
อาชีพอดทน ท่ามกลางความ "สนุก" ก็ "สุข" ได้
ตามธรรมเนียมไทย พอถึง เทศกาลสงกรานต์ หรือ วันขึ้นปีใหม่ไทย ลูกหลานที่ออกจากบ้านไปทำงานห่างไกล จะได้หยุดยาวแล้วเดินทางกลับสู่บ้านเกิด ช่วงเวลานี้เองที่ถือเป็นโอกาสอันดีที่สมาชิกทุกคนจะได้อยู่กันพร้อมหน้า ร่วมรดน้ำดำหัวพ่อแม่ผู้หลักผู้ใหญ่
ถามไถ่ทุกข์สุข และทำกิจกรรมร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งดูเหมือนว่าทุกคนจะรับรู้ และสัมผัสได้ แต่ท่ามกลางบรรยากาศดังกล่าว ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่เช่นวันปกติ คล้ายๆ กับไม่แยแสต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบกาย...
พวกเขาเลือกวิถีเช่นนั้นหรือเพราะไม่มีทางเลือก หรือเพราะเหตุผลกลใด ?!? "คม ชัด ลึก" จะพาไปค้นหาคำตอบ เริ่มจากอาชีพที่พบเห็นบ่อยๆ ตามห้างสรรพสินค้า วาสินี ศิริวัฒน์ ชาวอุตรดิตถ์ วัย 39 ปี อาชีพพนักงานขาย บอกว่าก่อนหน้านี้เป็นสาวฉันทนาได้หยุดยาวช่วงเทศกาลต่างๆ เหมือนคนอื่น แต่ปีนี้ไม่ได้หยุดงานจึงรู้สึกอึดอัดบ้าง แต่ถ้าจะให้เดินทางช่วงคนพลุกพล่านก็ไม่ไหว จึงเต็มใจทำงานในช่วงนี้ แล้วค่อยหาโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านหลังจากนี้
เช่นเดียวกับ นิยม สิงห์ทอง วัย 35 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย บ้านเกิดอยู่พิจิตร ที่บอกว่า 3 ปีแล้วที่ไม่ได้กลับบ้านช่วงเทศกาลสำคัญ แต่บริษัทฯ ไม่ห้าม สำหรับปีนี้เลือกที่จะไม่กลับบ้านเพราะมองว่ากลับช่วงไหนก็เหมือนกัน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเทศกาลเป็นพิเศษ
"ถามว่าอยากเที่ยวเหมือนคนอื่นไหมก็อยากนะ แต่คิดว่าอยู่เวรวันหยุดสบายกว่า ถือโอกาสพักสมองไปด้วยเลย เศรษฐกิจแบบนี้เอางานไว้ก่อน ว่างเมื่อไหร่แล้วค่อยเที่ยวก็ได้ ที่สำคัญงานดูแลความปลอดภัย เราทำให้เขามีความสุข ก็น่าจะภูมิใจ ที่สำคัญได้ 2 แรงด้วย " รปภ.สาวกล่าว
ดูเหมือนหลายคนจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส อย่าง ก้อย เริกเวียง วัย 50 ปี ชาวจังหวัดจันทบุรี แต่ทำงานเป็นพนักงานขับรถรับส่งคนกลับบ้านสายกรุงเทพฯ-ศรีราชามา 4 ปี แม้จะเหลือระยะทางอีกไม่มากก็จะถึงบ้านเกิดแล้ว แต่ก็ยังไปไม่ถึง ด้วยกฎบริษัทโดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญๆ ยิ่งต้องเพิ่มเที่ยววิ่งเป็นสองเท่า
"หลังสงกรานต์วางแผนว่าจะลาสัก 4 วันอยู่กับครอบครัวให้เต็มที่ ช่วงนี้อยากให้เพื่อนๆ ใช้ความระมัดระวังในการขับรถให้มากขึ้น เพราะเราต้องดูแลอีกหลายสิบชีวิต เมาอย่าขับเด็ดขาด และสำหรับผู้โดยสารก็ไม่อยากให้กินเหล้าแล้วเอะอะ เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ แล้วยังทำให้คนขับเสียสมาธิด้วย" หนุ่มเมืองจันทน์แสดงความเป็นห่วง
ขณะที่ ช้องมาศ พุ่มสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าวสาวจากแม่กลอง สมุทรสงคราม วัย 29 ปี บอกว่าทำงานข่าวมาได้ 2 ปีกว่าแล้ว โดยก่อนหน้านี้เคยทำงานที่ได้หยุดช่วงเทศกาลสำคัญอย่างปีใหม่หรือสงกรานต์ พอไม่ได้หยุดแรกๆ ก็หงุดหงิดบ้าง แต่นานเข้าก็เริ่มชิน
