ข่าว

การเมืองเรื่องน้ำมันปาล์ม

การเมืองเรื่องน้ำมันปาล์ม

22 ก.พ. 2554

น้ำมันปาล์ม กำลังเป็นประเด็นใหญ่ที่นับวันจะกินแรงรัฐบาลจนไม่รู้ว่าอนาคตอันใกล้นี้จะไม่สามารถควบคุมความเสียหายได้เลย

 ปัญหาชาวบ้านที่ไม่มีน้ำมันพืชใช้บริโภค เป็นปัญหาใหญ่ที่มีพลังกดดันที่รุนแรงอยู่แล้ว

 แต่ปัญหาที่เผชิญและน่าจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลก็คือ การบริหารจัดการน้ำมันปาล์ม ตั้งแต่การผลิต การนำเข้า และการจัดจำหน่าย ซึ่งล่าสุดมีเรื่องของโรงงานกลั่นเข้ามาอีก 1 ปัญหา

 ไม่ว่าผลการสำรวจความคิดเห็นของสำนักใด ประชาชนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า เรื่องน้ำมันปาล์มมีการทุจริต

 ทั้งในส่วนที่สินค้าขาดตลาด การปรับขึ้นราคาและการนำเข้า

 หากเรื่องราวเหล่านี้พูดคุยกันเพื่อหาข้อยุติ หาจุดลงตัวเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุดในเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายน้ำมันปาล์มที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มันก็น่าจะจบตั้งแต่ตรงนั้น

 แต่กลิ่นการเมืองที่โชยออกมาว่า น้ำมันปาล์ม จะกลายเป็นเรื่องการเมืองระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ในซีกของ "วังน้ำยม" ก็ตอนนี้ วัชระ เพชรทอง ส.ส.ประชาธิปัตย์ เปิดฉากแถลงถึงความข้องใจที่น้ำมันปาล์มขาดตลาดที่รัฐสภา

 แน่นอนว่า ถูกตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนจาก พรทิวา นาคาศัย ในฐานะเจ้ากระทรวงด้วยประโยคที่ว่า "อย่าเหยียบบ่าเพื่อน"

 ช่วงนั้นเองที่การแก้ปัญหาตกผลึกว่า จะต้องนำเข้าน้ำมันปาล์มและขยับราคาจาก 38 บาทเป็น 47 บาท

 แต่การนำเข้ามาจริงในช่วงแรกเพียงแค่ 3 หมื่นตัน

 ผลที่ออกมาก็คือ น้ำมันยิ่งหายไปจากตลาด ซึ่งไม่เพียงแค่น้ำมันปาล์มเท่านั้น น้ำมันพืชชนิดอื่นก็หายไปด้วย

 ท่ามกลางกระแสข่าวว่า งานนี้ไม่ได้เป็นไปตามกลไกการตลาด และเริ่มมีคนมองว่า ใคร "เอี่ยว" ส่วนต่าง

 นั่นคือที่มาของการพิจารณาให้นำเข้าอีก 1.2 แสนตัน

 ระหว่างที่ยังไม่มีการนำเข้ามา และชาวบ้านต่างเสาะหาน้ำมันพืชมาบริโภคอยู่นั้น ความขัดแย้งระลอกใหม่ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

 เมื่อที่ปรึกษาของ พรทิวา เลือกที่จะใช้ "โซเชียล เน็ตเวิร์ก" เป็นช่องทางในการ "บอกกล่าว" กับคนทั้งโลก ว่า ทั้งอภิสิทธิ์ และสุเทพ "ไม่แมน" ที่เมื่อเกิดปัญหาก็โดดไปอยู่ข้างประชาชนที่เดือดร้อน ทอดทิ้งให้ พรทิวา เดียวดายอยู่กับ การบริหารจัดการให้น้ำมันปาล์มไปถึงมือประชาชนที่กำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรง

 นั่นทำให้ สุเทพ พูดถึงการทำงานของ พรทิวา เมื่อเช้าวันที่ 21 กุมภาพันธ์ อย่างรุนแรง และไม่อ้อมค้อม

