
พท.จ้องชำแหละปัญหาปาล์มในเวทีซักฟอก
พท.เตรียมชำแหละปัญหาปาล์มในเวทีซักฟอก ซัดอภิสิทธิ์-สุเทพจ้องปัดสวะให้กระทรวงพาณิชย์ เย้ยให้ไปยืมกระโปรง พรทิวามาใส่
(19ก.พ.) เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานปราบโกง พรรคเพื่อไทย (สปก. 401) แถลงข่าวถึงปัญหาราคาน้ำมันปาล์มแพงว่า หลังจากที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ออกมาระบุว่า ปัญหาน้ำมันปาล์มเกิดจากคนใกล้ชิดของนายกรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องและได้ประโยชน์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ปฏิเสธว่าไม่มีคนใกล้ชิดของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมันปาล์ม พร้อมท้าให้คุณหญิงสุดารัตน์เปิดเผยหลักฐาน และมอบข้อมูลให้กับส.ส.พรรคเพื่อไทยเพื่อใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ข้อมูลที่คุณหญิงสุดารัตน์พร้อมกับนักวิชาการของสถาบันสร้างสานอนาคตไทยได้ตรวจสอบออกมาสอดคล้องกับข้อมูลของพรรคเพื่อไทย
โดยเฉพาะปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มภายในประเทศในปี 2553 นั้น มีตัวเลขยืนยันอย่างชัดเจนว่าเพียงพอต่อการบริโภคอย่างเหลือเฟือ แต่ประเทศไทยกลับขาดแคลนน้ำมันปาล์มสำเร็จรูปที่จะใช้บริโภค คนไทยทั้งประเทศต้องเข้าคิวซื้อน้ำมันปาล์มกันตั้งแต่เช้ามืดเหมือนกับอยู่ในสภาวะสงครามและยังต้องซื้อน้ำมันปาล์มในราคาที่สูงกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า
น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังส่งผลให้ราคาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภคหลายรายการมีราคาสูงขึ้นด้วย พี่น้องประชาชน 67ล้านคนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นประมาณ 20 % ทันที โดยมีคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ได้รับประโยชน์จากการที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมราคาและบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน และผู้ที่ได้รับประโยชน์ทางอ้อมเป็นจำนวนเงินมหาศาลหลายหมื่นล้านบาทก็คือรัฐบาลที่สามารถขูดรีดภาษีจากประชาชนทุกคนจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่มากขึ้น สืบเนื่องจากการปล่อยให้สินค้าต่างๆราคาสูงขึ้น โดยสำนักงานปราบโกงจะนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้ตรวจสอบเชิงลึกตั้งแต่เดือนธ.ค. ร่วมกับข้อมูลจากนักวิชาการของสถาบันสร้างสานอนาคตไทยเสนอต่อคณะกรรมการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย เพื่อบรรจุลงในการอภิปรายครั้งนี้ จะชี้ให้พี่น้องประชาชนเห็นขบวนการฉ้อฉลที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐและทำให้ประชาชนทั้งประเทศต้องเดือดร้อนได้อย่างแน่นอน
นายการุณ โหสกุล สส.กทม.ในฐานะเลขานุการสำนักงานปราบโกง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ จะปฏิเสธความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ อย่าเอาแต่ผลักภาระให้กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ เหมือนเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น ถ้าทำอย่างนั้นก็ขอให้ไปยืมกระโปรงนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์มาใส่ดีกว่า



