ข่าว

DSIชี้23กพ.ตรวจโรงกลั่นปาล์ม10แห่ง

DSIชี้23กพ.ตรวจโรงกลั่นปาล์ม10แห่ง

20 ก.พ. 2554

"นายกฯ"เผยกำชับ "สุเทพ-ไตรรงค์" จี้ "ก.พาณิชย์" เร่งนำเข้าน้ำมันปาล์ม 1.2 แสนตันเร็วที่สุด พร้อมไฟเขียว"ดีเอสไอ"ตรวจสอบโปร่งใสการดำเนินการทั้งหมด

 (20ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ " เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์" ถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มในท้องตลาด ว่า  ตนอยากจะชี้แจงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มาจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งมาจากผลกระทบในสองด้านในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา คือ ความต้องการน้ำมันปาล์มในตลาดโลกมีความต้องการสูงขึ้น อีกทั้งผลผลิตของปาล์มน้ำมันได้รับผลกระทบมาจากปัญหาภัยธรรมชาติ ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เรื่องนี้รัฐบาลได้พยายามติดตามประเมินสถานการณ์ต่างๆ มาตั้งแต่ช่วงปลายปี จึงได้มีมติครม.การอนุมัติให้มีการนำเข้าน้ำมันปาล์มอีกจำนวน 3 หมื่นตัน รวมทั้งยังได้อนุญาตให้มีการปรับราคาจำหน่ายขึ้น แต่ก็ยังไม่มีพอเพียงพอต่อความต้องการของตลาด รัฐบาลจึงได้มีอนุมัติให้นำเข้าอีกจำนวน 1.2 แสนตัน

 "ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลยังมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบและติดตามของผม พบว่านำทมันปาล์มที่รัฐบาลได้อนุญาตให้นำเข้าจำนวน 1.2 แสนตันที่ได้อนุมัติไปนั้นจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการนำเข้าแต่อย่างใด ดังนั้นผมจึงมอบหมายให้รองนายกฯสุเทพ และรองนายกฯนายไตรรงค์ ให้ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้มีการดำเนินการเร่งรัดนำเข้าน้่ำมันปาล์มจำนวน 1.2 แสนตัน ให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด อีกทั้งการดำเนินการนำเข้าน้ำปาล์มในส่วนนี้จะต้องมีความโปร่งใส ทั้งเรื่องราคา และการจัดสรร แต่ก็มีการกล่าวอ้างว่าถึงแม้ว่าจะมีการนำเข้ามาแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้ราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มลดลงได้ จากเรื่องที่เกิดขึ้นผมสั่งการให้รองนายกฯสุเทพ ให้เรียกประชุมคณะกรรมการปาล์มแห่งชาติในวันอังคารที่จะถึงนี้ เพื่อหาข้อยุติในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด " นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินการในเรื่องนี้  ตนได้สั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้ามาดูแลรับผิดชอบในการตรวจสอบในเรื่องนี้ได้โดยตรง ดังนั้นตนจึงอยากจะขอชี้แจงไปยังพี่น้องประชาชนทุกว่า ตนและรัฐบาลทราบดีว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่เกิดขึ้่นนี้ ซึ่งรัฐบาลก็พยายามที่จะใช้ทุกมาตรการในการเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้  

ค้านพรทิวาเตรียมของบพันล้านแก้ปัญหา

เมื่อเวลา 10.30 น. นายอภิสิทธิ์    ให้สัมภาษณ์ที่ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย(สทท.11) ถึงกรณีปัญหาน้ำมันปาล์มขาดตลาดว่า ในวันอังคารที่ 22 ก.พ. นี้ จะประชุมโดยขณะนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติ กำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมดอยู่และมีการรายงานตนเองเป็นระยะๆ ส่วนกรณีที่นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเสนอของบประมาณ 1 พันล้านบาท เพื่อเข้าไปสนับสนุนและแทรกแซงราคาให้ลดลงนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า จะคุยกันในวันอังคาร ซึ่งตนเองไม่คิดว่าจะมีการใช้เงิน มากมายอะไรขนาดนั้น ซึ่งในวันอังคารนี้จะได้ข้อยุติ

