ข่าว

ชีวิตกับกล้วยไม้ (3)

ชีวิตกับกล้วยไม้ (3)

10 เม.ย. 2552

วันนั้นฉันนึกอยู่ในใจ ว่า “เอาล่ะ ไหนๆ คนส่วนใหญ่ก็มองเห็นหน้าฉันเป็นกล้วยไม้ดอกไม้แล้ว ครั้งนี้ฉันจะยอมรับว่าฉันเป็นเช่นนั้นจริงๆ แล้วก็จะพูดเรื่องนี้ด้วย แต่เดี๋ยวก่อน เธอฟังให้ดีนะว่าฉันจะพูดอะไร”

   สิ่งที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด  ถ้าฉันจะปฏิเสธก็ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อต้านความคิดดังกล่าวของคนทั่วไปที่มันผ่านมาถึงเราเหมือนกับสายลมมรสุม ถ้าเราต่อต้านมันไม่ไหว เหตุใดจึงไม่แอ่นอกรับสารภาพมันซะเลยอย่างผู้กล้าหาญที่จะเผชิญกับความจริง
   ฉันเริ่มต้นการปาฐกถาด้วยประโยคแรกว่า “เธอที่รักของฉัน เธอทั้งหลายคงจะมองเห็นว่าฉันมีจิตใจที่มุ่งมั่นปลูกกล้วยไม้มาตลอด แม้ชีวิตจะก้าวมาถึง 87 ปีแล้ว”
   แต่เดี๋ยวก่อน รอฟังฉันต่อไปอีกหน่อยแล้วเธอจะมองเห็นภาพความจริงที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้  ฉันจำได้ดีว่าตัวเองเริ่มปลูกกล้วยไม้พันธุ์นี้แบบริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมมาตั้งแต่วัยยังเป็นเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง แม้จะมีอายุเพียงพอจำความได้เท่านั้น
   ฉันเฝ้ารดน้ำใส่ปุ๋ยและบำรุงรักษากล้วยไม้พันธุ์ที่ฉันรักอย่างดีที่สุดมาตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งมันออกดอกสวยงามให้ทุกคนได้ชื่นชมสมใจ
   เดี๋ยวก่อนนะเธอ อย่าเพิ่งคิดอะไรล้ำหน้าไปกว่านี้  พันธุ์กล้วยไม้ที่ฉันปลูกนั้นมันไม่เหมือนกับพันธุ์ที่เธอสัมผัสมาตลอดชีวิต เพราะเหตุว่า พันธุ์ที่เธอคุ้นเคยนั้น หลังจากออกดอกให้เธอชื่นชมในความสวยงามได้ไม่นาน แล้วมันก็จะเหี่ยวเฉาร่วงโรยไปในที่สุด
   แต่พันธุ์ที่ฉันกำลังจะพูดถึงในขณะนี้นั้น หลังจากออกดอกสวยงามให้เธอทั้งหลายได้ชื่นชมสมใจแล้ว นอกจากไม่เหี่ยวเฉาร่วงโรยไปอย่างพันธุ์ที่เธอมองเห็น หากกลับบานสวยสดงดงามต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุดเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ชื่นชมต่อไปด้วย
   เพราะฉะนั้นฉันจึงขอตั้งชื่อดอกไม้พันธุ์ใหม่นี้ว่า “ความรักในเพื่อนมนุษย์”
 นี่แหละฉันขอนำเอาเรื่องราวที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการมาขอสัมภาษณ์ฉันลงพิมพ์ในผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 7 เมษายน 2551 โดยใช้ชื่อเรื่องว่า “วิถีแห่งปราชญ์สยาม ศ.ระพี สาคริก” มาเล่าให้ทุกท่านได้ฟัง