
รอยเลือด-อาเจียนมัด"ขี้เมา"ข่มขืนเด็ก
คดีที่ "สุชาติ ยวงยัน" ก่อเหตุทำร้ายร่างกายและข่มขืนเด็กหญิงวัย 7 ขวบ คล้ายๆ กับคดีที่เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน "น้องอ้อม" เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ตกเป็นเหยื่อของเดนนรก "พัน สายทอง" อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่เพิ่งพ้นโทษออกมาเพียง 7 วัน
ก่อเหตุฆ่าข่มขืนเด็กหญิงในชุดนักเรียนภายในห้องน้ำหญิงของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ สน.บางพลัด แต่ผู้ต้องหาปฏิเสธทุกชั้นศาล สุดท้ายพยานแวดล้อม และเพื่อนร่วมชั้นพิสูจน์ชัดเจนว่า เขา คือ "ฆาตกร" ในที่สุดศาลพิพากษาประหารชีวิต
ส่วน "สุชาติ ยวงยัน" พยายามฆ่าตัวตายภายในห้องขังบน สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เพื่อหนีความผิดที่ก่อไว้กับเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ก็คงหนีไม่พ้นกฎแห่งกรรม !!
เที่ยงครึ่งของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ครูคนหนึ่งของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ขี่รถจักรยานยนต์มาจากโรงเรียนมาถึงโรงพักดอยสะเก็ด ด้วยท่าทางร้อนรนกระวนกระวายใจถึงการหายตัวไปของนักเรียนหญิงวัย 7 ขวบ ชั้นอนุบาล 2 หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย ผกก., พ.ต.ท.อุทัย พวงจันทร์ พงส.(สบ 3), พ.ต.ต.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ สว.สส. พร้อมชุดสืบสวนและชุดป้องกันปราบปราม ลงพื้นที่ติดตามหาหนูน้อยทันที
ชุดสืบสวนได้ข้อมูลเบาะแสจากพยานแวดล้อม และคำบอกเล่าของนักเรียนในโรงเรียนว่า คนร้ายเป็นผู้ชายสวมเสื้อยีนแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีน้ำตาล ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงพยายามวิทยุสกัดจับ และเมื่อมาตรวจสอบห้องน้ำหญิง ซึ่งติดกับห้องน้ำชาย พบกระโปรงเด็กนักเรียนหญิงถูกถอดทิ้งไว้ ส่วนภายในห้องน้ำหญิงห้องหนึ่ง พบคราบเลือดติดอยู่ที่ผนังห้องน้ำ จึงเร่งออกติดตามหาตามป่าละเมาะ เพิงรกร้าง หรือตามแหล่งมั่วสุมใกล้เคียง
จนกระทั่งมีพลเมืองดีแจ้งว่าพบเด็กหญิงนอนหมดสติ มีบาดแผลบริเวณหน้าผาก เลือดอาบใบหน้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำหนูน้อยส่งโรงพยาบาล ผลการตรวจร่างกายของเด็กนักเรียนหญิงคนนี้ พบว่า กะโหลกร้าว มีเลือดคั่งในสมอง ต้องรีบผ่าตัดโดยด่วน
ขณะเดียวกัน ชุดป้องกันปราบปรามของ สภ.ดอยสะเก็ด ควบคุมผู้ต้องสงสัยตามตำหนิรูปพรรณและลักษณะของรถจักรยานยนต์ ที่พยายามหลบหนีการขอตรวจค้น นำตัวมาไว้ที่สถานีตำรวจ และเร่งสอบปากคำผู้ต้องสงสัยคนนี้ คือ นายสุชาติ ยวงยัน อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 2 ต.ตลาดใหญ่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ยังอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ชุดสืบสวนต้องจัดหาเครื่องดื่มอุ่นๆ จนอาการดีขึ้น แต่ผู้ต้องสงสัยยังปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็น!!
ชุดสืบสวน ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของนายสุชาติ เนื่องจากพบรอยเลือดบริเวณที่วางเท้าและตัวถังหลังคอบังคับเลี้ยว จึงให้นายสุชาติพาไปที่บ้านพักเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ จนกระทั่งพบคราบเลือดและอาเจียนที่ยังไม่ได้เช็ด จึงบันทึกวิดีโอเทป และถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน
ในที่สุด นายสุชาติ ปริปากรับสารภาพว่า วันนั้นดื่มสุราจนมึนเมา กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ไปหาเพื่อน ระหว่างทางเกิดอารมณ์ทางเพศ เห็นโรงเรียนจึงเข้าไปแอบซ่อนในห้องน้ำชาย ไม่ว่าเหยื่อเป็นชายหรือหญิง ก็จะฉุดไปข่มขืน ตอนนั้นได้ยินเสียงคนเข้าห้องน้ำหญิง คิดว่าเป็นครูผู้หญิง จึงเดินไปที่ห้องน้ำหญิงใช้เท้าถีบประตูห้องน้ำจนบานประตูกระแทก จึงรู้ว่าเป็นเด็กนักเรียนหญิง กำลังร้องเอะเอะโวยวาย จึงใช้มือปิดปากแล้วจับศีรษะเด็กนักเรียนหญิงกระแทกที่ผนังและคอห่าน จนกระทั่งหมดสติ จึงอุ้มมานั่งที่วางเท้าของรถจักรยานยนต์โดยใช้หัวเข่าประคองร่างเด็กไม่ให้หล่นจากรถจักรยานยนต์ จนมาถึงบ้านพัก
"ตอนที่กำลังอุ้มเข้ามาในบ้าน เด็กตื่นขึ้นมาร้องไห้แล้วมีเลือดออกที่บริเวณหน้าผาก และอาเจียนออกมามาก ก็พยายามจะสอดใส่แต่ก็ไม่สามารถสอดใส่เข้าไปได้ จึงใช้มือจนสำเร็จความใคร่ ก่อนอุ้มเด็กขึ้นรถจักรยานยนต์นำมาวางทิ้งไว้ใกล้โรงเรียน ระหว่างทางกลับบ้านถูกตำรวจควบคุมตัวมาที่โรงพักเสียก่อน" สุชาติ สารภาพ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง อายุไม่เกิน 13 ปี, พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดาเพื่ออนาจาร กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยเด็กอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
หลังเกิดเหตุ "คม ชัด ลึก" สอบถามอาการของเด็กนักเรียนหญิงวัย 7 ขวบที่ตกเป็นเหยื่อทรชนรายนี้ ทราบว่า ขณะนี้หนูน้อยได้รับการผ่าตัดตรงจุดที่เลือดคั่งในสมองจนพ้นขีดอันตราย และไม่มีอาการหวาดผวา อีกไม่กี่วันแพทย์ก็อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้



