ข่าว

ความมั่นคงในแนววิพากษ์

ความมั่นคงในแนววิพากษ์

22 ก.พ. 2554

"หนึ่งในเรื่องของการตัดสินใจที่เราเผชิญหน้าอยู่ก็คือ เราจะทำทุกอย่างเพื่อเพิ่มอำนาจของพวกเราเหนือกลุ่มอื่นๆ (ไม่ว่าจะหมายถึงครอบครัว เผ่า ชาติ หรืออาณาจักร) หรือจะค้นหาหนทางที่สังคมมนุษย์ในฐานะสังคมของทุกคนจะอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข สมานฉันท์ ขันติธรรม

 แต่ไม่ว่าเราจะพิจารณาในมุมใดก็ตาม เราก็จะต้องเข้าใจว่าภัยอันตรายต่างๆ ที่มีต่อสังคมของมนุษย์มีลักษณะที่หลากหลายทิศทางมากกว่าในอดีต ดังนั้นพวกเราทุกคน พวกเราในฐานะผู้ที่อยู่ร่วมกันในโลก  กำลังยืนอยู่ ณ จุดหักเหแห่งประวัติศาสตร์โลก และกำลังเผชิญหน้ากับทางเลือกที่สำคัญอย่างยิ่งยวดในฐานะที่เราเป็นปัจเจกบุคคล และที่สำคัญกว่านั้นก็คือในฐานะที่เราเป็หนึ่งเดียวกันในฐานะส่วนรวม"

 Ken Booth. 2005. Critical Exploration. in Ken Booth. ed. Critical Security and World Politics. London : Lynne Rienner.

 หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการศึกษาและปฏิบัติการในเรื่องของความมั่นคงในโลกนี้ หนึ่งในแนวคิดใหม่ก็คือเรื่องของ "ความมั่นคงศึกษาในแนววิพากษ์" (critical security studies) ซึ่งมองว่าโลกนั้นมีหนึ่งใบ แต่มีความจริงที่มากมาย (There is one world, but many realities.) ที่ขยายความได้ว่า ความจริงที่มีอยู่มากมายนั้นประกอบด้วย "ข้อเท็จจริงที่มาจากการตกลงร่วมกันของมนุษย์ภายใต้โลกทางสังคม (facts by human agreement in the social world)" ความเป็นจริงที่เราพูดนี้คือ ความเป็นจริงทางการเมืองและสังคม อาทิ "ชาติ" "สงคราม" "เพศ" "ทุนนิยม" "อำนาจอธิปไตย" "ธรรมชาติของมนุษย์" เป็นต้น ซึ่งความเป็นจริงเหล่านี้เป็นสิ่งที่นักศึกษาด้านความมั่นคงแนววิพากษ์จะต้องสนใจ

 แนวคิดเรื่องการความมั่นคงศึกษาแนววิพากษ์นั้น พัฒนาขึ้นจากการปฏิเสธแนวคิดเรื่องความมั่นคงศึกษาในแบบเดิม ที่กำเนิดอย่างเป็นระบบหลักจากสงครามโลกทั้งสองครั้ง และเฟื่องฟูในยุคของสงครามเย็น แนวคิดความมั่นคงศึกษาในแบบเดิมนั้นมีฐานคติที่สำคัญในเรื่องของ "สัจจะนิยมทางการเมือง" (political liberalism) ที่เชื่อว่าความเป็นจริงในโลกนี้ก็คือเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างกันระหว่างประเทศต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่มีผลประโยชน์แห่งชาติที่เป็นหนึ่งเกียว ที่เราสามารถค้นหาได้ และพฤติกรรมทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นก็สะท้อนความเป็นจริงทางการเมืองที่ประเทศต่างๆ แสวงหาผลประโยชน์ของตัวเอง ผ่านการทำสงคราม และการกระทำในนามของรัฐ ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่มีใครสามารถเป็นผู้ครองโลกหนึ่งเดียวได้

 ปัญหาใหญ่ที่แนวคิดความมั่นคงศึกษาแนววิพากษ์พบในแนวการศึกษาความมั่นคงในแบบเก่าก็คือ แนวคิดสัจจะนิยมทางการเมืองนั้นในอดีตถูกมองว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ปรากฏขึ้น แต่แนวทางการศึกษาแบบความมั่นคงแนววิพากษ์นั้นเห็นว่าวิธีการแก้ปัญหานั้น "เป็นและสร้าง" ปัญหาในเรื่องความมั่นคงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกรณีของสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกหลังสงครามเย็น

 หนึ่งในประเด็นที่สำคัญก็คือ ประเด็นปัญหาเชิงจริยธรรม ของสัจจะนิยมทางการเมือง (ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นความจริง แต่หมายถึงการประกาศว่ามีความจริงชุดหนึ่ง-หนึ่งเดียว) ที่อาจจะไม่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติทั้งหมด เพราะเชื่อว่ากรอบความจริงสูงสุดของมนุษย์นั้นไม่มีอะไรที่เหนือไปกว่าประเทศชาติ ทั้งที่บางครั้งการอ้างอิงดังกล่าวอาจจะเป็นอันตรายต่อความเป็นมนุษยชาติ เพราะยังมีความจริงอีกมากมายที่อยู่เหนือกว่าความจริงของประเทศชาติ ไม่ว่าจะในแง่ของความจริงในระดับโลก ระดับมนุษยชาติ หรือความจริงในระดับท้องถิ่น ผู้ที่ไม่ยอมอ้างอิงความจริงกับผลประโยชน์ของประเทศชาติที่ต้องมีหนึ่งเดียวเท่านั้นด้วย ก็จะถูกมองว่าไร้เดียงสา หรือขายชาติ และไม่เข้าใจว่าโลกนี้วางอยู่บนเรื่องของการเผชิญหน้ากันเป็นขั้วในทิศทางเดียวกับ "สงครามในทุกๆ เรื่อง" เท่านั้น

 แนวคิดเรื่องการศึกษาความมั่นคงในแนววิพากษ์นั้น จะมองว่าความจริงนั้นมีได้หลายระดับ ไม่ได้ยึดติดกับระดับของประเทศชาติเท่านั้น และตั้งหลักอยู่ที่เรื่องของการดูว่าเวลาที่เราอ้างความเป็นหนึ่งเดียวนั้น มีใครที่เสียประโยชน์จากการอ้างอิงความเป็นหนึ่งเดียว หรือต้องรองรับ/แบกรับการอ้างอิงผลประโยชน์หนึ่งเดียว/สูงสุดนั้นบ้าง โดยเฉพาะการถูกกักขังกดขี่เอาไว้ ทั้งนี้หัวใจสำคัญของการศึกษาจะต้องอยู่ที่เรื่องของ "ความมั่นคง ความเป็นชุมชน และการปลดปล่อยตัวเองสู่อิสรเสรีภาพ" (security, community, and emancipation)

 พูดง่ายๆ ก็คือ บางทีเวลาที่พูด/ปฏิบัติการเรื่องความมั่นคงนั้น อาจจะยิ่งทำให้เราไม่มั่นคงทั้งทางความคิดและทางการดำเนินชีวิตก็อาจเป็นได้ครับ