
กทม.เร่งเดินเครื่องจัดระเบียบวิน-แผงลอย
"กทม."เร่งเดินเครื่องจัดระเบียบวิน"มอเตอร์ไซด์-แผงลอย" สนองนโยบายประชาวิวัฒน์รบ. รายงานเผย"สุขุมพันธุ์" ฉุน " กรณ์-รบ." ชิงผลงานเป็นนโยบายของรบ. แต่กลับเมินอำนวยความสะดวกในการทำงาน
(21ก.พ.) ที่ผ่านมา เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้มอบหมายให้นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล(ชุดใหญ่) ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เป็นผู้รายงานสรุปความคืบหน้าโครงการ ทั้งนี้จากรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานในส่วนที่กรุงเทพมหานคร(กทม.)รับผิดชอบ ได้แก่ การเปิดรับลงทะเบียนเพื่อจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง (วินจยย.) ถูกต้องตามกฎหมายนั้น
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้(17 ก.พ.)คณะกรรมการระดับกทม.จะได้อนุมัติหลักการเพิ่มจุดผ่อนผันรวมทั้งสิ้น 280 จุดบนพื้นที่ 39 เขต(จำนวนผู้ค้า 7,356 ราย) และอยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลส่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ให้ความเห็นชอบโดยเร็วที่สุดเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการประกาศเปิดจุดผ่อนผันระยะที่ 1 ให้ได้ทั้งหมดหรืออย่างน้อย 200 จุดภายในช่วงปลายเดือนมี.ค.นี้ก็ตาม แต่ที่ประชุมคณะกรรมการยังคงสั่งเฝ้าระวังและติดตามเรื่องการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอยของกทม.อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าและแผนการดำเนินการโครงการที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อาทิ งบประมาณที่ต้องใช้ในการจัดทำป้ายรายละเอียดจุดผ่อนผัน การขีดสีตีเส้นพื้นที่จุดผ่อนผัน แจกชุดเอี๊ยม ผ้ากันเปื้อน หมวก และยังไม่ได้กำหนดว่าจะแจกเมื่อใด เป็นต้น
ที่ประชุมจึงได้เร่งรัดให้กทม.จัดทำแผนการดำเนินการโดยละเอียดให้แล้วเสร็จโดยเร็วด้วย ขณะที่ในส่วนของการขึ้นทะเบียนผู้ขับขี่วินจยย.รับจ้างถูกกฎหมาย(จดทะเบียนเป็นป้ายเหลือง)ที่กทม.เริ่มเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาซึ่งมีผู้มาแสดงตนแล้วกว่า 20,000 รายนั้น ก็พบประเด็นปัญหากรณีการออกหนังสือรับรองจากสำนักงานเขตให้แก่ผู้ขับขี่ไปที่กรมการขนส่งทางบก(ขส.)เพื่อขอเปลี่ยนป้ายทั้งๆ ที่ตัวผู้ขับขี่ยังไม่มีใบขับขี่สาธารณะ ซึ่งตามระเบียบจะต้องใช้เวลาประมาณ 45 วันในการออก จึงอาจส่งผลกระทบต่อกำหนดการเดิมที่รัฐบาลตั้งใจว่าจะเร่งขึ้นทะเบียนวินฯ ถูกกฎหมายให้แล้วภายในเดือนมี.ค.ก่อนขยายผลสู่โครงการอื่นๆ อาทิ การเข้าสู่ระบบประกันสังคมและการเข้าถึงระบบสินเชื่อ ซึ่งที่ประชุมได้กำชับให้กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งรัดการดำเนินงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้น เฉพาะโครงการขึ้นทะเบียนวินมอเตอร์ไซด์ถูกกฎหมายนั้น รัฐบาลได้ประมาณการงบประมาณที่จะต้องใช้จัดซื้อเสื้อกั๊กและหมวกกันน๊อกเป็นเงินทั้งสิ้น 66 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.ค่าใช้จ่ายสำหรับจัดทำเสื้อวิน 120,000 ตัว (ตัวละ 150 บาท-ใช้งบฯ 18.0 ล้านบาท) และ 2.ค่าใช้จ่ายสำหรับจัดซื้อหมวกกันน็อก 240,000 ใบ(ใบละ 200 บาท-ใช้งบฯ 48.0 ล้านบาท) มีวิธีจัดหางบฯ จาก 2 ทาง ได้แก่ 1.ให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดซื้อให้ (เวลาแจกต้องหารือเพิ่มเติม) หรือ 2.กทม.จัดซื้อเอง ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 120 วัน(กระบวนการจัดซื้อประมาณ 2 เดือน กระบวนการจัดทำของประมาณ 2 เดือนนับตั้งแต่มีหนังสือต้นเรื่องว่าได้รับงบฯ สนับสนุนจากแหล่งใด) ส่วนงบประมาณที่เกินจากมติครม. เช่นค่าจัดทำบัตรประจำตัวผู้ค้า-วินฯ เฉลี่ยที่ใบละ 10 บาทแต่มีงบฯ จากมติครม.เพียง 1 บาทซึ่งไม่เพียงพอนั้นรัฐบาลจะให้กทม.สำรองจ่ายไปก่อน ส่งผลให้ระยะหลังมานี้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ค่อนข้างไม่พอใจรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรณ์ กรณีที่นำโครงการต่างๆ ของกทม.ไปปรับใช้ หรือขยายผลแต่กลับไม่อำนวยความสะดวกให้กทม.ในฐานะหน่วยงานเจ้าของพื้นที่นำร่องเท่าที่ควร อีกทั้งยังเร่งรัดดำเนินการเกินเหตุเพียงเพื่อเป็นผลงานของรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียวด้วย



