ข่าว

กรณ์แย้ม"รบ."พร้อมอัดงบให้แท็กซี่-วิน

กรณ์แย้ม"รบ."พร้อมอัดงบให้แท็กซี่-วิน

21 ก.พ. 2554

"กรณ์" แย้ม "รบ." พร้อมอัดงบให้แท็กซี่-วิน-แผงลอยกู้หาก 5 พันล.หากไม่พอ แจง 9 มาตรการประชาวิวัฒน์คืบหน้ามาก

 (21ก.พ.) เมื่อเวลา 12.00 น. ณ ห้องสีเขียวตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการตามแผนปฎิรูปประเทศไทยครั้งที่ 5/2554 โดยมีรัฐมนตรี และผู้บริหารจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรายงานความคืบหน้าการดำเนินการ

 นายกรณ์ จาติกวณิช รมว. คลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการครบรอบ 5 สัปดาห์ ที่คณะทำงานได้มารายงานผลการขับเคลื่อน 9 มาตรการประชาวิวัฒน์ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ถือว่าทุกมาตรการดำเนินการไปได้ด้วยดี โดยมาตรการแรกเรื่องของการขยายประกันสังคมให้ครอบคลุมประชาชน มีการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาที่คาดว่าจะดำเนินการได้ตามแผน โดยมีการเร่งรัดให้มีการขึ้นทะเบียนประกันสังคมตามมาตรา 40 ซึ่งวันที่ 1 พ.ค.ประชาชนที่ยังไม่ได้รับการครอบคลุมจะสารถเข้ามาใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้

 มาตรการที่สอง การเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มอาชีพอิสระ แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซ พ่อค้าแม่ค้า ซึ่งมีการเปิดตัวไปแล้วมีความตื่นตัวสูงมาก ทั้งนี้ความกังวลของกลุ่มนี้คือกลัวว่าวงเงินสินเชื่อ 5 พันล้านบาท ที่เตรียมไว้อาจจะไม่พอ จึงแจ้งไปแล้วว่าวงเงินที่กำหนดไว้เป็นวงเงินเริ่มต้น ถ้ามีความต้องการมากกว่านั้นจริงก็ไม่มีปัญหาในการจัดสรรวงเงินเพิ่มเติม

 มาตรการที่สามคือการจัดระเบียบมอเตอร์ไซรับจ้าง ซึ่ง 3 วันแรกของการเปิดให้ขึ้นทะเบียนมีผู้มาสนใจขึ้นทะเบียนแล้ว 24,000 ราย จากทั้งหมด 120,000 ราย ก็จะดำเนินการถึงกลางเดือนมีนาคมก็จะแล้วเสร็จทั้งในส่วนของวินฯที่มีเสื้อแล้วและวินที่ทำหน้าที่แต่ยังไม่มีเสื้อของตัวเอง นอกจากนี้ธนาคารของรัฐได้มีการชี้แจงการเข้าถึงสินเชื่อเมื่อมีการขึ้นทะเบียนแล้วด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าเสื้อวินใหม่ที่จะออกให้วินฯทุกคนใส่เหมือนกัน โดยมีรายละเอียดชื่อ-นามสกุล ทะเบียนรถ ปรากฏบนเสื้อพร้อมหมวกกันน็อคที่รัฐบาลจะจัดให้วินละ 2 ใบ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่งจะจัดให้ได้ช่วงหลังสงกรานต์

