ข่าว

ปภ.เตือน4จังหวัดอีสานใต้รับภัยแล้ง

ปภ.เตือน4จังหวัดอีสานใต้รับภัยแล้ง

19 ก.พ. 2554

ปภ.เขต5 นครราชสีมา สั่ง 4 จังหวัด เตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง พร้อมระดมรถบรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ในขณะที่ ผอ.สำนักชลประทานที่ 8 โคราช ยอมรับจนปัญญาแก้ไขปัญหาลำน้ำมูลแห้งขอด เหตุอยู่ไกลจากอ่างเก็บน้ำหลักกว่า 100 กิโลเม

(19ก.พ.) นายวัลลภ เทพภักดี ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา เปิดเผยว่า สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและร้อนจัดในบางพื้นที่ ประกอบกับมีปริมาณฝนตกน้อยในระยะนี้ ส่งผลให้หลายพื้นที่ประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ประจำปี พ.ศ. 2554 ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการและประสานการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ 4 จังหวัด อีสานตอนล่าง ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ประกอบด้วย นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์  โดยได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์และรวบรวมข้อมูลพื้นที่ประสบภัยแล้ง

 รวมทั้งประสานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งอย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกล รถบรรทุกน้ำ จำนวน 19 คัน เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 6 เครื่อง ชุดเป่าล้างและพัฒนาบ่อน้ำบาดาล รถผลิตน้ำดื่ม ให้อยู่ในสภาพพร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาความความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยแล้งอย่างทันท่วงที ซึ่งหากประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา

  ด้านหม่อมหลวงอนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าปัจจุบันภายในอ่างเก็บน้ำต่างๆของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำมูลของจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 4 แห่ง จะมีปริมาณน้ำอยู่เกิน 80 % ทุกแห่ง  อย่างไรก็ตามทางอ่างเก็บน้ำทั้งหมด ไม่สามารถที่จะเพิ่มปริมาณการระบายน้ำลงแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ในลำน้ำมูลซึ่งแห้งขอดหลายจุดที่ อ.พิมายได้ เนื่องจาก เส้นทางของสายน้ำแต่ละสายนั้นมีระยะทางที่ยาวไกลมากกว่า 100 กิโลเมตร และตลอด 2 ข้างทางของลำน้ำมีเกษตรกรที่จะสูบเพื่อนำไปทำการเกษตรทำให้หากจะระบายน้ำเพื่อให้เดินทางไปถึงอ.พิมายต้องใช้น้ำจำนวนมหาศาล ซึ่งจะส่งผลกระทบกับแผนการบริหารจัดการน้ำที่ทางชลประทานได้กำหนดไว้

 ปัญหาลำน้ำมูลแห้งขอดเป็นช่วงๆเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องจากลำน้ำสายนี้เป็นลำน้ำที่ไม่ใหญ่มากนัก และไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง จึงทำให้ในช่วงฤดูน้ำหลาก น้ำก็จะไหลผ่านได้รวดเร็ว และลดระดับลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน พอถึงช่วงหน้าแล้งจึงมีสภาพเป็นอยู่อย่างที่เห็น ซึ่งก็อาจจะยังมีน้ำบางส่วนที่เหลืออยู่เหนือฝายกั้นน้ำ และประตูระบายน้ำเป็นช่วงๆ ซึ่งประชาชนต้องใช้น้ำส่วนนี้เพื่อการอุปโภคและบริโภค ซึ่งประชาชนในพื้นที่รู้ถึงปัญหานี้ดี และถึงแม้ว่าทางชลประทานจะพยายามหาสถานที่เพื่อทำเป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดกลาง และขนาดย่อมแต่ก็ติดปัญหาเนื่องจากประชาชนบางส่วนอาจจะได้รับผลกระทบเนื่องจากจะต้องถูกเวนคืนที่ดินบางส่วน จึงทำให้ปัญหานี้ไม่มีหนทางที่จะแก้ไข ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือประชาชนจะต้องปฏิบัติตามแผนการใช้น้ำที่หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ได้วางเอาไว้ ยุติการเพาะปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่