DSIยัน23กพ.ตรวจโรงกลั่นปาล์มครบ10แห่ง

 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอได้กำหนดขั้นตอนการตรวจสอบโรงกลั่นน้ำมันปาล์มที่ได้รับโควตาผลิตน้ำมันจุกฟ้าให้กระทรวงพาณิชย์ ทั้ง 10 แห่ง โดยคาดว่าวันที่ 23 ก.พ.นี้ การตรวจสอบเอกสารจะเสร็จสิ้นครบทั้ง 10 แห่ง จากนั้นสำนักคดีภาษีอากรจะวิเคราะห์เอกสารที่รวบรวมได้ ตรวจสอบรายละเอียดการกำหนดและการจัดสรรโควต้าให้แต่ละโรงงานว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาหรือไม่ เพราะบางบริษัทได้รับโควต้า 6,000 ตัน แต่มีบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ ไม่มีประสบการณ์ด้านการผลิตไปขอแบ่งโควต้าจากบริษัทรายใหญ่ บริษัทละ 1,000 ตัน เพื่อผลิตและจัดจำหน่าย ดังนั้นต้องดูสัญญาบริษัทที่ได้รับโควต้าว่าทำได้หรือไม่ และต้องหาคำตอบว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์เคยชี้แจงว่าเป็นเรื่องของกลไกการตลาด อย่างไรก็ตามดีเอสไอต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ยังรวมถึงจัดจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลางหรือยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ในวันเวลาใด ช่วงระยะเวลาสอดคล้องกับการผลิตหรือไม่ หากเข้าข่ายพบข้อมูลว่ามีลักษณะกักตุน ดีเอสไอต้องดำเนินการทางอาญา

 นายธาริต กล่าวต่อว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้รับการแจ้งเบาะแสในหลายส่วน ทั้งรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง แหล่งกักตุน ตนยืนยันว่าดีเอสไอตรวจสอบ เฉพาะประเด็นที่ผิดกฎหมาย ส่วนประเด็นอื่นๆที่โต้เถียงกันตนเข้าใจว่าคงเป็นเพียงเรื่องบริหารงาน ดีเอสไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ดีเอสไอไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ เพราะประเด็นทางการเมืองเพื่อหวังทำลายเครดิต กับพรรคการเมืองหรือบุคคลใด แต่เข้าไปตรวจสอบเพื่อหาคำตอบว่าโควต้านำเข้าปาล์มกว่า 30,000 ตัน หายไปอยู่ที่ใด ทำไมน้ำมันปาล์มจึงขาดตลาด อย่างไรก็ตาม การเข้าตรวจสอบยังโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มของดีเอสไอ ทำให้มีการตื่นตัวของผู้ผลิต จนต้องรีบเร่งผลิตน้ำมันเพื่อไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีการกักตุน ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จะได้ช่วยกระจายน้ำมันออกสู่ตลาดได้โดยเร็ว

 ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไออยู่ระหว่างการวางแผนเข้าตรวจสอบโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มหลายแห่ง แต่คงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะที่ผ่านมามีหลายฝ่ายต่อว่าดีเอสไสว่าจะไปค้นโรงงงาน แต่ป่าวประกาศให้เจ้าของโรงงานรู้ตัวล่วงหน้าแล้วจะไปตรวจค้นเจออะไร ยืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้มีเจนตนาเช่นนั้น แต่เข้าใจว่าสื่อมวลชนต้องการทำงาน จึงไม่ได้ปิดบังอะไร แต่สื่อโทรทัศน์บางแห่งเห็นว่าไม่เหมาะสม ครั้งต่อไปดีเอสไอต้องระมัดระวังการทำงานมากขึ้น