
ประชาธิปไตยอาหรับของแท้แน่นอน
การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในประเทศอียิปต์เมื่อเร็วๆ นี้ ได้สร้างศักราชใหม่ให้แก่โลกอาหรับว่าชาติอาหรับมีปรัชญาและแรงดลใจประชาธิปไตยเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นอิทธิพลของโลกตะวันตกอย่างที่คนต่างประเทศมักจะคิดกันเสมอ
การเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็วในตูนิเซียก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องใหม่ ยังไม่สามารถให้ความรู้สึกแท้จริงเกี่ยวกับปรัชญาประชาธิปไตยอาหรับได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารักในอียิปต์ถูกแรงกดดันของประชาชนขับไล่ออกจากตำแหน่ง เมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา
ในปัจจุบัน กลุ่มพลังต่างๆ ที่อยู่บนดินหรือใต้ดิน กำลังออกมาเพื่อเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาประชาธิปไตยในอียิปต์ต่อไป ประเด็นนี้ยังต้องรอดูว่ากลุ่มต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับศาสนาและที่เป็นภาคประชาสังคมนั้นจะออกมารูปใด มีนักวิชาการมากมายในโลกตะวันตกกลัวว่าบรรยากาศใหม่ในโลกอาหรับขณะนี้ จะเปิดโอกาสให้กลุ่มศาสนาหัวรุนแรงที่ซ่อนตัวออกมามีอำนาจ เพื่อจะใช้ความเชื่อและกฎหมายอิสลามมาใช้อย่างที่เป็นไปในอิหร่านในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ความแปลกแยกในโลกอนาคตจะมีมากขึ้น
ฉะนั้นการพัฒนาประชาธิปไตยอาหรับที่กำลังจะเกิดขึ้นในอียิปต์ จึงมีความสำคัญยิ่ง มันจะเป็นตัวดัชนีชี้ว่าอนาคตประชาธิปไตยอาหรับจะพัฒนาไปทางไหนกัน? ทั้งนี้เป็นเพราะว่าอียิปต์เป็นศูนย์กลางของการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประเพณีของอิสลามกระแสหลัก เป็นเสาหลักความมั่นคงของเสถียรภาพในตะวันออกกลางและในแอฟริกาเหนือมาตลอด
มีการตั้งคำถามกันมากมายว่า อียิปต์ที่เป็นประชาธิปไตยเป็นตัวของตัวเอง จะยังสามารถเป็นเสาหลักเหมือนกับอดีตได้หรือไม่ โดยไม่มีสหรัฐอเมริกาเป็นพี่เลี้ยงที่เป็นตัวยืนได้เหมือนก่อน
ที่น่าสนใจคือ บรรดานักวิชาการของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในอียิปต์ได้ออกมาสนับสนุนการต่อสู้ของคนอียิปต์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นของคนอียิปต์แท้ๆ ไม่ได้เป็นแผนของซีไอเอ หรือมหาอำนาจใด ในอดีตบรรดามหาวิทยาลัยมีความคิดไปในทางอนุรักษนิยมมากๆ ไม่ออกมาสนับสนุนประชาธิปไตยหนุ่มสาวเพราะเชื่อว่าเป็นความคิดโลกตะวันตก
มหาวิทยาลัยอัล อันซาร์เป็นตัวอย่างที่ดีที่ยอมรับการต่อสู้ที่ผ่านมาว่าเป็นประชาธิปไตยอาหรับแท้ๆ และได้ออกมาสนับสนุน นักเรียนที่เรียนในมหาวิทยาลัยนี้เปิดเผยว่าบรรยากาศการเรียนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะมีผลกระทบกระเทือนนักเรียนต่างชาติหลายหมื่นคนที่กำลังศึกษาในอียิปต์ รวมทั้งนักเรียนจากอาเซียน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย
นักเรียนจากอาเซียนชอบมาเรียนในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในอียิปต์ เพราะเป็นความคิดกระแสหลัก ตั้งแต่นี้ต่อไป นักเรียนอาเซียนคงได้รับความคิดความอ่านมีหลักการประชาธิปไตยมากขึ้นในบทเรียนมหาวิทยาลัยหรือการเสวนาทั่วๆ ไป นอกเหนือจากหลักการศาสนาอิสลามที่เล่าเรียนมา
นักศึกษาไทยกว่า 2,000 คน ที่กำลังเรียนอยู่ในอียิปต์จะได้รับอานิสงส์ของแรงดลใจประชาธิปไตยที่กำลังพัฒนาอย่างแน่นอน ซึ่งมีผลดีต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในไทยต่อไป



