
เงินฝากอีกที
สัปดาห์ก่อนโน้นเคยเขียนเรื่อง ดอกเบี้ยเงินฝาก ที่บรรดาธนาคารพาณิชย์กำลังโหมทำแคมเปญเพื่อดูดเงินเข้าแบงก์กันจ้าละหวั่น ซึ่งปรากฏว่า ทำไปทำมาแล้วแต่ละธนาคารให้ ดอกเบี้ย แทบจะไม่แตกต่างกัน หลังจากนั้นมีผู้อ่านหลายๆ ท่าน (รวมทั้งผู้ฟังรายการ เงินทองต้อง
งานนี้ดิฉันสบายไป ไม่ต้องไปค้นหาคำตอบจากใครที่ไหนให้ท่าน เพราะล่าสุดผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คุณสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ออกมาบอกว่า การแข่งขันของแบงก์พาณิชย์จะยังคงมีอยู่ ซึ่งจริงๆ แล้วแบงก์ชาติมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น ก็ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่หันมารักษาต้นทุนการเงิน เพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้ล่วงหน้า และกำหนดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายให้คงที่ในบางส่วนไว้ก่อน เพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้รองรับการขยายสินเชื่อที่ปีนี้มีแนวโน้มการขยายตัวได้ดีขึ้น
"การระดมกันดึงเงินฝากของธนาคารในช่วงนี้เป็นเรื่องปกติ ที่แบงก์ส่วนใหญ่จะปรับตัวเพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้ปล่อยกู้ ไม่ได้มีสัญญาณอะไรที่ผิด เพราะตลาดรับรู้อยู่แล้วว่าทิศทางดอกเบี้ยเป็นช่วงขาขึ้น ด้วยเหตุนี้เลยทำให้แบงก์หันมารักษาต้นทุน กำหนดดอกเบี้ยให้ต้นทุนคงที่ไว้ก่อน ไม่ใช่เพราะกฎหมายคุ้มครองเงินฝากจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้ เพราะเรื่องนี้ประชาชนผู้ฝากและแบงก์รับรู้ก่อนหน้านี้นานแล้ว ถือเป็นการเตรียมความพร้อมของตัวเองให้ดีเมื่อเห็นโอกาส"
ส่วนระยะหลังๆ ที่เราเห็นธนาคารพาณิชย์หันมาออกตั๋วแลกเงินหรือบีอี โดยให้ผลตอบแทนสูงๆ แทนการฝากเงินนั้น คุณสรสิทธิ์บอกว่า ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่ธนาคารพาณิชย์เลือกใช้ เพราะธนาคารไม่ต้องเสียต้นทุนจ่ายเงินนำส่งให้สถาบันคุ้มครองเงินฝากในอัตรา 0.4% ต่อปีตามฐานเงินฝาก เพราะตั๋วบีอีไม่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก
“แต่ในแง่ของประชาชนผู้ฝากเงิน ก็ต้องพิจารณาให้ดีว่าจะเลือกอะไรระหว่างการได้รับความคุ้มครองเงินฝาก กับได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงจากตั๋วบีอี”
ขณะที่คุณเกริก วณิกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท.บอกว่า ขณะนี้แบงก์ชาติอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการออมของประชาชน และบัญชีเงินฝากของบริษัทเอกชนทั่วไปว่า จะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง หลังจากที่ พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 11 สิงหาคมนี้เป็นปีแรกทั้ง พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 กำหนดให้สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ทยอยลดวงเงินคุ้มครองจากที่คุ้มครองเต็มจำนวน 100% ลงเหลือการคุ้มครองไม่เกิน 50 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมนี้ และลดการคุ้มครองลงเหลือไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2555
“เราอาจจะเห็นการเคลื่อนย้ายเงิน แต่คงไม่มากนักในช่วงที่มีการลดการคุ้มครองเงินฝากลงเหลือไม่เกิน 50 ล้านบาท ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมปีนี้ แต่หลังจากปีหน้าเป็นต้นไปที่จะลดวงเงินการคุ้มครองเหลือบัญชีละไม่เกิน 1 ล้านบาท ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการปรับรูปแบบการออมจากที่เคยฝากไว้ในบัญชีธนาคารพาณิชย์ เปลี่ยนไปลงทุนในตราสารประเภทอื่นที่มากขึ้น”
ถึงตอนนั้นก็เป็นไปได้ค่ะว่า เราจะเห็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายรูปแบบออกมาอีก ซึ่งโดยส่วนตัวดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ผู้ฝากเงินได้มีช่องทางในการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นแรงส่งให้เราต้องพัฒนาการจัดการการเงินส่วนบุคคลของเราให้มากขึ้นด้วย
แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ช่วงนี้เราจะยังคงเห็นการแข่งขันการระดมเงินฝากของแบงก์พาณิชย์อีกครั้ง ซึ่งนอกจากจะแข่งกันดึงเม็ดเงินใหม่ๆ แล้ว แบงก์ยังต้องพยายามรักษาฐานลูกค้าเก่าของตัวเองไว้อีกด้วยล่าสุด ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากคุ้มครองสุขภาพ ซึ่งเป็นเงินฝากประจำ 12 เดือนรับดอกเบี้ยสูง 2.40% ต่อปี สำหรับกลุ่มลูกค้าบุคคลธรรมดาที่เปิดบัญชีขั้นต่ำ 5 แสนบาท
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ออกบัญชีเงินฝากพิเศษ บัญชีเงินฝาก "คู่ขวัญ" ซึ่งเป็นเงินฝากออมทรัพย์ระยะสั้น ให้ดอกเบี้ย 1.5% คู่กับบัญชีเงินฝากประจำ 6 เดือน ให้ดอกเบี้ย 1.95% และโปรแกรมเงินฝากออมทรัพย์ระยะยาว ดอกเบี้ย 1.5% คู่กับบัญชีเงินฝากประจำ12 เดือน ดอกเบี้ยสูง 2.15%
และ ธนาคารกรุงเทพ ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ oStep Plus 15 เดือน โดยเดือนที่ 1-6 อัตราดอกเบี้ย 1.75% ต่อปี เดือนที่ 7-12 อัตราดอกเบี้ย 2.25% ต่อปี เดือนที่ 13-15 อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 4.50% ต่อปี เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 2.6% เมื่อหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากอีก 15% อัตราดอกเบี้ยสุทธิของแคมเปญนี้จึงอยู่ที่ 2.21%
สัปดาห์ก่อนโน้นเช่นกัน มีคุณผู้อ่านถามว่า ได้ข่าวว่าธนาคารออมสินจะออกสลากออมสินพิเศษ 5 ปี ราคาหน่วยละ 100 บาท ให้ผลตอบแทน 10.5% ดิฉันถึงกับอึ้งว่า ดอกเบี้ยอะไรจะถล่มทลายปานนั้น ซึ่งความจริงก็คือ ดอกเบี้ย 10.5% สำหรับระยะเวลา 5 ปีนะคะ เฉลี่ยแล้วก็ปีละ 2.1% ซึ่งผลตอบแทนประมาณนี้สามารถหาได้จากเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ที่มีระยะเวลาสั้นกว่า เพียงแต่ที่ได้ลุ้นก็คือ โอกาสในการถูกรางวัล
พอวนเข้าเรื่องโชคชะตา บุญพาวาสนาส่งแบบนี้ ก็ต้องบอกตามตรงว่า แนะนำ (แทน) กันไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวจะกลายเป็นขัดลาภกันเปล่าๆ
ขวัญชนก วุฒิกุล
[email protected]



