ข่าว

มาร์คชี้ผอ.ยูเนสโกไม่วุ่นพท.4.6ตร.กม.

มาร์คชี้ผอ.ยูเนสโกไม่วุ่นพท.4.6ตร.กม.

20 ก.พ. 2554

"นายกฯ"ยันข้อตกลงที่จะทำกับเขมร ไม่เสียอธิปไตยแน่นอน เผย "ผอ.ยูเนสโก" เริ่มเข้าใจสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร ยันไม่วุ่นพื้นที่พิพาท 4.6 ตร.กม.

(20ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ " เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์" ถึงปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติให้อาเซียนเป็นตัวกลาง ที่จะคอยให้ความสะดวก หรือจะมาทำหน้าที่เป็นสักขีพยาน ที่ฝ่ายไทยและกัมพูชาเจรจาทวิภาคีกัน จุดยืนของอาเซียนจะไม่เข้ามาแทรกแซง อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตน หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรมรชาติและสิ่งแวดล้อม จะพยายามเดินหน้าที่จะประสานและสร้างความเข้าใจต่อความเป็นจริงที่เกิดขึ้น  

        "เมื่อวานที่ผ่านมาผมได้โทรศัพท์หารือกับผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก้ ซึ่งดูเหมือนว่าทางยูเนสโก้มีความเข้าอกเข้าใจในการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกที่ตรงกับฝ่ายไทยมากขึ้น โดยทางผู้อำนวยการยูเนสโก้ยอมรับว่าการที่จะให้การทำแผนบริหารจัดการพื้นที่ ในขณะที่ไทยกับกัมพูชายังมีปัญหาเรื่องเขตแดนอยู่ เป็นเรื่องไม่น่าจะสามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามกรณีที่มีความเป็นห่วงใยว่าหากปราสาทพระวิหารยังไม่มีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะมีปัญหาหรือไม่อย่างไรนั้น เรื่องนี้ผมขอยืนยันว่าเรื่องนี้ทั้งสองประเทศที่จะดูแลสภาพแวดล้อมได้ ดังนั้นการที่จะไปเพิ่มความตรึงเครียดนั้นไม่มีประโยชน์ อีกฝ่ายไทยได้ส่งหลักฐานว่ากัมพูชาได้นำกำลังทหารไปตั้งฐานที่ตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดกับมรดกโลก

 นายกฯ ยังกล่าวการเรียกร้องมให้ลงนามหยุดยิง ว่า เรื่องนี้ตนขอยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่เคยเป็นฝ่ายที่จะเป็นผู้เริ่มต้นยิงก่อน ดังนั้นไม่ว่าจะมีข้อตกใดๆ ก็ตาม คงจะไม่มีตรงไหนที่จะมาห้ามหรือยังคับเราไม่ให้ที่จะปกป้องอธิปไตย หรือการรุกล้ำต่างๆ ได้ ซึ่งตรงนี้ตนขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลพยายามที่จะเดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความสงบในพื้นที่นี้โดยจะไม่ทำให้ต้องสูญเสียอธิปไตยอย่างแน่นอน

ย้ำผอ.ยูเนสโกไม่วุ่นพื้นที่พิพาท 4.6 ตร.กม.

 เมื่อเวลา 10.30 น. นายอภิสิทธิ์  ให้สัมภาษณ์ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย(สทท.11) ถึงกรณีที่พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะไปลงนามหยุดยิงถาวร 8 ข้อกับพล.ท.ฮุน มาเน็ต รองผบ.ทบ.และผบ.หน่วยทหารองครักษ์ บุตรชายของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า ปกติในพื้นที่จะมีการคุยและประสานงานกัน ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ในระดับนโยบายทั้งหมด จะต้องคุยกันในภาพรวม โดยตนเองจะไปประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ ในเวลา 13.00 น.   ซึ่งการประชุมดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการกำหนดท่าทีในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในวันที่ 22 ก.พ. นี้ ที่กรุงจาการ์ตาร์ ประเทศอินนีเซีย

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไปไกลถึงขั้นลงนามหยุดยิง หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่บ่งบอกอย่างนั้น ซึ่งการที่พล.อ. ดาว์พงษ์ เดินทางไปเจรจา ก็ถือเป็นเรื่องการบริหารงานในพื้นที่ปกติ เมื่อถามว่าปัญหาที่ห่วงกันคือถ้ามีการลงนามหยุดยิงถาวร อาจเกิดปัญหากับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกด้วย ในแง่ถ้าเป็นพื้นที่สันติภาพอาจกลายเป็นว่ากัมพูชาจะขึ้นทะเบียนได้ง่ายขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ ตนเองได้คุยกับผู้อำนวยการยูเนสโก โดยบอกว่าปัญหาตัวปราสาทเรื่องของทหารเป็นเรื่องที่ผิดข้อตกลงระหว่างประเทศ และหลักของมรดกโลก และตนได้พูดต่อว่าพื้นที่ที่ยังมีปัญหา 4.6 ตารางกิโลเมตร ทางยูเนสโกหรือใครต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้ในเรื่องของการวางกำลังหรืออะไรต่างๆ เพราะเป็นเรื่องความละเอียดอ่อนที่เป็นข้อพิพาท และเราต้องปกป้องอธิปไตยของเรา

 “ท่านก็พูดชัดว่าไม่ไปเกี่ยวข้องเรื่อง 4.6 ตารางกิโลเมตร จะดูเฉพาะตัวปราสาท ไม่มีเรื่องทหาร ตรงนี้คุยกันแล้ว ฉะนั้น มรดกโลกไม่มีประเด็นที่จะต้องมายุ่งเรื่อง 4.6 ตารางกิโลเมตร ”นายกรัฐมนตรี กล่าว

 เมื่อถามว่า ในส่วนประธานอาเซียนสนับสนุนการลงนามของทั้งสองฝ่าย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่ามีคำพูดชัดเจนหรือเปล่า แต่เท่าที่ทราบคือ เขาต้องการให้สามารถบรรลุข้อตกลงตามเจตนารมณ์ที่คุยกันไว้ ที่สหประชาชาติว่าควรจะมีการหยุดยิง แต่ไม่ได้พูดถึงรูปแบบ ซึ่งบ่ายนี้จะคุยกัน