
คนล้นคุก
ช่วงนี้ข่าวการจลาจลในเรือนจำมีความถี่มากขึ้นซึ่งมีสาเหตุมากมายหลายประการ แต่วิถียุติธรรมหยิบยกสาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งขึ้นมาในวันนี้คือการที่จำนวนผู้ต้องขังเพิ่มมากขึ้นจนอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังให้เป็นคนดีกลับสู่สังคมอีกครั้งลดน้
การกระทำผิดซ้ำแล้วกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำอีกได้ส่งผลกระทบมากมายหลายประการซึ่งในที่นี้อาจส่งผลโดยอ้อมให้เกิดความไม่เรียบร้อยหรือจลาจลในเรือนจำได้อีกด้วย เพราะการสะสมความเชี่ยวชาญชำนาญในการประกอบอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นจากการได้คลุกคลีกับเพื่อนผู้ต้องขัง ซ้ำยังอาจส่งผลให้การควบคุมดูแลวินัยของผู้ต้องขังที่อยู่รวมกันเป็นจำนวนมากต้องหย่อนยานตามไปด้วย
ปัญหาคนล้นคุกจึงเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยที่จะต้องให้ทุกฝ่ายหันมาเหลียวมองให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันเป็นภาระป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ เพราะจะสามารถลดปัญหาสังคมที่จะตามมาได้มากมาย
โดยทั่วไปเรามักจะมีความคิดว่าการปราบปรามอาชญากรรมเป็นเรื่องของตำรวจและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อตำรวจจับกุมผู้กระทำผิดได้ก็มุ่งที่จะให้มีการลงโทษจำคุกเพื่อให้สาสมกับความผิดที่ได้กระทำขึ้นและมีผู้คนบางส่วนในสังคมหวังว่าเมื่อผู้กระทำผิดพ้นโทษแล้วจะเข็ดหลาบไม่กล้ากระทำผิดอีก แต่ผู้คนส่วนใหญ่จะมีความคิดตรงกันข้ามว่าผู้กระทำผิดทุกคนไม่อาจกลับเป็นคนดีได้ซ้ำยังรู้สึกกลัวรวมทั้งรังเกียจและหวาดระแวงเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับผู้ที่เคยมีประวัติกระทำผิดมาก่อนแล้ว
โดยข้อเท็จจริงแล้วผู้กระทำผิดมีสาเหตุหรือมูลเหตุจูงใจในการกระทำผิดมากมายหลายประการ และการแก้ไขฟื้นฟูหากแก้ไขได้ตรงจุดคนเหล่านี้จะมีความสำนึกผิดและมีภูมิคุ้มกันในตัวที่จะไม่กระทำผิดซ้ำอีกได้ หรือส่วนใหญ่แล้วการลงโทษด้วยการจำคุกอาจไม่จำเป็นเสียด้วยซ้ำไป การมุ่งลงโทษด้วยการจำคุกแต่เพียงอย่างเดียวกลับจะส่งผลเสียให้การควบคุมดูแลผู้กระทำผิดที่มีลักษณะกระทำผิดติดนิสัยหรือผู้ที่ก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่ต้องดูแลอย่างกวดขันขาดประสิทธิภาพไปได้
วิถียุติธรรมในวันนี้จึงขอเสนอวิธีคิดและการสร้างความร่วมมือกันในสังคมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาคนล้นคุกซึ่งหากทำได้อย่างจริงจังจะส่งผลในการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่สังคมได้เป็นอย่างดี แต่ต้องร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีหน้าที่และชาวบ้านทั่วไป เพราะความซับซ้อนของปัญหาอาชญากรรมในปัจจุบันบวกกับข้อจำกัดด้านงบประมาณและอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลให้มีการสร้างเรือนจำเพิ่มเติมหรือจ้างผู้คุมมาเพิ่มเติมให้ได้ทันกับจำนวนผู้ต้องขังที่มีอยู่ในขณะนี้ได้
การที่สังคมหันมาคิดร่วมกันในการร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อป้องกันการเกิดอาชญากรรมเพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องทุ่มเทไปกับการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่ออาชญากรรมร้ายแรงได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นนอกเหนือจากการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดให้แก่เจ้าหน้าที่แล้ว การให้โอกาสกับผู้ที่เคยหลงผิดได้กลับเข้าสู่สังคมและเกิดสำนึกในการกระทำผิดไม่ไปกระทำผิดซ้ำอีก ก็น่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมได้ที่ต้นตอของปัญหา
เมื่อสังคมช่วยกันรับภาระในการปรับปรุงแก้ไขผู้ที่เคยหลงผิดด้วยการให้โอกาสคนเหล่านั้นมีอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เขาเหล่านั้นด้วยอีกทางหนึ่ง และเป็นการป้องกันปัญหาคนล้นคุกได้อีกด้วย จะได้ส่งผลให้การปรับปรุงแก้ไขผู้กระทำผิดที่ร้ายแรงกว่ามีประสิทธิภาพด้วย
ถ้าไม่ช่วยกันเปลี่ยนความคิด ที่คิดว่ากำแพงเรือนจำจะดัดสันดานคนได้ทั้งๆ ที่คนล้นคุก เราอาจจะต้องผวาภัยที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินมากกว่านี้อีกหลายร้อยเท่านัก