 มาตรการที่สี่ การขึ้นทะเบียนจุดผ่อนผันใหม่ขอพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย ซึ่งกทม.รายงานว่าดำเนินการไปดีกว่าที่รายงานไว้เมื่อสัปดาห์ที่คาดว่าจะเพิ่มจุดผ่อนได้ทันที 201 จุดนั้น แต่คาดว่าปัจจุบันน่าจะประกาศได้ใน 2 สัปดาห์ โดยรวมประมาณ 250 จุด ซึ่งมีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นจุดที่มีการค้าขายอยู่เดิมและจุดที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนหรือสร้างผลกระทบ ทั้งนี้เมื่อมีการประกาศจุดผ่อนผะนก็จะดูแลความสะอาดในพื้นที่ได้ดีขึ้นและจะทำให้พ่อค้าแม่ค้ารวมตัวกันเพื่อเข้าถึงวงเงินสินเชื่อตามมาตรการได้ด้วย นอกจากนี้ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้กำหนดจุดถนนคนเดินขึ้นมา 3 จุดเพื่อเพิ่มเสน่ให้กทม. ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการประสานคือ 1. ถนนสีลมทั้งสองฝั่ง 2. จุดค้าขายตีนสะพานพุทธฯ 3. พื้นที่ตลาดโบ๊เบ๊ ส่วนจุดค้าขายถาวรอีก 9 จุด ในพื้นที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจะมีการเสริมกายภาพให้มีเสน่มากขึ้นก็จะเริ่มดำเนินการตามแผนเช่นเดียวกัน

 มาตรการที่ห้า เรื่องของบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน เป็นไปตามแผนที่ได้มีการกำหนดไว้ในเรื่องของการยกเลิกการชดเชย LPG ในภาคอุตสาหกรรม จะมีการนำรายละเอียดทั้งในส่วนของมาตรการฟื้นฟูและกำหนดวันตายตัวที่จะเริ่มการยกเลิกการชดเชยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ในวันที่ 23 ก.พ. ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าเราจะดำเนินการตามแผนเดิม ส่วนแนวทางการปรับขึ้นราคานั้นก็จะขึ้นแบบขั้นบันได ค่อยๆขึ้น ซึ่งจะมีรายละเอียดจากการประชุมกพช.ในวันที่ 23 ก.พ. ว่าจะขึ้นราคายังไง

 มาตรการที่หก เรื่องของไฟฟ้าฟรี วันนี้มีการซักซ้อมกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน โดยมีการยืนยันการที่จะให้สิทธิ์กับครัวเรือนที่มีมิเตอร์ 5 แอม และใช้ไฟไม่เกิน 90 หน่วย ที่จะมีเอกสารและมาตรการที่กระตุ้นให้กับทุกครัวเรือนทั้งเกือบ 10 ล้านครัวเรือนที่มีมิเตอร์ไฟขนาด 5 แอม ให้หันมาประหยัดการใช้ไฟฟ้าเพื่อให้ประชาชนบางส่วนที่ใช้ไฟเกิน 90 หน่วยสามารถประหยัดและเข้าเกณฑ์การใช้ไฟฟ้าฟรีได้ อย่างไรก็ตามในส่วนของคณะกรรมการฯก็อยู่ในช่วงของการศึกษาว่าอาจจะต้องมีการปรับอัตราค่าไฟให้กับภาคอุตสาหกรรมอย่างใดในการที่จะสามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าฟรีในส่วนของคนยากคนจนที่ใช้ไฟน้อยอยู่ ซึ่งคณะกรรมการฯได้รายงานว่าได้มีการจ้างที่ปรึกษาศึกษาเรื่องนี้ และคาดว่าจะมีผลสรุปให้กับเราได้ในช่วงเดือนพ.ค.

 “เขาเสนอมา 3 แนวทางคือ 1. เฉลี่ยให้กับทุกคน ซึ่งมันไม่ใช่หลักการ เพราะหลักการคือใครที่ใช้ไฟเยอะต้องรับผิดชอบส่วนนี้ 2. ไปปรับอัตราให้เป็นอัตราก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นและให้ผู้ใช้ไฟมากรับผิดชอบเพิ่มเติม ซึ่งเป็นแนวความคิดสอดคล้องกับทางนโยบายของรมว.พลังงาน 3. อาจจะแบ่งกันระหว่างผู้ใช้ไฟมากที่จะรับผิดชอบส่วนนี้ ผนวกกับการที่การไฟฟ้าทั้งสามหน่วยงานอาจจะรับในการที่จะปรับค่าไฟลงให้กับผู้ใช้ไฟและนำส่งเงินเข้ารัฐน้อยลง ซึ่งจริงๆในหลักการคือควรจะเป็นวิธีที่สอง แต่เราก็จะรอข้อสรุปของที่ปรึกษาฯก่อนพ.ค.”นายกรณ์ กล่าว

