ข่าว

มนุษย์บ้างานพันธุ์โสมขาว (1)

มนุษย์บ้างานพันธุ์โสมขาว (1)

21 ก.พ. 2554

รู้กันมานานแล้ว มนุษย์เงินเดือนแดนซามูไรยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นพวกบ้างานมากที่สุด สืบทอดวัฒนธรรมว่างานต้องมาก่อนเสมอ ถึงต้องทำงานจนดึกจนดื่นหรือต้องละเลยครอบครัว ก็ไม่เป็นไร หลายรายถึงขั้นยอมฆ่าตัวตายหากรู้ว่าตัวเองเริ่มไร้ค่าหรือมีงานทำน้อยลง

 แต่ทุกวันนี้ มนุษย์เงินเดือนตัวพ่อแห่งแดนซามูไรก็เสียแชมป์บ้างานให้แก่มนุษย์เงินเดือนจากแดนกิมจิโสมขาวเสียแล้ว

 แทนที่จะทำงานวันละ 9 ชั่วโมง จาก 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นตามมาตรฐานของบริษัททั่วโลก แต่มนุษย์เงินเดือนชาวโสมขาวกลับทำงานอย่างน้อยวันละ 10 ชั่วโมง ถ้าเกินจากนั้นค่อยถือว่าเป็นงานล่วงเวลาหรือโอเวอร์ไทม์

 "ผมทำงานโอเวอร์ไทม์อย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 วัน" หนุ่มใหญ่วัย 30 ปีผู้หนึ่งสารภาพก่อนจะเผยว่าบริษัทที่ทำงานด้วยนั้นก็เหมือนกับบริษัทส่วนใหญ่นั่นก็คือไม่ยอมจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่พนักงาน แต่มนุษย์เงินเดือนก็ไม่ทดท้อแต่อย่างใด ส่วนใหญ่เป็นเพราะกลัวว่าจะไม่ได้ขึ้นเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งหากกลับบ้านเร็วกว่าผู้บังคับบัญชา

 ถ้าจะว่าไปแล้ว ปรัชญาของมนุษย์เงินเดือนชาวเกาหลีในยุคนี้ก็เหมือนกับคติของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เมื่อ 40-50 ปีมาแล้วที่ว่า "งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข"  เพราะงานตัวเดียวเท่านั้นทำให้ชาวเกาหลีสามารถยกฐานะตัวเองจากความยากจนไปสู่ความมั่งคั่งได้

 ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม มนุษย์เงินเดือนโสมขาวต้องทำงานมากชั่วโมงกว่ามนุษย์เงินเดือนกลุ่มภาคีสมาชิกองค์การพัฒนาและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) 30 ประเทศด้วยกัน ทั้งนี้จากการสำรวจเมื่อปี 2552 โดยมีอัตราเฉลี่ยทำงานปีละ 2,243 ชั่วโมง หรือสัปดาห์ละ 43.6 ชั่วโมง ซึ่งเท่ากับทำงานนานกว่ามนุษย์บ้างานญี่ปุ่นถึงปีละ 500 ชั่วโมง และมากกว่าคนงานชาวเยอรมันถึงปีละ 900 ชั่วโมง

 อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบชั่วโมงการทำงานกับเนื้องานต่อชั่วโมงที่ทำ ปรากฏว่าเนื้องานของมนุษย์เงินเดือนเกาหลีใต้กลับเกือบบ๊วยสุดเมื่อเทียบกับสมาชิกกลุ่มโออีซีดี โดยอยู่อันดับ 3 จากบ๊วยสุด

 กระทรวงแรงงานโสมขาวเองยอมรับว่าถ้าหากมีชั่วโมงทำงานน้อยลง ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์เงินเดือนอาจดีขึ้นและผลงานก็คงจะดีขึ้นเช่นกัน แต่การจะเปลี่ยนทัศนคตินี้ได้คงต้องใช้เวลาพอควร

 "เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไป และชาวเกาหลีก็มีนิสัยชอบแข่งขันชอบเอาชนะคะคานกัน โดยต้องให้เสร็จงานก่อนเพื่อนเป็นดีที่สุด พอสองอย่างมาผสมผสานกัน ก็เลยเป็นเรื่องของวัฒนธรรมการทำงานที่หนักเกินไป" นักจิตวิทยาเกาหลีผู้หนึ่งให้ความเห็น

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์