ข่าว

มธ.แจ้งความพ่อแม่สาว17-เจ้าของซีวิค

มธ.แจ้งความพ่อแม่สาว17-เจ้าของซีวิค

21 ก.พ. 2554

ทีมกฎหมาย ม.ธรรมศาสตร์ พาผู้เสียหายแจ้งจับพ่อ-แม่สาววัย 17 ขับซีวิคชนรถตู้บนทางด่วนดับ 9 ศพ พร้อมแจ้งจับเจ้าของรถซีวิคในข้อหาประมาท เผยเป็นบทเรียนที่พ่อ-แม่ต้องรับผิดหลังจากปล่อยให้ลูกออกมาทำในสิ่งที่ไม่ถูกกฎหมาย

 ความคืบหน้าคดีสาววัย 17 ขับรถเก๋งซีวิค สีขาว เฉี่ยวชนรถตู้โดยสารทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 9 รายบริเวณทางด่วนโทลล์เวย์  เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ รศ.ณรงค์ ที่งาน ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต กก.2 บก.จร.(สน.วิภาวดี) ใจหาญ ผอ.ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ และประธานกรรมการคณะกรรมการกฎหมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และดร.ปกป้อง ศรีสนิท อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะทีมกฎหมายของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พาญาติผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย ได้แก่ นางนฤมล ปิดตาทานัง นายภิญโญ จินันทุยา นายปรัชญา คันธา และ น.ส.ตรอง สุดธนกิจ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.พิทักษ์ นิยมพฤกษ์ รอง ผกก.สน.วิภาวดี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อแม่ของสาววัย 17 ปี ในความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และเจ้าของรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎว-8461 กรุงเทพมหานคร ในฐานะที่ให้สาววัย 17 ปี ยืมไปใช้ในข้อหาเดียวกัน และข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

 รศ.ณรงค์ เปิดเผยว่า ทีมงานกฎหมายของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพ่อแม่ของผู้กระทำความ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ตามมาตรา 26 (3) หากพ่อแม่นั้น ยินยอมให้เด็กกระทำการโดยไม่สมควร หรือกระทำการที่น่าจะเสี่ยงให้เกิดการประพฤติผิดขึ้นมา พ่อแม่เด็กจะต้องรับผิดชอบและมีความผิดตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ด้วย นอกจากนี้จะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของรถคันที่ผู้ก่อเหตุยืมไปใช้อีก 2 ข้อหา โดยข้อหาแรกคือข้อหาเดียวกับพ่อแม่ เพราะหากเจ้าของรถทราบอยู่แล้วว่าผู้ที่มายืมยังเป็นผู้เยาว์ ไม่มีใบขับขี่ ก็จะต้องร่วมรับผิดด้วย ส่วนอีกข้อหาคือ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และมาตรา 300 เนื่องจากทีมกฎหมายมองว่า มีความประมาทในการปล่อยผู้ก่อเหตุให้ยืมไปใช้

 ด้าน ผศ.ดร.ปริญญา ในส่วนนี้ทางทีมกฎหมายของมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ กับครอบครัวของผู้เสียหายทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ คิดว่าความสูญเสียในครั้งนี้ควรจะเป็นบทเรียนให้แก่สังคมไทย จากนี้ไปพ่อแม่จะต้องรับผิดชอบต่อการปล่อยให้ลูกหลานออกมาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ต่อจากนี้จะต้องไม่มีผู้เยาว์ที่ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่แล้วอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้สังคมไทยมีความปลอดภัยในการเดินทางบนท้องถนนมากขึ้น ผู้ที่ยังไม่มีใบขับขี่ ยังไม่ผ่านการทดสอบว่ามีความสามารถในการขับขี่ไม่ควรจะมาขับรถบนท้องถนนอีกต่อไป

 "เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมาคดีของเด็กแว้นที่ถูกจับกุมไปนั้น ก็มีการดำเนินคดีกับพ่อแม่ของเด็กเหล่านั้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ด้วย เพราะผู้เยาว์รับโทษน้อยกว่าผู้ใหญ่ ขอถามว่าหากผู้เยาว์รับโทษน้อยกว่าผู้ใหญ่แล้วใครจะต้องรับผิดชอบ ก็ต้องตอบว่าเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่จะต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อการกระทำด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ยังรับผิดชอบตัวเองไม่ได้มาสร้างปัญหาให้แก่สังคม เราจึงหวังว่านี่จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินคดีในวันนี้" ผศ.ดร.ปริญญา กล่าว

 ต่อข้อถามที่ว่าฝ่ายผู้ก่อเหตุได้แสดงความรับผิดชอบต่อฝ่ายผู้เสียหายอย่างไรบ้างนั้น ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า มีทนายความของฝ่ายผู้ก่อเหตุประสานงานมาที่ครอบครัวของผู้เสียหายเพียงบางครอบครัวเท่านั้นยังไม่ครบทุกครอบครัว เท่าที่ทราบได้ติดต่อเรื่องการตกลงว่าจะจ่ายค่าเสียหายกับค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บ คือนายวรัญญู เกตุชู กับ น.ส.กัญจนภัส ปัญญาประเสริฐ แต่กับบางครอบครัวอย่างครอบครัวของนายปรัชญา คันธา หนึ่งในผู้เสียชีวิตนั้น ฝ่ายผู้ก่อเหตุยังไม่ติดต่อมาแต่อย่างใด

 ขณะที่นายชัยพัฒน์ จันทร์สริยารัตน์ ลุงของนายปรัชญา หนึ่งในผู้เสียชีวิต กล่าวว่า มาให้กำลังใจทีมงานฝ่ายกฎหมายของ ม.ธรรมศาสตร์ ที่ช่วยดำเนินเรื่องทุกอย่างให้ญาติผู้เสียหาย เพราะตนอยากให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง

 ด้าน พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยมอ่อง พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.วิภาวดี หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งความลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้ว จากนั้นก็จะส่งเรื่องให้ทาง บช.น.พิจารณาสั่งการลงมาเพื่อสอบสวนต่อไป เนื่องจากทาง สน.วิภาวดี ไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้