
จัดเต็มรสชาติบรรยากาศอิงฟ้าสีน้ำเงิน
บางครั้งคนตั้งใจไปรับประทานอาหาร อาจเปลี่ยนใจกลางอากาศเมื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศเบื้องหน้าที่มีดีให้ดื่มด่ำมากกว่าอาหารจานเด่นบนโต๊ะ แต่อารมณ์สุนทรียเรื่องกินดื่มจะให้น้ำหนักเอนไปทางไหนมากกว่าคงจะไม่เวิร์กแน่
ยิ่งมีโอกาสได้มาทำความรู้จักกับ "บลู สกาย" บนยอดตึกชั้น 24 โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ กรุงเทพฯ ที่แม้บ้านใกล้เรือนเคียงแหล่งช็อปปิ้งของคนลาดพร้าวจะเพิ่งปิดปรับปรุงไป แต่คงไม่เกี่ยวกับความโรแมนติกบนนี้ที่น่ารื่นรมย์ทั้งอาหารลิ้นและอาหารตา
ที่แน่ๆ มุมมองแบบ 360 องศาเห็นวิวสวนรถไฟเขียวขจี ตัดกับแสงไฟพาดผ่านบนทางด่วนโทลล์เวย์คงทำให้หลายคนหลับตานึกว่ากำลังอยู่บนฟ้า มีสายลมเย็นๆ มาปะทะ แล้วท้องฟ้ายามหัวค่ำที่ฉาบด้วยสีน้ำเงินเข้มก็เป็นใจให้คู่รักอยากทำสวีทหวานชนิดลืมแคร์สายตาโต๊ะข้างๆ กันทีเดียว เอาล่ะอย่างที่บอกว่ามาร้านอาหารคงไม่ได้มุ่งกินแต่บรรยากาศ บลู สกาย มีความอร่อยจากฝีมือพ่อครัวใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส ชอง-คล็อด พิชอน ซึ่งหนุ่มตาน้ำข้าวคนนี้นอกจากจะปรุงอาหารได้อร่อยแล้วไอเดียยังล้ำสร้างสรรค์รสชาติและหน้าตาอาหารที่แตกต่างจากที่อื่น
และที่ลูกค้ามักเอ่ยปากถามอยู่เรื่อยๆ ก็มีทั้งเมนูเรียกน้ำย่อย พาสต้า ซุป จานหลัก เริ่มจากจานเด่นยั่วน้ำลายอย่าง เนื้อวากุคาปาริโอ เขาใช้เนื้อนอกจากออสเตรเลียทั้งที่ยังดิบๆ สไลด์บางๆ แล้วราดด้วยน้ำสลัด ที่ปรุงจากเกลือ พริกไทย น้ำมันมะกอก และเลม่อน กลิ่นหอมดีส่วนรสชาติก็เปรี้ยวๆ ตัดกับเนื้อดิบนุ่มๆ เรียกน้ำย่อยได้ไม่แพ้วอร์ม แอพพิเซอร์ อีกจานอย่าง หอยเชลล์อลาสกา ราดซอสถั่ว รู้กันอยู่แล้วว่าเนื้อหอยเชลล์แน่นๆ นั้นเคี้ยวง่ายกุบกับๆ ยิ่งนำไปกลิ้งกับกะทะให้พอสุกแบบมีเดียมเหมือนสเต๊กเสิร์ฟพร้อมซอสกรีนพี กินคู่ผักเมดิเตอร์เรเนียน ใครชอบรสชาติเบาๆ น่าจะถูกใจ
มาถึงจานหลักยอดฮิตไม่สั่งไม่ได้ และดูเหมือนว่าจะเหมาะกับสาวๆ ที่กินน้อยไขมันต่ำ นั่นคือ ปลาหิมะอบเสิร์ฟกับถั่วพีและเบคอน พร้อมบีทรูทกรอบสีสันน่ากิน รสชาติเปรี้ยวนำที่สำคัญหอมเนยที่ใช้ผัดปลาหิมะมากๆ หรือสำหรับหนุ่มๆ ที่มองว่าเบาไปแนะนำให้สั่ง สเต๊กเนื้อเทนเดอร์ลอย นำเข้าจากอเมริกา เสิร์ฟพร้อมมันบด และผักโขมผสมเห็ด ราดซอสครีมพริกไทยหอมฉุย ชิ้นเดียวรับรองอยู่
จบจานหลักแล้วอยากให้ลองของหวานน่าตาสวยงามรสชาติโดนๆ อย่าง แบล็กฟอเรสเต๊ก ฟังไม่ผิดและอย่าแย้งว่าตกลงเป็นสเต๊กหรือของหวาน เพราะชิ้นนี้ทำจากเค้กผลไม้แต่สีอาจจะคล้ำหน่อย ที่เก๋ไก๋คือเสิร์ฟมาพร้อมเกล็ดหิมะผสมไวน์แดงคล้ายน้ำแข็งใส พอตักพร้อมเค้กรสชาติแปลกดี
คือที่นี่สไตล์อาหารของเขาจะออกแนวฟิวชั่นไม่ฝรั่งเศสจ๋า ไม่เมดิเตอร์เรเนียนเพียวๆ แต่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนล และปรับให้เข้ากับลิ้นลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานขึ้นมาเฮฮาปาร์ตี้กันหลังเลิกงาน โดยเฉพาะคู่รักที่อยากโรแมนติกในมุมค่อนข้างส่วนตัว จึงไม่แปลกหากจะมีบาร์ลอยฟ้าคอยปรุงเครื่องดื่มซาบซ่าเย็นชื่นใจไว้บริการคนอยากชิลเอาท์ อย่างค็อกเทลชื่อเดียวกับร้านสีออกเขียวน้ำเงิน บลู สกาย ผสมจากเหล้ารัมย์ บลูคอราโซ น้ำมะนาว น้ำสับปะรด และน้ำเชื่อมเล็กน้อย แค่สีก็กินขาดส่วนรสชาติเข้มนิดๆ ต้องลอง แต่ถ้าชอบดีกรีลดลงหน่อยน่าจะเป็นค็อกเทลสีทับทิมอย่าง พริตตี้ วูเมน ส่วนผสมที่นอนกลิ้งอยู่ในแก้วก็มีวอดก้า เชอรี่บรั่นดี น้ำแคนเบอรี่ น้ำสับปะรด น้ำทับทิม และน้ำเชื่อม รสชาติเบาๆ สาวๆ ร้องกรี๊ด!
อารมณ์เริ่มมาคืนนี้ท่าทางจัดยาว ร้านเปิดตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงตีสอง มีมุมให้เลือกชิลเอาท์ราว 100 ที่นั่ง และไม่ต้องกังวลว่าจะมีแต่เสียงลมพัด เขาปล่อยเพลงแจ๊สเข้ากับบรรยากาศตลอดคืน ยิ่งคืนไหนที่พระจันทร์เต็มวงยิ่งรื่นหูด้วยวงดนตรีแนวแจ๊สมากล่อมกันสดๆ สงสัยเรื่องไหนหรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมโทรศัพท์ไปถามไถ่ได้ที่เบอร์ 0-2541-1234 ต่อ 4178



