ข่าว

DSIประสาน'พาณิชย์'อายัดน้ำมันมรกต

DSIประสาน'พาณิชย์'อายัดน้ำมันมรกต

19 ก.พ. 2554

ดีเอสไอประสานก.พาณิชย์อายัดน้ำมัน 1,400 ตัน หลังพบบ.มรกตผลิตเพียง 3,600 ตัน เร่งตรวจสอบกฎหมายให้อำนาจโรงงานหักคืนน้ำมันปาล์มจากโควตานำเข้าได้หรือไม่ ด้าน"อภิสิทธิ์"ไฟเขียวDSIสอบ"ส" "พ"ได้ประโยชน์จากปาล์ม

(19ก.พ.) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจสอบเอกสารการผลิตน้ำมันปาล์มดิบแยกไขของบริษัทมรกตอินดัสตรีส์ จำกัด ตามจำนวนโควต้าที่ได้รับการจัดสรรจากองค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่า ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ โรงงานแห่งนี้ได้รับการจัดสรรโควตาน้ำมันปาล์มจำนวน 5,000 ตัน เพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำมันชนิดบรรจุขวดได้ 3,800,000 ขวด ซึ่งจากการตรวจสอบ ดีเอสไอพบน้ำมันปาล์มดิบแยกไขถูกเก็บอยู่ในถังจำนวน 1,400 ตัน สามารถนำไปผลิตเป็นน้ำมันบรรจุขวดได้ 960,000 ขวด

 ซึ่งน้ำมันส่วนที่เหลือทางโรงงานชี้แจงว่า ในช่วงที่วัตถุดิบขาดแคลนกระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้โรงงานนำน้ำมันในสต็อกออกมาผลิตและจัดจำหน่ายไปก่อน เมื่อได้โควต้าจากการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากประเทศมาเลเซียทางโรงงานจึงทดคืนน้ำมันปาล์มส่วนที่ผลิตไปให้ล่วงหน้า เบื้องต้นดีเอสไอจะมีหนังสือขอให้กรมการค้าภายในอายัดน้ำมันจำนวน 1,400 ตัน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่า สามารถคืนน้ำมันให้โรงงานได้หรือไม่ เนื่องจากสัญญาการนำเข้าน้ำมัน 30,000 ตัน ระบุว่าโรงงานที่ได้รับการจัดสรรต้องนำไปผลิตน้ำมันจุกฟ้า เพื่อกระจายการจำหน่ายให้ทั่วถึง

 พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่แจ้งข้อกล่าวหากับบริษัท และยังไม่สรุปว่ามีความผิดเรื่องกักตุนสินค้าควบคุมจนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องเอกสารหลักฐานและระเบียบกฎหมายจากกรมการค้าภายใน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 วันนี้ ในระหว่างนี้ดีเอสไอจะตรวจสอบให้ครบทั้ง 10 โรงงานที่ได้รับการจัดสรรโควต้า ซึ่งเดิมวางแผนที่จะเข้าตรวจค้นพร้อมกันทั้ง 10 แห่ง แต่ติดขัดตรงที่ดีเอสไอไม่มีอำนาจตรวจค้น ต้องใช้อำนาจของเจ้าพนักงานพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามพ.ร.บ.สินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 แต่เจ้าพนักงานของกระทรวงพาณิชย์ติดภารกิจอื่นทำให้ส่งเจ้าพนักงานมาทำงานร่วมกับดีเอสไอได้เพียง 2 คน และยอมรับว่าการทำงานในช่วงนี้อาจยากลำบากเพราะต้องประสานให้โรงงานทราบล่วงหน้าว่าจะมีการเข้าตรวจสอบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การอายัดน้ำมันจะใช้เวลานานแค่ไหนเพราะโรงงานอาจกล่าวหาว่าการอายัดของดีเอสไอเป็นตัวการทำให้น้ำมันยิ่งขาดตลาด พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า จะใช้เวลาตรวจสอบเร็วที่สุด ตรงกันข้ามหากดีเอสไอไม่ทำงานหรือไม่ขอให้อายัด เราอาจไม่พบน้ำมันจำนวน 1,400 ตันนี้ก็ได้

 รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวด้วยว่า สำหรับโรงงานที่ได้รับการจัดสรรโควตาน้ำมัน 10 แห่งประกอบด้วย บริษัทพืชปทุม จำนวน 6,000 ตัน บริษัทมรกต จำนวน 5,000 ตัน บริษัทชุมพรอุตสาหกรรม จำนวน 4,650 ตัน บริษัทล่ำสูง จำนวน 3,900 ตัน บริษัทโอลีน จำนวน 3,600 ตัน บริษัทปาล์มออย จำนวน 1,950 ตัน บริษัทปาล์มธรรมชาติ จำนวน 1,200 ตัน บริษัทสมบูรณ์น้ำมัน พืชจำนวน 1,200 ตัน บริษัทเหล่าธงสิงห์ จำนวน 1,200 ตัน บริษัททีเอส จำกัด จำนวน 1,200 ตัน

 ต่อมาเวลา 15.00 น.วันเดียวกัน ที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขน้ำมันปาล์ม ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเตรียมที่จะประชุมวันที่ 22 ก.พ.นี้โดยคุยกับตนและมีการพูดคุยทางเลือกต่างๆที่มีมาตรการเพิ่มเติมในการเร่งแก้ไขปัญหา ซึ่งมีหลายทางเลือกแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อีกทั้งขณะนี้นายสุเทพเร่งดูข้อมูลรายละเอียดต่างๆคิดว่าวันที่ 22 ก.พ.สามารถเดินหน้าหาข้อยุติได้ รายละเอียดทั้งหมดนายสุเทพจะเป็นผู้ชี้แจง

 ผู้สื่อข่าวถามถึงความผิดปกติของดีเอสไอ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบภาคเอกชนในการผลิตน้ำมันปาล์มและทำให้เอกชนรู้ตัวล่วงหน้า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามทางดีเอสไอ เพราะตนมอบหมายให้มีการทำงานอิสระในการตรวจสอบ เมื่อถามย้ำว่าจะไม่เป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางดีเอสไอต้องไปทำอย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญขณะนี้จะทำอย่างไรที่จะเร่งให้มีน้ำมันเพียงพอกับประชาชนซึ่งเดือดร้อนอย่างมาก จากปัญหาขาดแคลนและมีราคาที่สูง อย่างไรก็ตามราคาในตลาดโลกขณะนี้ค่อนข้างจะสูงอยู่ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง ซึ่งนายสุเทพรวบรวมและดูประเด็นทั้งหมดเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือให้เร็วที่สุด และจะทำอย่างโปร่งใส่

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีข้อกล่าวหาที่มีนักการเมืองชื่อย่อ ส. และพ. ซึ่งได้รับผลประโยชน์จากปัญหาที่เกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ดีเอสไอตรวจสอบได้ทั้งหมด เราไม่ได้ไปบอกว่าห้ามตรวจสอบใคร เพราะฉะนั้นดีเอสไอต้องตรวจสอบทั้งหมด เมื่อถามย้ำว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองการตรวจสอบมักสาวไปไม่ถึงได้มีการมอบนโยบายอย่างไรไปบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและดีเอสไอก็เดินหน้าทำงานตามปกติ