 มาตรการที่เจ็ด เรื่องของการควบคุมต้นทุนอาหาร ซึ่งกระทรวงเกษตรกำลังมีข้อสรุปในส่วนของการลงทุนร่วมกับสหกรณ์เพื่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ให้สหกรณ์สามารถผลิตอาหารสัตว์ทดแทนความจำเป็นในการที่จะต้องซื้อในราคาสูงที่เป็นปัญหาในแง่ของต้นทุนของเกษตรกรมาโดยตลอด ซึ่งอาหารสัตว์คิดเป็น 80% ของต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันมีการอนุมัติงบประมาณไปให้กับ 6 สหกรณ์ในการลงทุนสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ของเขาเอง

 มาตรการที่แปด เรื่องของราคาไข่ไก่และการสร้างความโปร่งใสในส่วนของตัวราคา กระทรวงพาณิชย์รายงานความคืบหน้าของการสร้างระบบเพื่อให้มีความโปร่งใส ส่วนเรื่องของราคาไข่ไก่นั้นกระทรวงเกษตรฯได้รายงานว่าในพื้นที่ 4 จังหวัดที่มีการจัดให้สหกรณ์ผู้ค้าไข่ไก่สามารถนำไข่ไก่ของตนเองขายโดยตรงให้กับประชาชนประสบความสำเร็จอย่างมากและวันแรกสามารถขายไข่ไก่ไปได้หลายหมื่นฟอง เป็นที่พึงพอใจของผู้ขายที่ขายในราคาที่มีกำไรได้ จากต้นทุน 45 บาท สามารถขายได้ในกิโลกรัมละ 48 บาท ซึ่งทำกำไรกิโลกรัมละ 3   บาท และในส่วนของผู้บริโภคก็ประหยัดจากการซื้อในระบบเดิม 52 บาท เพราะสามารถซื้อไข่ที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการคละการแยกได้ในราคากิโลกรัมละ 48 บาท

 “ ถือว่าประสบความสำเร็จและก็จะดำเนินการต่อไปทุกๆวันศุกร์ในพื้นที่ที่สามารถจัดให้กับกลุ่มสหกรณ์นี่คือวิธีการที่ถูกต้องที่จะต้องดำเนินการ คือการนำไข่จากเกษตรกรมาขายให้กับประชาชนโดยตรง ส่วนร้านโมเดิร์นเทรดก็ได้รายงานมาเบื้องต้นว่าประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งที่อยู่ในช่วงของการขยายวงออกไปสู่การขายในพื้นที่หรือจำนวนสาขาเพิ่มเติม”นายกรณ์ กล่าว

 เรื่องสุดท้ายคือการลดปัญหาอาชญากรรมของคนกทม.และปริมณฑล มีการรายงานเข้ามาถึงการกำหนดจุดที่เป็นจุดอันตราย 400 กว่าจุด ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์และประสานกับกทม.ให้ติดไฟส่องสว่าง รวมทั้งจุดที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่มเติมที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จ โดยดัชนีอาชญากรรมในเกือบทุกพื้นที่ในกทม.ปรับลดลง

 “ก็กระเตื้องขึ้นมาก็ช่วงที่มีการจัดกำลังคนมาดูแลม็อบต่างๆ แต่โดยรวมแนวโน้มถือว่าดีขึ้น และมีการเสนอของบเพิ่มเติมในการบูรณาการกำลังคนเพื่อที่จะเพิ่มความสบายใจและเพิ่มระดับการคุ้มครองในเรื่องของความปลอดภัยให้ประชาชนด้วย”รมว.คลังกล่าว