
จับดต.นอกรีดเรียกค่าไถ่ชาวลาว5ล.
ตำรวจธาตุพนมซ้อนแผน จับดาบตำรวจกองปราบพร้อมเพื่อน เรียกค่าไถ่ชาวลาวยกครอบครัว 5 ล้าน จ่อออกหมายจับเพิ่มอีก 5 ราย
(19ก.พ.) เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ธีทัต อิ่มทั่ว รอง ผบก.ภ.จว.นครพนมพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ ผกก.สภ.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.ท.เจนพล พลเยี่ยม รอง ผกก.(ป) และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ธาตุพนม ได้วางแผนจับกุม ด.ต.อภินันท์ ทรงบัณฑิต ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปป.กก.2 ปคบ) หลังพบว่ามีพฤติกรรมร่วมกันเรียกค่าไถ่ครอบครัวชาวลาว พร้อมของกลางรถยนต์ใช้กระทำความผิด ยี่ห้อ โตโยต้าอัลติส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียนปลอม กพ- 8655 กทม. และอาวุธปืน ขนาด .38 และเครื่องกระสุนอีกจำนวน 6 นัด
พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ ผกก.สภ.ธาตุพนม กล่าวว่า 23.00 น. วันที่ 18 ก.พ.54 จ.ส.อ.ประสิทธิ์ โพธิ์อ่อน ทหารสังกัดหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ญาติผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ไพฑูรย์ วิเศษวุธพนักงานสอบสวน สบ.3 สภ.ธาตุพนม ว่า นายวงไชย ธรรมวงค์ อายุ 40 ปี พร้อมด้วย นางดอก ธรรมวงค์ อายุ 40 ปี และ ด.ญ.โมรา ธรรมวงค์ อายุ 4 ขวบ ลูกสาว ซึ่งเป็นชาวบ้านหนองบัว เมืองสองคอน แขวงสะหวันเขต สปป.ลาว ที่มีอาชีพทำธุรกิจค้าขายอยู่ฝั่ง สปป.ลาว
ได้ถูกกลุ่มคนร้ายอ้างว่าเป็นตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด จับตัวไปบริเวณด่านข้ามแดนในเขตเทศบาลธาตุพนม ซึ่งเป็นช่วงที่เปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ซึ่งหลังจากการลักพาตัวแล้ว มีการติดต่อมาทางญาติเรียกค่าไถ่เป็นเงินจำนวน 5 ล้านบาท
และขู่ฆ่าทั้งครอบครัวหากไม่นำเงินมาไถ่ตัว จนกระทั่งตำรวจชุดสืบสวนได้มีการวางแผนเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาดังกล่าวได้ แต่คนร้ายบางส่วนได้ใช้อาวุธปืนต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลบหนีไปได้
พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ ผกก.สภ.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กล่าวว่าอีกว่า สำหรับคดีนี้มีความซับซ้อนจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนโดยละเอียดในการขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย โดยจากการสอบสวนผู้เสียหายได้ให้การว่า ไม่เคยรู้จักกับผู้ต้องหา เหตุเกิดขณะเดินทางข้ามมาบริเวณจุดข้ามแดนชั่วคราวในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม จากนั้นได้มีชายไม่ทราบชื่อจำนวน 5 คน เดินเข้ามาแสดงตัวอ้างเป็นตำรวจ และนำตัวขึ้นรถเพื่อพาไปสอบสวนเกี่ยวกับคดีพัวพันยาเสพติด พร้อมได้เรียกเงินจากผู้เสียหายเป็นเงิน 5 ล้านบาท หากไม่ได้จะฆ่าหมดทุกคน ทางผู้เสียหายจึงได้นำเงินสดที่ติดตัวมา 1 แสนบาท พร้อมแหวนเพชร มูลค่าประมาณ 3 แสน และสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือ จำนวน 4 เส้น น้ำหนักรวมประมาณ 5 บาท ให้กลุ่มคนร้ายที่นั่งมาในรถที่ขับตระเวนไปจนถึง จ.อุบลราชธานี เพื่อไปนำเงินจากญาติมาให้อีก 3 แสน บาท ก่อนปล่อยตัว นางดอก ธรรมวงค์ อายุ 40 ปี ภรรยา ให้ไปติดต่อญาติฝั่งลาว หาเงินมาให้ครบ 5 ล้านบาท จากนั้นจึงได้มีการประสานติดต่อให้ญาติมาแจ้งความที่ สภ.ธาตุพนม และตำรวจจึงวางแผนติดต่อให้กลุ่มคนร้ายมารับเงินที่เหลือ บริเวณด่านผ่านแดนชั่วคราว ในเวลาประมาณ 02.00 น.
ทั้งนี้เมื่อมีการแสดงตัวจับกุม กลุ่มคนร้ายที่ขับรถมาทั้งหมด 3 คัน จึงได้มีการยิงต่อสู้หลบหนีไปได้บางส่วน และจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวได้ พร้อมช่วยเหลือตัวประกันทั้งหมดกลับมา ซึ่งสอบสวนทางผู้เสียหายยังยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย
พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ ผกก.สภ.ธาตุพนม กล่าวอีกว่า ส่วน ด.ต.อภินันท์ ทรงบัณฑิต ผู้ต้องหา เบื้องต้นให้การว่า มาปฏิบัติหน้าที่กับเพื่อนร่วมงานที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ ขอความร่วมมือมาสนับสนุน จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติด ส่วนมีการลักพาตัวเรียกค่าไถ่นั้นไม่ทราบ ไม่รู้เห็น ทางตำรวจจึงได้มีการตั้งข้อหา มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น ซึ่งอายุไม่เกิน 15 ปีหรือร่วมกันเรียกค่าไถ่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยใช้อุบายหลอกลวง ใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันปล้นทรัพย์สินโดยมีอาวุธปืนไปด้วย และออกหมายจับเพื่อนอีก 5 ราย มาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นยังมุ่งประเด็นเกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด และยาเสพติด เพราะสอบสวนพบมีการจ่ายเงินจำนวนมากตามผู้เสียหายอ้างจริง ที่จะต้องมีการติดตามจับตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนอย่างละเอียดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ต้องหายังไม่ให้มีการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน.



