
พท.สัมมนาผู้สมัครส.ส.จิ๋วเสนอแผนเลือกตั้ง
"พท."จัดสัมมนาผู้สมัครส.ส.ชวลิตเสนอแผนห้าข้อเป็นยุทธศาสตร์ชนะเลือกตั้ง เฉลิมวิเคราะห์การเมือง เลือกตั้งครั้งนี้"พท."แข่งกับ"ปชป."เท่านั้น พรรคอื่นๆแค่ผีพุ่งใต้ ยืนยันพท.ชนะท่วมในอีสานและเหนือแน่ ต้องคว้าชัยให้ได้เกินครึ่งจะได้ตั้งรัฐบาลได้ แต่ควรร
(21ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. พรรคเพื่อไทยได้จัดสัมมนาการเตรียมการเลือกตั้ง โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยส.ส.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.เข้าร่วมการสัมมนา พร้อมทั้งเชิญตัวแทนกกต. ตัวแทนกระทรวงมหาดไทย และตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้ที่มีส่วนในการอำนวยการเลือกตั้ง เข้าร่วมสัมมนาด้วย
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย บรรยายพิเศษว่า เมื่อดูสถานการณ์ตะวันออกกลาง คือเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ของประเทศไทย เหตุแห่งการก่อความไม่สงบ ส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหลักคือ การเมืองต้องมีการปรับตัวเองให้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลง ในอดีตประเทศไทยเป็นระบบการเกษตร และก็มีคน 2 ชนชั้น คือชนชั้นปกครองบังคับให้ชนชั้นล่าง หรือพวกผู้ใช้แรงงาน ได้ทุ่มเทในการทำงาน ดังนั้นต้องใช้คนที่มีอำนาจ จึงทำให้เศรษฐกิจดำเนินการไปได้ ดังนั้นระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมจึงต้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า บ้านเมืองเรามีการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงยกเลิกทาส มอบอำนาจให้ประชาชน ฝึกพี่น้องประชาชนให้ได้ใช้อำนาจ เห็นได้จาการตั้งสุขาภิบาลท่าฉลอม ส่วนพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านมีพระราชประสงค์แน่วแน่ว่าจะมอบอำนาจให้คนไทยโดนทั่วไป แต่ก็ไม่สำเร็จทั้งๆที่มีการเตรียมการอย่างดี ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 คณะราษฎร์ได้ยึดอำนาจของพระองค์ไป จากนั้นก็มีรูปแบบความขัดแย้งในสังคมไทยมาโดยตลอด จนถึงวันนี้ก็ 78 ปีมาแล้ว
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เราจึงมีกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาต้องการระบอบประชาธิปไตย เรียกร้องอำนาจอธิปไตย เรียกร้องความเป็นนิติรัฐ เรียกร้องความเสมอภาค และให้มีการเลือกตั้ง นั่นคือรูปแบบที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับตะวันออกกลาง ซึ่งผู้นำใช้การปกครองในระบอบเผด็จการ ประชาชนจึงเรียกสิทธิที่ตัวเองพึงจะมี จึงได้ส่งผลกระทบเป็นแบบโดมิโน วันนี้สังคมโลกมีการพัฒนา จากเกษตรล้าหลัง เป็นทุนนิยม และวันนี้ได้มีการพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว การพัฒนาแต่ละขั้นตอนทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลง แต่ประเทศไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ยังมีการเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพความเสมอภาค และมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้นบ้านเมืองเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่สุด
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ภาระหน้าที่ที่ทุกคนรู้ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่ แต่ต้องให้เป็นแบบสันติวิธี เป็นจุดมุ่งหมายการทำงานการเมืองของพรรคเพื่อไทยและเปลี่ยนไปแล้ว สถาบันหลักของชาติต้องคงอยู่ เพราะเป็นสถาบันที่คู่บ้านคู่เมืองได้ทำสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม การจะไปสู่จุดนั้นได้คือ พรรคเพื่อไทยต้องได้อำนาจรัฐ แต่การจะชนะเลือกตั้งได้นั้นต้องโดยจากการเป็นรัฐบาล การจะไปได้ถึงจุดนั้นยังมีสิ่งกีดขวางอยู่ โดยเรามีภาระหน้าที่5ประการ 1.ต้องสนับสนุนความคิดผู้นำทหารที่ป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหาร 2.เมื่อไม่มีรัฐประหารแล้ว ภาระหน้าที่ของเราคือต้องลงเลือกตั้งและให้ได้ชัยชนะ 3.ต้องตั้งรัฐบาลให้ได้แต่เป็นรัฐบาลเฉพาะกาลที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องเล็กเศรษฐกิจไม่ต้องยุ่งมาก อย่าไปชักเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เดี๋ยวก็ดีเอง 4.ต้องทำให้ประเทศไทยยิ่งใหญ่ กลับคืนสู่เหมือนอดีต วันนี้เราล้าหลังเหลือเกิน ทะเลาะแม้แต่ประเทศที่เมื่อ 20 ปีก่อนเราไปช่วยจัดระบบประเทศให้ เช่น มาเลเซียและกัมพูชา ประเทศไทยเคยยิ่งใหญ่ ได้รับเกียรติ แต่วันนี้ถอยหลังลงมา 5.นำคนไทยผลัดถิ่น กลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอนให้ได้ คนไทยต้องยิ่งใหญ่
“เป็น 5 ข้อที่ต้องทำให้ได้ การจะทำให้ได้ต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน อันหนึ่งคือการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม มีนโยบายของพรรคที่จริงใจเพื่อให้ประชาชนสนับสนุน รวมถึงปฏิเสธการทุจริตเลือกตั้ง”พล.อ.ชวลิตกล่าว
