งก็คือคงจะทำให้อัตราการเกิดที่มีแต่ต่ำลงนั้นพุ่งขึ้นก็ได้ เมื่อต้นปีที่แล้วกระทรวงสาธารณสุขก็บังคับให้ทุกบริษัทจะต้องดับไฟตอน 19.30 น. อย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อกระตุ้นพนักงานให้กลับบ้านเร็วขึ้น จะได้มีเวลาผลิตลูกมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเชื่อว่าวัฒนธรรมการทำงานหนักจนกลายเป็นคนบ้างานคงจะหายไปในไม่ช้า "เมื่อเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ก้าวมาถึงจุดสูงสุดแล้ว และเมื่อคนรุ่นใหม่ได้ก้าวไปสู่ตำแหน่งผู้บริหาร วัฒนธรรมนี้ก็คงจะหายไปในที่สุด"
แต่พนักงานเองกลับไม่เห็นด้วยกับการกลับบ้านเร็วหรือทำงานน้อยลง บางคนยอมรับว่าแม้ว่าการทำงานจนเกินเวลาจะไม่ใช่เรื่องดี แต่ตัวเองก็คงยากทำใจหากต้องให้กลับบ้านแต่หัววันโดยไม่มีอะไรทำ
"คงต้องเปลี่ยนงานใหม่ดีกว่า" คนบ้างานพันธุ์ใหม่บางคนรำพันหากถูกบังคับให้ทำงานน้อยลง โดยลืมไปว่าชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับงานตัวเดียวเท่านั้น
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



