ข่าว

ศาลนัดฟังคำสั่งประกัน7แกนนำนปช.พรุ่งนี้

ศาลนัดฟังคำสั่งประกัน7แกนนำนปช.พรุ่งนี้

21 ก.พ. 2554

ศาลนัดฟังคำสั่งประกัน 7 แกนนำ นปช. พรุ่งนี้ 22 ก.พ. บ่ายสอง ทนาย ระบุ แกนนำ นปช. ไม่มาศาลรอลุ้นคำสั่งที่เรือนจำ

 ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 21 ก.พ.54 เวลา 14.00 น. ศาลไต่สวนพยาน ที่นายณัฐวุฒิ แกนนำ นปช. กับพวกซึ่งเป็นจำเลยคดีร่วมกันก่อการร้าย ขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยนายคณิต ณ นคร ประธาน คอป. ขึ้นเบิกความสรุปว่า ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลให้เป็นประธาน คอป. ภารกิจหลักคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือน เม.ย.- พ.ค.53 , การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โดยมุ่งไปที่การเยียวยาด้านจิตใจ รวมทั้งการวิจัยสาเหตุที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ส่วนที่ได้ทำข้อเสนอแนะให้กับนายกรัฐมนตรีพิจารณาสรุปว่า

การได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ถ้าเป็นความผิดร้ายแรงก็อาจถูกจับกุมคุมขังได้ตามสมควร ก็เป็นเพียงความทางกฎหมาย ส่วนที่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องได้รับการปล่อยตัวนั้น หมายถึงกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดที่ให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการก่อเหตุ ซึ่งเป็นการนำวิธีการทางสันติภาพมาใช้ หากจะทำให้มีการปรองดองสมานฉันท์ แต่การพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล พยานไม่อาจก้าวล่วง ขณะที่ความเห็นของ คอป. เสนอนั้นรัฐบาลจะปฏิบัติหรือไม่ก็ได้ คอป. ไม่มีอำนาจบังคับ

 จากนั้น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นเบิกความสรุปว่า ได้คิดริเริ่มสนับสนุนการปรองดองเพื่อความอยู่รอดของบ้านเมือง โดยได้เริ่มเดินสายไปพบปะตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆเพื่อขอความเห็น ซึ่งได้รับการตอบรับจากทุกพรรคการเมือง นอกจากนี้ยังเดินทางไปพูดคุยกับแกนนำ นปช.ทั้ง 7 คน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ และแกนนำ นปช.ทั้ง 7 คน ต่างยืนยันว่ายินดีที่ให้การสนับสนุนแนวทางปรองดอง และจะไม่ขอให้มีการนิรโทษกรรมคดีก่อการร้ายของแกนนำทั้ง 7 คน แต่จะขอไปพิสูจน์ในศาล ซึ่งพยานเห็นว่าถ้าได้แกนนำ นปช.ทั้ง 7 คน มาร่วมแนวทางปรองดองกับพยานก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ แต่ถ้าออกมาแล้วก่อความวุ่นวายตนคงไม่กล้าที่จะมาเป็นพยานในศาลวันนี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง พล.ต.สนั่นเบิกความเสร็จสิ้นแล้ว แกนนำ นปช.ทั้ง 7 คน ต่างเข้าไปยกมือไหว้จับมือเพื่อแสดงความขอบคุณด้วยบรรยากาศที่ยิ้มแย้ม
 ต่อมา นายภูมิกิติ สุจินดาทอง จำเลยที่ 11 ขึ้นเบิกความสรุปว่า เป็นเพียงผู้เข้าร่วมชุมนุมคนหนึ่งเท่านั้นเพราะเห็นด้วยกับแนวทางของกลุ่ม นปช.ที่เรียกร้องความยุติธรรมจากรัฐบาล โดยจะขึ้นปราศรัยในช่วงบ่ายของการชุมนุมซึ่งเป็นเวลาที่แกนนำพักผ่อนเพราะมีความถนัดทางด้านการพูดอยู่บ้าง หลังถูกทหารปิดล้อมได้ออกจากพื้นที่การชุมนุมได้เมื่อวันที่ 16 พ.ค.53 บริเวณห้างมาบุญครอง มาเจอด่านทหารตรวจค้นอย่างละเอียดแต่ไม่พบอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ พบเพียงเอกสารการชุมชุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งว่าเป็นสิ่งของผิด พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงได้ยึดไว้และให้ทำหนังสือยินยอมให้ความร่วมมือหากมีหมายเรียกและได้ให้ที่อยู่ปัจจุบันไว้ กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่ห้องพักและนำตัวไปที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กรมทหารราบที่ 11 แล้วถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกหมายจับ ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองและก่อการร้าย นำตัวไปควบคุมที่ ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี เป็นเวลากว่า 30 วัน ทั้งนี้พยานเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบต้องรับการรักษาจากแพทย์เป็นประจำ

 ขณะที่พนักงานอัยการโจทก์แถลงต่อศาล ว่าไม่คัดค้านหากศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว น.พ.เหวง จำเลยที่ 4 และนายก่อแก้ว จำเลยที่ 5 เนื่องจากตามแนวทางการสอบสวนพบว่าแม้จำเลยทั้งสองเป็นแกนนำ กลุ่ม นปช. ที่ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่แต่ก็นิยมสันติวิธีและไม่ใช้ความรุนแรง และไม่มีอาวุธ หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เชื่อว่าจะไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงและไม่หลบหนี แต่จะเกิดความปรองดองขึ้นสังคม โดยขอให้ศาลกำหนดเงื่อนไข ในการให้ประกันตัวจำเลยทั้งสอง อย่างที่เคยกำหนดกับจำเลยในคดีนี้ที่ได้รับการประกันตัวไปแล้วก่อนหน้านี้

 ต่อมานายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 3 แถลงต่อศาลระบุว่า แกนนำ นปช.ทุกคนขอโอกาสในการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่มีพฤติการณ์เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ขณะที่แกนนำทุกคนหากได้รับการปล่อยตัวก็พร้อมจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลโดยไม่คิดที่จะหลบหนีหรือไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ซึ่งการปล่อยตัวก็เพื่อที่จะออกไปต่อสู้คดีจนถึงที่สุด โดยก่อนหน้านี้แกนนำไม่เคยร้องขอที่จะให้มีการนิรโทษกรรมที่จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ชุมนุมทุกคนไม่ต้องรับโทษ แต่แกนนำทุกคนพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและขอโอกาสศาลที่จะออกไปทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวด้วย

 ภายหลังศาลไต่สวนพยานเสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดฟังคำสั่งว่าให้ประกันตัวหรือไม่ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 14.00 น.

 ขณะที่นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความแกนนำ นปช. กล่าวว่า การฟังคำสั่งพรุ่งนี้ จะไม่ได้เบิกตัวทั้ง 7 คนมาศาล แต่จะรอฟังคำสั่งที่เรือนจำ หากศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวก็จะได้ปล่อยตัวที่เรือนจำต่อไป