ข่าว

เร่งปรับโครงสร้างภาษีสุรา-ยาสูบเหล้าขาวจ่อแพงขึ้น-บุหรี่เก็บจากราคาขายปลีก

เร่งปรับโครงสร้างภาษีสุรา-ยาสูบเหล้าขาวจ่อแพงขึ้น-บุหรี่เก็บจากราคาขายปลีก

21 ก.พ. 2554

กรมสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีสุรา-ยาสูบ สร้างความเท่าเทียมระหว่างสินค้านำเข้าและผลิตในประเทศ เหล้าขาวจ่อเสียแพงขึ้น ยาเส้นโดนด้วย ส่วนยาสูบเก็บจากราคาขายปลีกแทน

 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีบาปทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นภาษีสรรพสามิตสุรา ยาสูบ เบียร์ โดยเฉพาะภาษีสุรา มีแนวคิดจะเก็บภาษีตามปริมาณแอลกอฮอล์หรือดีกรีเพียงอย่างเดียว จากเดิมที่เก็บภาษีสองขาคือตามปริมาณแอลกอฮอล์ และมูลค่า เพื่อความเป็นธรรมเพราะผู้นำเข้าสุราจากต่างประเทศอาจฟ้ององค์กรการค้าโลก(ดับเบิลยูทีโอ) ว่าไทยปกป้องผู้ผลิตในประเทศและอาจจะแพ้เหมือนบางประเทศโดนมาแล้ว เช่น เกาหลีใต้

 ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมได้เก็บภาษีสุรานำเข้าในอัตราสูงเพราะคิดจากมูลค่า เช่น อาจเก็บที่ 400 บาทต่อลิตร ขณะที่เหล้าขาวในประเทศเก็บเพียง 120 บาทต่อลิตร ซึ่งมีความแตกต่างกันมาก ขณะที่ดับเบิลยูทีโอกำหนดเงื่อนไขสินค้าชนิดเดียวกันต้องเก็บในอัตราเดียวกัน แต่เหล้าขาวเป็นสินค้าเจาะกลุ่มรากหญ้าหากปรับเพิ่มภาษีอาจกระทบผู้มีรายได้น้อย และสุราชุมชนที่มีการผลิตอยู่กว่า 4 พันโรงที่ส่วนใหญ่ทำโดยไม่ถูกกฎหมายนั้นจะยิ่งหนีภาษีกันมากขึ้น จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ

 ส่วนภาษีไวน์นั้นที่ผ่านมาพบว่ามีการหนีภาษีกันมากเนื่องจากมีการจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงเพราะเก็บตามมูลค่า เช่นเก็บถึง 250% ของมูลค่า ทำให้ไม่มีใครมาเสียภาษี ต่อไปอาจจะเก็บตามปริมาณแทน เช่น เก็บกี่บาทต่อขวดเป็นต้นเพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าไวน์ราคาแพงหันมาเสียภาษีให้ถูกต้อง

 นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า สำหรับพ.ร.บ.ยาสูบฉบับใหม่นั้นในเร็วนี้จะเสนอเรื่องไปยัง รมว.คลัง เพื่อปรับวิธีการจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพและมีความเท่าเทียมกันระหว่างบุหรี่ที่ผลิตในประเทศและบุหรี่ที่นำเข้า เนื่องจากปัจจุบันการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจะเก็บจากราคาหน้าโรงงาน หรือราคาแจ้งนำเข้า (ซีไอเอฟ) ซึ่งบุหรี่นำเข้าจะมีการแจ้งต่ำมากเช่น ราคาซองละ 1 หรือ 2 บาท ทำให้เสียภาษีในอัตราต่ำและจำหน่ายในไทยได้ราคาถูกกว่าบุหรี่ที่ผลิตในประเทศ จึงจะปรับวิธีการจัดเก็บใหม่เป็นเก็บจากราคาขายปลีกแทน

 นอกจากนั้นเห็นว่าช่วงที่ผ่านมากลไกการจัดเก็บเชิงปริมาณไม่ทำงาน จะใช้กลไกด้านมูลค่ามากกว่า จึงเห็นควรให้นำระบบการจัดเก็บเชิงปริมาณมาเป็นฐานคำนวณภาษีด้วย โดยอยู่ระหว่างพิจารณาอัตราที่เหมาะสมเพื่อให้สะท้อนประเด็นผลเสียต่อสุขภาพด้วย

 “ในช่วงที่ผ่านมาบุหรี่ราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาดไทยมากขึ้น และส่วนหนึ่งผู้สูบหันไปนิยมสูบยาเส้นแทน ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ประกอบการบางรายไม่เสียภาษีตามความเป็นจริง โดยแอบอ้างว่าเป็นใบยาพันธุ์พื้นเมืองซึ่งจะได้รับยกเว้นไม่เสียภาษี ต่อไปอาจจะเก็บภาษีที่โรงบ่มใบยาแทน ซึ่งขณะนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบว่ามีโรงบ่มมากน้อยแค่ไหน” นายพงษ์ภาณุ กล่าว