ข่าว

เขยโหดยิงแม่ยาย-ครอบครัวดับ6ศพ

เขยโหดยิงแม่ยาย-ครอบครัวดับ6ศพ

19 ก.พ. 2554

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านปืนโหดยิงแม่ยาย น้องเมีย พร้อมญาติดับยกครัว 6 ศพ สุดอนาถหญิงท้อง 8 เดือนยังไม่เว้น เผยหลังก่อเหตุลากลูกเมียขึ้นรถหลบหนี ขณะที่ตำรวจสุราษฎร์ธานีสั่งล่าตัว คาดปมแค้นส่วนตัว-แบ่งที่ดินไม่ลงตัว

เหตุการณ์สะเทือนขวัญลูกเขยยิงแม่ยายพร้อมญาติยกครัว 6 ศพ เมื่อเวลา 15.20 น.วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ.สุรินทร์ ใจแน่ ร้อยเวร สภ.เสวียต อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 42 บ้านกอไพล หมู่ 3 ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์ศิรินทร์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.วิสุทธิ์ ภู่พันธ์ศรี ผกก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สงคราม วรรณะ ผกก. พ.ต.ท.ธวัช เนียมละออง รอง ผกก.สส.เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เขต 8 เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี

 ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ตั้งอยู่กลางสวนยางพาราพื้นที่นับร้อยไร่ มีนายณรงค์ นาคบุญช่วย อายุ 34 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพื้นที่ดังกล่าวเป็นเจ้าของบ้าน โดยที่หน้าบ้านเป็นลานรับซื้อเศษยาง ตรวจสอบบริเวณห้องโถงภายในบ้านพบศพนายอนุสรณ์ ชัยสังข์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 193/301 หมู่ 1 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร สภาพนอนตะแคงขวาเสียชีวิตกับพื้น สวมเสื้อยืดกีฬาสีเหลือง-ดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ลำคอขวา 1 นัด

 ส่วนบริเวณสวนยางพาราห่างจากตัวบ้านประมาณ 20 เมตร พบศพนางเพ็ญศรี บัวชู อายุ 57 ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 3 ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดกับพื้น สภาพแต่งกายสวมเสื้อและกางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันที่ขมับขวา 1 นัด และกกหูขวา 1 นัด ใกล้กันพบศพนางภาภรณ์ สรรพากร อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ 4 ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี สภาพนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว มีบาดแผลถูกยิงที่หน้าผาก 1 นัด และกกหูซ้าย 1 นัดห่างออกไปประมาณ 3 เมตร พบศพนางวัลภา บัวชู อายุ 34 ปี ลูกสาวนางเพ็ญศรี และอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ท้องแก่ประมาณ 8 เดือน นอนหงายจมกองเลือด สภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา นุ่งผ้าถุงลายดอกไม้เหลือง-ส้ม มีบาดแผลถูกยิงลำคอ 1 นัด ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกกระจายอยู่จำนวน 9 ปลอก หัวกระสุนจำนวน 1 หัว เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

 นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ทราบชื่อคือ นายสุเทพ วิชัยดิษฐ์ อายุ 58 ปี สามีนางอาภรณ์ มีบาดแผลถูกยิงลำคอ 1 นัด อาการสาหัส แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีกรายเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลวิภาวดี ทราบชื่อนายพงษ์ชนะ ชัยสังข์ อายุ 30 ปี พี่ชายนายอนุสรณ์ มีบาดแผลถูกยิงที่หน้าท้อง แพทย์ช่วยเหลืออาการพ้นขีดอันตราย

 จากการสอบสวนนายพงษ์ชนะทราบว่า ผู้ตายทั้งหมดเป็นเครือญาติกัน โดยนางเพ็ญศรี และนางวัลภา เป็นแม่ลูกกัน ส่วนนายสุเทพ และนางภาภรณ์ เป็นสามีภรรยา ส่วนตนและนายอนุสรณ์ เป็นพี่กับน้อง และมีศักดิ์เป็นหลานของนางเพ็ญศรี ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายณรงค์ นาคบุญช่วย เป็นสามีของนางพนิดา นาคบุญช่วย อายุ 36 ปี ลูกเขยของนางเพ็ญศรี โดยหลังจากก่อเหตุได้พานางพนิดา และลูกๆ รวม 5 คน หลบหนีไปกับรถกระบะมาสด้า แบบ 4 ประตู สีขาว จำหมวดอักษรไม่ได้ ทะเบียน 3064 สุราษฎร์ธานี

 นายพงษ์ชนะ กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งสร้างบ้านอยู่ในละแวกใกล้เคียงและมีอาชีพทำสวนยางพาราได้มาที่บ้านพักของนายณรงค์ เพื่อพูดจาตกลงปัญหาเกี่ยวกับการแบ่งที่ดินสวนยางพารา และเคลียร์เรื่องบาดหมางใจระหว่างนายณรงค์กับนางวัลภา ที่มีปากเสียงระหองระแหงกันมาตลอด กระทั่งเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ทำให้นายณรงค์ บันดาลโทสะใช้อาวุธปืนไล่ยิง นายอนุสรณ์ เสียชีวิตเป็นรายแรก และไล่ยิงแม่ยาย น้องเมียและญาติๆ เสียชีวิต และบาดเจ็บ ก่อนบังคับพาภรรยาและลูกๆ ขึ้นรถหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามสกัดเส้นทางหลบหนีแต่ยังไร้วี่แวว


 ด้าน พล.ต.ต.ปวีณ  กล่าวว่า  เบื้องต้นตำรวจตั้งปมเรื่องขัดแย้งผลประโยชน์เกี่ยวกับสวนยางพารา และเรื่องส่วนตัวระหว่างนายณรงค์กับนางวัลภา น้องเมีย หลังเกิดเหตุให้กำชับทุกพื้นที่เร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาให้ได้โดยด่วน เพราะเป็นเหตุสะเทือนขวัญ พร้อมประสานความร่วมมือไปยังผู้นำท้องถิ่น และญาติของผู้ต้องหา เพื่อประสานให้มามอบตัว ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนจะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดนั้นต้องรอสอบปากคำจากพยานผู้รอดชีวิตและญาติ ซึ่งคาดว่าจะสามารถคลี่คลายคดีได้ในเร็วๆ นี้