
มาร์ควอนส.ส.-ส.ว.เร่งผ่านงบฯเพิ่มเติม
"นายกฯ" วอน " ส.ส. -ส.ว." เร่งผ่านงบฯเพิ่มกลางปี อ้างยื่นของบกลางปีจะช่วยรบ.ประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่า 1 พันล้าน แถมยังช่วยให้จัดทำงบฯ ปี 55 ทำได้คล่องตัวมากขึ้น พร้อมท้าให้หั่นทิ้งโครงการที่ทำแล้วไม่เกิดประโยชน์
(20ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ " เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์" ถึงการพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2554 ว่า ตนขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านร่างงบประมาณดังกล่าวไปด้วยความเรียบร้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ตนอยากจะกล่าวย้ำว่างบประมาณกลางที่เกิดขึ้นนี้ เกิดมาจากรัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ที่เกินเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากที่ได้มีการคาดการณ์การจัดรายได้ทั้งปีภาครัฐจะสามารถจัดเก็บรายได้เกิดเป้าหมายประมาณถึง 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งตรงนี้ทำให้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างชัดเจน โดยในเงินงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาทนั้่น รัฐบาลได้จัดงบประมาณไว้เพียง 1 แสนล้านบาท และใน 1 แสนล้านบาทดังกล่าว มีจำนวนกว่า 10 % คือ 8.4 หมื่นล้านบาท จะเป็นการนำไปชดใช้เงินคงคลัง ตรงนี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถประหยัดดอกเบี้ยของรัฐบาลได้ถึง 1 พันล้านบาท และจะทำการจัดงบประมาณปี 2555 เป็นไปด้วยความคล่องตัวมากขึ้น
นอกจากนั้นเงินส่วนที่เหลืออยู่ประมาณ 6 พันล้านบาท จะเป็นเงินงบประมาณที่จะนำไปดูแช่วยเหลือผู้สูงอายุ กับคนพิการ จำนวนประมาณ 9 แสนคน ที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือ และเงินงบประมาณที่เหลืออีกประมาณ 9.9 พันล้านบาท รัฐบาลจะนำไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายดีที่ผ่านมา ซึ่งหากจะถามว่ารัฐบาลจะสามารถที่จะนำงบประมาณกลางเข้าไปดูแลช่วยเหลือได้หรือไม่ เรื่องนี้ขอบว่าได้ แต่จะทำรัฐบาลไม่มีเงินงบประมาณกลางเหลือเอาไว้ใช้จนถึงสิ้นปีงบประมาณนี้ และที่สำคัญในขณะนี้เราเริ่มมองเห็นปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว คือ ปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากระดับน้ำในหลายพื้นที่ อยู่ในระดับที่ต่ำ ดังนั้นเงินประมาณในส่วนนี้จะนำไปซ่อมแซมสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ได้ความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่านั้น
"สำหรับเรื่องความโปร่งใสแล้ว ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ทุกรายการ และทุกรายการที่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ที่ในอดีตที่ผ่านจะต้องไม่มีการแสดงรายละเอียด แต่ในครั้งนี้เราจะให้มีการถ่ายรูปของโครงการเข้ามาประกอบการพิจารณา เพื่อให้พิจารณากันตามความเป็นจริง ดังนั้นผมจึงอยากจะขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาใรวาระที่สอง ได้พิจารณาในเรื่องนี้กันอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และหากโครงการหากเห็นว่าไม่มีความเหมาะสมก็ขอให้ตัดออกไปได้เลย ซึ่งรัฐบาลจะถือว่าเงินที่ตัดออกไปนั้นจะได้เป็นเงินเก็บไว้ในคลังต่อไป ตรงนี้ถือว่าผมถือว่าเป็นแสดงความโปร่งใสของรัฐบาล ทั้งนี้จึงอยากจะขอสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้เร่งรัดในการพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป " นายกฯ กล่าว



