ข่าว

เรียงข่าวร้อยคน (อังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554)

เรียงข่าวร้อยคน (อังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554)

22 ก.พ. 2554

 00นายหัวไทร ขอแสดงความยินดีกับคนไทยพลัดถิ่นที่ดิ้นรนต่อสู้เรื่องของ "สัญชาติ" จนอาจจะพูดได้ว่าเวลานี้ชัยชนะเดินทางมาถึงครึ่งหนึ่งแล้ว เนื่องจากในการประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สัญชาติคนไทยพลัดถิ่น ไปเรียบร้อยแล้ว และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณารายละเอียด ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
   
 00หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าใครคือคนไทยพลัดถิ่น คนไทยพลัดถิ่น คือ กลุ่มคนไทยที่เคยอาศัยอยู่ในจังหวัดมะริด ทวาย ตะนาวศรี ซึ่งเดิมเป็นเขตแดนไทย แต่หลังจากอังกฤษเข้ามาปักปันเขตแดนไทยกับพม่าใหม่ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ยังคงมีหมู่บ้านคนไทยตั้งบ้านเรือนและทำมาหากินอยู่ฝั่งพม่า ช่วงแรกๆ ยังไม่ได้มีความเข้มงวดเรื่องการเดินทางข้ามดินแดนไปมาหาสู่ระหว่างญาติพี่น้อง ชุมชนคนไทยบางส่วนก็ยังอาศัยในดินแดนพม่า ไม่ได้โยกย้ายเข้ามาอยู่ในดินแดนไทย แต่รัฐบาลพม่าไม่ได้ยอมรับว่าเป็นพลเมืองพม่า ในบางช่วงที่รัฐบาลพม่าออกบัตรให้ ก็ระบุว่า “เป็นคนไทย“ และคนกลุ่มนี้ยังมีวิถีชีวิต การใช้ภาษาสื่อสารเป็นภาษาไทยสำเนียงภาคใต้ มีประเพณีและวัฒนธรรมแบบคนไทยภาคใต้
   
 00เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ช่วงรัฐบาลพม่าทำสงครามชาติพันธุ์ คนไทยกลุ่มนี้ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ถูกกดขี่ รังแก จำนวนหนึ่งจึงโยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่กับญาติพี่น้องในประจวบคีรีขันธ์  ชุมพร ระนอง พังงา และตาก แต่ไม่ได้รับการรองรับสัญชาติไทย ไม่มีบัตรประชาชน ถูกจำกัดสิทธิทุกด้าน ทั้งไม่สามารถเดินทางออกนอกชุมชนที่อาศัยอยู่ได้ ไม่มีสิทธิ์แจ้งเกิด ไม่มีสิทธิ์แจ้งตาย ไม่มีสิทธิ์แจ้งความกรณีถูกรังแกเอาเปรียบ ถูกกดหรือถูกโกงค่าแรง ไม่ได้รับสิทธิ์ในสวัสดิการขั้นพื้นฐานทุกด้าน แม้กระทั่งการรักษาพยาบาล เด็กไทยพลัดถิ่นที่เกิดในเมืองไทย ก็ไม่ได้ใบเกิด ไม่สามารถขอรับทุนการศึกษาได้  เรียนจบแล้วสมัครงานไม่ได้ เพราะไม่มีบัตรประชาชน ทำงานได้เพียงการเป็นแรงงานไร้ฝีมือ ที่อยู่อาศัยและที่ทำกินไม่มั่นคง และซ้ำร้ายไปกว่านั้นมักถูกข่มขู่ขูดรีดเรียกเก็บเงิน

 00คนไทยถิ่นพลัดปัจจุบันมีอยู่ 2 หมื่นคน จึงรวมตัวกันเป็นเครือข่ายผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายสัญชาติ เพื่อรองรับฐานะของพวกเขา และ 8 ปีของการต่อสู้ เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างในสมัยของรัฐบาลนี้ ผ่านทาง "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แต่นั่นไม่ไช่ 100% ของชัยชนะ เพราะกฎหมายยังไม่เข้าสภาและในขั้นตอนของสภาไม่รู้ว่าจะมี ส.ส./ส.ว.เข้าใจเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน และอาจจะยำเละกฎหมายจนผิดไปจากเจตนารมณ์เดิมก็ได้ โดยเฉพาะเรื่อง "การพิสูจน์สัญชาติ" จึงยังเป็นเรื่องที่ต้องสู้ และดิ้นรนกันต่อไป

"นายหัวไทร"