"ปีนี้ได้หยุดแค่วันที่ 11 และ 13 เมษายน อาชีพคนทำข่าวรายวัน เรื่องวันหยุดขึ้นอยู่กับหัวหน้าด้วย ว่าจะจัดเวรให้ใครหยุดได้วันไหน มีแลกเวรกันได้ ส่วนถ้าเป็นข่าวหน้าหนึ่งต้องอยู่เวรคอยเช็กข่าวตลอด เป็นงานที่ต้องตื่นตัว รวดเร็ว บ่นเรื่องวันหยุดไม่ได้ ทำใจสบายๆ ดีกว่า" เหยี่ยวข่าวสาวเผย
อีกหนึ่งอาชีพที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนักเพราะเป็นงานเฉพาะ แต่ก็ต้องทำงานช่วงเทศกาลหยุดยาว สิบโทหญิงอรพิน ทองจันอับ สาววัย 23 ปี จากนครศรีธรรมราช ปัจจุบันเป็นสารวัตรทหาร (ส.ห.) ฉุกเฉินเฉพาะกิจถวายอารักษ์ขาเวลาพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหญิงเวลาเสด็จพระราชดำเนิน ณ ที่ต่างๆ ซึ่งหมายกำหนดการนั้นเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา ไม่เว้นวันหยุดราชการ ผู้รับภารกิจนี้จึงต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ
"ทำงานนี้มา 6 ปีแล้ว แต่ละวันมีหลายขบวนเสด็จ ยิ่งช่วงนี้มีม็อบก็ต้องออกไปช่วยด้วย หรือถ้าได้หยุดช่วงเทศกาลถ้าถูกเรียกใช้ฉุกเฉินก็ต้องมารายงานตัวโดยไม่มีข้อแม้ ก็อึดอัดนะแต่ก็อุ่นใจเพราะได้อยู่ใกล้ชิดพระบรมวงศานุวงศ์ เหนื่อยกายแต่สุขใจค่ะ" สาวเมืองนคร กล่าว
เช่นเดียวกับ สิบตำรวจเอกสัมฤทธิ์ พินิจ สายตรวจนครบาล ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ วัย 37 ปี ชาวร้อยเอ็ด ซึ่งบอกว่าไม่รู้จักคำว่าวันหยุดยาวช่วงเทศกาลมานานแล้ว แต่ก็เข้าใจสภาพงาน จึงสามารถทำงานอย่างมีความสุขเช่นการทำงานวันปกติ
"ปีหนึ่งจะกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ครั้งเดียว คือหลังปีใหม่หรือหลังสงกรานต์ บางคนอาจคิดว่าเราได้เงินพิเศษที่ทำงานช่วงนี้ แต่ความจริงไม่มี รับเงินเดือนเท่าเดิม เป็นนโยบายตำรวจอยู่แล้วที่ต้องทำงานเพื่อประชาชน เห็นคนอื่นมีความสุขก็ทำใจให้มีความสุขไปด้วย" สายตรวจหนุ่มเผย
และที่ต้องยกให้เป็นความเสียสละเพื่อความสุข และเป็นความตายของคนอื่น นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ผอ.ศูนย์อุบัติเหตุและวิกฤติบำบัด รพ.ศูนย์ขอนแก่น ศัลยแพทย์ที่ชินชากับการทำงานช่วงวันหยุดยาวทุกเทศกาลตั้งแต่เรียนจบเมื่อปี 2526 เพราะแพทย์พร้อมรับมือ 24 ชม.
"ถามว่าอยากหยุดยาวๆ ไหมก็อยากนะ อยากอยู่กับครอบครัวทำกิจกรรม แต่เมื่อทำไม่ได้ก็ ต้องคิดว่าเราทำงานให้ชาวบ้านมีความสุข เราอยู่ช่วยเหลือคนที่เขาเดือดร้อนมา น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า สำหรับคนเที่ยวสงกรานต์ต้องระมัดระวัง เมื่อใจตระหนักแล้วก็จะปลอดภัย คิดถึงตัวเองไม่พอต้องคิดถึงคนข้างหลังด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ไม่คิด เมื่อคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว..." คุณหมอทิ้งท้ายชวนคิด
ถ้าทุกคนมองในมุมเดียวกันว่า เทศกาลเป็นเพียงการกำหนดให้คนมีความสุข ขณะที่ความสุขนั้นก็ไม่ได้มีเพียงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ถ้าต้องเดินสวนกระแสบ้าง การชื่นชมและยินดีที่มีส่วนทำให้คนอื่นมีความสุข ก็น่าจะช่วยให้เรามีความสุขไปด้วย...