 "ที่ผมพูดหมายถึงว่าคณะกรรมการปาล์มน้ำมันฯ ได้อนุมัติให้นำเข้าไปตั้งแต่ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ได้ทำ จนประชาชนรุกเร้าว่าทำไมยังไม่ทำ แต่กระทรวงพาณิชย์อาจจะมีขั้นตอนวิธีทำงานแบบราชการ ผมจึงบอกว่าถ้ากระทรวงพาณิชย์ทำช้า ยังมีปัญหามากก็ให้เอกชนเขาทำเฉพาะในส่วนของการนำเข้า แต่มาถึงวันนี้เมื่ออนุมัติมาเกือบเดือนแล้วแต่ไม่ได้นำเข้า"

 ในขณะที่ก่อนหน้านี้ อภิสิทธิ์ ก็เพิ่งจะบอกกับชาวบ้านทั้งประเทศผ่านรายการเชื่อมั่นนายกฯ ไปแล้วว่า เงิน 1,000 ล้านบาทที่ พรทิวา ขอเพื่อไปบริหารจัดการน้ำมันปาล์มที่นำเข้ามาราคาแพงนั้น เป็นตัวเลขที่มากเกินไป

 สำทับด้วยการวิพากษ์อย่างตรงไปตรงมาของ นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษาของนายกฯ อภิสิทธิ์ ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของ เจ้าหน้าที่ อคศ. ที่ไปให้ข้อมูล พรทิวา แบบผิดๆ

 ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การพูดเช่นนี้ ก็คือการชี้ให้เห็นความผิดพลาดของ พรทิวา ในฐานะเจ้ากระทรวงพาณิชย์

 แต่ถ้าย้อนกลับไปอ่าน ข้อความของที่ปรึกษา พรทิวา ก็จะรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ทุกคนต่างก็รับรู้ด้วยกันทั้งหมด

 ยิ่งไปฟังเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ที่ป้องปากพูดกัน ก็จะรู้ว่า อะไรต่อมิอะไร ทั้งข้อสงสัยของชาวบ้าน และการเข้ามาตรวจสอบของดีเอสไอนั้น พวกเขาเชื่อว่าเป็นเพียงแค่ "พิธีกรรม" ที่ทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นมีสิ่งรองรับ

 นั่นไม่ได้หมายความว่า การตรวจสอบของดีเอสไอไม่จริงจัง ...แต่ความจริงจังที่ได้ทำไปนั้น เขาเชื่อว่าน่าจะมี "ไอ้โม่ง" วางเอาไว้แต่แรกว่า ความเคลื่อนไหวของ ดีเอสไอ น่าจะทำให้ชาวบ้านสบายอกสบายใจ ว่าเมื่อได้โควตาปาล์มมาแล้วก็ผลิตออกไปจำหน่ายในท้องตลาดจริง

 ความเชื่อกับความจริงอาจสวนทางกัน หรืออาจจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้ !

 เมื่อเป็นเช่นนี้จึงน่าเชื่อว่า ที่นายกฯ อภิสิทธิ์ นัดหมายจะหารือในที่ประชุม ครม.วันอังคารนี้ ผลที่ออกมา เต็มที่แล้วก็น่าจะแค่เรื่องความผิดลพาดในการกระจายสินค้า และการกำหนดราคาล่วงหน้า อันเป็นต้นเหตุของการกักตุนน้ำมันปาล์ม อย่างที่ที่ปรึกษานายกฯ ให้ข้อมูลเอาไว้

 ส่วนประเด็นของที่ปรึกษาพรทิวา ที่บอกว่า รับรู้กันทั้งหมดตั้งแต่แรกนั้น น่าจะยังคงเป็นปริศนา ว่า ที่ "รับรู้" กันนั้น คืออะไร นอกจากที่พูดกันแล้วมี "คนอื่น" รับรู้ด้วยหรือไม่

 พูดง่ายๆ มี "ไอ้โม่งงาบปาล์ม" อย่างที่ชาวบ้านเขาสงสัยกันไหม กี่คน ?

 แต่ที่คนของกระทรวงพาณิชย์เขาข้องใจอีกประเด็นก็คือ รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยโดนขนาดนี้ ทั้ง เนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีในพรรค และ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ทำไมจึงเงียบเสียจนน่าใจหายขนาดนี้ ?

 เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ต่างก็มีเดิมพันที่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นก่อนกลางปี

 ศรายุทธ สายคำมี