
ทูตดอนถอดรหัสกัมพูชาเดินเกมข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร
อุณหภูมิสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ร้อนระอุขึ้นทุกขณะ นับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะชายแดนภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ใกล้ปราสาทพระวิหาร ไปสู่การนำประเด็นข้อพิพาทปราสาทพระวิหารเข้าที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี)
ณ นครนิวยอร์ก ก่อนยูเอ็นจะโยนลูกกลับมายังโต๊ะเจรจาในวงอาเซียน เปิดทางให้ไทยและกัมพูชาได้หันหน้าพูดคุยหาทางออกร่วมกันในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ โดยมีประธานอาเซียนเป็นพี่เลี้ยงดูแลสร้างบรรยากาศที่ดีต่อกัน
นาทีนี้ หลายฝ่ายจับตาความเคลื่อนไหวของ 2 ประเทศ แม้ฝ่ายไทยยังคงเป็นเสือสุ่มเงียบอยู่ ขณะที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้งัดไม้เด็ดประกาศข้อเสนอ 4 ข้อที่จะเตรียมเสนอต่อที่ประชุมอาเซียน ได้แก่ 1.เห็นพ้องยุติการสู้รบอย่างถาวร 2.ห้ามเคลื่อนย้ายกองกำลัง ให้ทั้งสองฝ่ายคงกองกำลังในจุดเดิม เพื่อรอการแสวงหาข้อยุติเกี่ยวกับการวัดและปักปันเขตแดน 3.ส่งเสริมให้ผู้บัญชาการกองทัพของสองประเทศ เปิดการเจรจาปรับปรุงความร่วมมือ เพื่อทำให้สถานการณ์กลับไปยังสภาพก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 และข้อ 4.กัมพูชาจะขอให้ประเทศอาเซียนช่วยควบคุมการหยุดยิง เพื่อรับประกันว่าข้อตกลงหยุดยิงจะถูกปฏิบัติใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในเรื่องนี้ ดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก และอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษคอลัมน์ที่นี่บัวแก้วไว้ว่า เป็นที่ชัดเจน ฝ่ายกัมพูชาเดินเกมรุกในทุกสมรภูมิ คือทางทหาร ทางการเมืองภายใน และการเมืองระหว่างประเทศ การทูต ตลอดจนทางกฎหมายระหว่างประเทศ
หากมองย้อนกลับไปจะเห็นว่า กัมพูชาได้แทรกตัวเข้ามาปั่นกระแสการเมืองภายในของไทย กรณีจับกุม 7 คนไทยและพิพากษาจำคุกเสมือนทำความผิดร้ายแรง เพื่อสร้างแรงกดดันภายในไทย ทั้งยังเดินเกมควบคู่ไปกับการนำเรื่องฟ้องยูเอ็น และเปิดทางรบใหม่ในสมรภูมิทางกฎหมายระหว่างประเทศ โดยขู่ฝ่ายไทยจะนำข้อพิพาทปราสาทพระวิหารกลับเข้าศาลโลก
การที่สมเด็จฮุน เซนยื่นข้อเสนอ 4 ข้ออย่างทันควัน ชี้ให้เห็นว่ากัมพูชาเดินหน้ารุกในสมรภูมิทางการทูตอย่างฉับไวและมองการณ์ไว้ล่วงหน้า ตระเตรียมยุทธศาสตร์ครบครันและชัดเจน โดยได้กำหนดบทบาทของอาเซียนต่อปัญหาข้อพิพาทปราสาทพระวิหารไว้ก่อนแล้ว
"ผมมองว่า ปัญหาข้อพิพาทพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารมีทางออก และไม่มีความจำเป็นที่ฝ่ายไทยจะฟังหรือยอมรับ 4 ข้อเสนอของกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียว ฝ่ายไทยเองก็ต้องแสดงท่าที และยื่นข้อเสนอที่ชัดเจนและคำนึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ ที่จะทำให้การเจรจาเป็นไปอย่างสมน้ำสมเนื้อกัน"
การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่จะมีขึ้น ทั้งไทยและกัมพูชาจะยื่นข้อเสนอที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับได้ และต้องเป็นข้อเสนอที่ปฏิบัติได้จริง นั่นคือเป็นผลประโยชน์ลงตัวในจุดบรรจบร่วมกัน หากยังยืนกรานคนละขั้ว ยิ่งเวลาเปลี่ยน ยิ่งทำให้เกิดความห่างและสถานการณ์ควบคุมยาก
ขณะเดียวกัน อาเซียนมีเวลาไม่มากพอที่จะรอให้ไทยและกัมพูชาจัดการปัญหาความขัดแย้งนี้ได้ เนื่องจากในปี 2558 สมาชิกทั้ง 10 ประเทศ จะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน โดยไทยและกัมพูชาจะฉุดรั้งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของประชาคมอาเซียนไม่ได้
ทูตดอนเสนอให้มีแผนพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวอย่างจริงจังร่วมกัน โดยไม่มีเส้นแบ่งเขตแดน และต้องกำหนดมีการจัดสรรผลประโยชน์ที่ชัดเจน เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องยอมรับคือ กัมพูชาได้ตัวปราสาทไป แต่พื้นที่โดยรอบสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมกันได้
นันทิดา พวงทอง