ต่อมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 1 มี.ค.พรรคจะเปิดตัวว่าผู้สมัครส.ส. การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ไม่มีพรรคการเมืองอื่น อย่าไปตกใจ พวกนั้นแค่ผีพุ่งใต้มีแสงแว้บๆเท่านั้น ตนวิเคราะห์ว่า พรรคเพื่อไทยนั้นมีคะแนนฐานเสียงจากภาคเหนือที่พรรคยังครองไว้ได้ ภาคอีสานพรรคจะเป็นแชมป์ ส่วนกทม.นั้นแค่ชั่วข้ามคืนก็เปลี่ยนแปลงได้ ภาคใต้ก็หวังว่าจะได้มาสัก 10 ที่นั่ง ถ้าเป็นอย่างนี้ก็จะชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ โดยนโยบายยังใช้ของเดิม ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขอเสนอว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าสามารถยกเลิกได้หรือไม่ เพราะไม่มีประโยชน์อันใดเลย แต่ผู้มีอำนาจฝ่ายปกครองกับนำแบบคะแนนเสียงไปยัดเยียดให้ชาวบ้าน อีกทั้งวันนี้ ฝ่ายตรงข้ามเขามี 1 นายอำเภอ 1 ผู้กำกับ 1 ผู้ว่าฯ 1 ผู้การ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถึงอย่างไรยังเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะแน่นอน แต่ถ้าไม่เกินกึ่งหนึ่ง จะตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะตนอภิปรายเรื่องเงินบริจาคก็ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เลือกตั้งเมื่อใด วันนี้ไม่มีใครเก่งจริง วิเคราะห์แล้วผิดพลาด เซียนอยู่รู หมูอยู่ตึก จากการที่ตนได้วิเคราะห์ เงิน 258 ล้านบาท และงบสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ดูยังไงก็หนีไม่ออก ยุบพรรคแน่นอน ไม่โดนคดีนี้ ก็โดนคดีนั้น สุดท้ายก็ไม่มีใครคาดคิด ฝ่ายถูกกล่าวหาไม่ได้ต่อสู้เลย และไปยกเทคนิคทางกฎหมายว่านายทะเบียนพรรคการเมืองไม่มีความเห็น และการอภิปรายครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์คงจะตีกรรเชียงเอาตัวรอด แต่พรรคภูมิใจไทยจะโดน เพราะมีปัญหาทั้งในกระทรวงพาณิชย์ คมนาคม มหาดไทย
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเหนือกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณเชื่อมั่นตัวเองและคนอื่น และนำระบบข้าราชการ เอกชนมาช่วย แต่นายอภิสิทธิ์ ไม่เชื่อมั่นคนอื่น เชื่อแต่ข้าราชการเท่านั้น นายอภิสิทธิ์ จึงเหมาะเป็นแค่ปลัดประเทศ ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ที่พรรค ผู้สมัคร นโยบาย ผู้สนับสนุน และกติกา การเมืองทั้งในและนอกประเทศนั้นมองว่า รัฐบาลนี้ย่ำแย่ที่สุด สถานการณ์ต่างประเทศนั้นนายอภิสิทธิ์กำลังลำบาก เพราะแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรมว.ต่างประเทศ นายกษิตไปด่าสมเด็จฮุน เซ็น วันนี้ยังมีการทุจริตคอรัปชั่นร้อยละ 25 - 30 หรือสองแสนล้านบาท ประชาชนเดือดร้อน 25 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นคนไทยเข้าแถวซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค ถ้านายอภิสิทธิ์ทนข้อกล่าวหาส่วนตัวยังอยู่ได้ พันธมิตรฯก็วันนี้ขุดโคตรกันมาแล้ว เมื่อก่อนแค่เรื่องตะไบเล็บ สถานการณ์วันนี้รัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้สูตร 375 : 125 เพราะต้องการความได้เปรียบ แต่ประวัติศาสตร์นั้นเมื่อก่อนเขตเดียวเบอร์เดียว พรรคไทยรักไทยเป็นแชมป์ แม้วันนี้จะแก้ไปแล้ว แต่เชื่อว่าสุดท้ายรัฐบาลจะน้ำตาตกแน่นอน ตนยังมั่นใจจะได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์มาก พรรคเพื่อไทยหาเสียงง่ายแค่บอกว่า จะนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ ปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ได้จะนำพ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน แต่มีคนเข้าใจกันเองว่าตนพูดแบบนั้น พรรคเพื่อไทยต้องสร้างความเป็นธรรมให้ทุกส่วนในสังคม การปรองดองจะลดความขัดแย้ง ภาษาทหารเรือเรียกว่า ล้างกันสาด คือใครที่มีคดีหลังปี2549 ต้องล้างคดี ตนเคยคุยกับนายทหารหลายคนที่จบโรงเรียนเตรียมทหารนั้น ทุกคนจากที่นั่นไม่มีใครคิดล้มล้างราชวงศ์ และรวมทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนขอร้องกกต.และตำรวจว่า ขอสักครั้ง ควรทำตัวเป็นเจงกีสข่าน มหาบุรุษผู้เปลี่ยนแปลงโลก หากการเลือกตั้งครั้งนี้มีความถูกต้อง การชุมนุมต่างๆจะยุติ หากเป็นแบบหลังการเลือกตั้งปี 2500 ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะ ก็กลัวเหมือนกันว่าอาจมีคำสั่งพิเศษ ไม่ให้รับรองผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยหรือมีการเอาปืนไปจี้เอวพรรคโน้นนี้ มาเป็นร่วมกับพรรคอันดับที่สองเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล บ้านเมืองก็ไม่มีวันสงบ “เมื่อคืนผมฝันจริงๆ หลังเลือกตั้ง เพื่อไทยจะเป็นรัฐบาลพรรคเดียว”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวในตอนท้าย



