
ผีใช้ตัวสำรอง บู๊เอฟเอรอบ 5
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมส่งผู้เล่นสำรองต้อนรับ ครอว์ลีย์ ทาวน์ ทีมนอกลีก ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 5 คืนวันนี้ (19 ก.พ.) ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ไม่มี เฟอร์นันโด ตอร์เรส
แต่ใช้ตัวจริงครบชุด ลงเล่นรอบ 4 นัดแข่งใหม่ รับมือ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตันที่ไม่มี หลุยส์ ซาฮา ที่บาดเจ็บ
ศึกฟุตบอลถ้วย "เอฟเอ คัพ" รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 3 คู่ เริ่มจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ ครอว์ลีย์ ทาวน์ ทีมนอกลีก ในเวลา 00.15 น.
เกมนี้เจ้าถิ่นมีนักเตะบาดเจ็บทั้ง ปาร์ค จี ซุง, ริโอ เฟอร์ดินานด์, โอเวน ฮาร์กรีฟส์, อันโตนิโอ บาเลนเซีย และจอนนี อีแวนส์ แต่ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเตรียมพักแข้งหลักแบบยกทีม เพื่อเก็บตัวเอาไว้ใช้งานในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ช่วงกลางสัปดาห์หน้า และเป็นการเปิดทางให้พวกตัวสำรองอย่าง อันเดอร์ส ลินเดอการ์ด, จอห์น โอเชีย, คริส สมอลลิง, ราฟาเอล, ดาร์รอน กิบสัน, กาเบรียล โอแบร์ตอง, ไมเคิล โอเวน และฮาเบียร์ "ชิชาริโต้" เฮอร์นันเดซ
ขณะที่ ครอว์ลีย์ ของ สตีฟ อีแวนส์ ที่มีสมญา "ปีศาจแดง" เช่นกัน ตอนนี้รั้งอันดับ 2 ของบลูสแควร์ลีก ตะลุยมาจากรอบแรกด้วยการเอาชนะ จุสลีย์, สวินดอน, ดาร์บี และทอร์คีย์ กลายเป็นทีมนอกลีกทีมที่ 6 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ผ่านเข้าถึงรอบนี้มาได้ โดยมีนักเตะตัวหลักอย่าง มิเชล คุยเปอร์ส, เกลน วิลสัน, ไคลด์ แม็คฟาดซีน, ดีน ฮาวล์, เซอร์จิโอ ตอร์เรส, เครก แม็คอัลลิสเตอร์ และมี แมทธิว ทับบ์ส เป็นดาวซัลโวประจำทีม
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จะลงเล่นเอฟเอคัพ เป็นนัดที่ 399 ถือว่าแข็งแกร่งมากในฟุตบอลถ้วยนี้ ลงเตะ 15 นัดหลังสุดโดนยิงแค่ 8 ลูก และไม่เคยโดนยิงเกินนัดละลูก มีแค่มิดเดิลสโบรช์ ที่ยิงได้ 2 ประตู ในเกมเสมอ 2-2 ในรอบ 6 ปี 2007 ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 1-0 ในเกมรีเพลย์ นอกจากนั้นไม่เคยเสียประตูให้ทีมนอกลีก ในการเล่น 4 หนหลัง แต่ในการเล่นกับทีมนอกลีก 3 หนหลัง จบลงด้วยการเสมอ
ส่วนเกมรอบ 5 ที่เหลืออีก 2 คู่ลงเตะในเวลา 22.00 น. เบอร์มิงแฮม พบ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ (ลีก วัน), สโต๊ค พบ ไบรท์ตัน (ลีก วัน)
ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี แชมป์ 2 สมัยซ้อน ต้องลงเล่นเกมรอบ 4 นัดรีเพลย์ ด้วยการกลับมาเฝ้าถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ในเวลา 19.30 น. หลังเกมแรกทำได้บุกไปไล่ตามตีเสมอ 1-1
เชลซี ที่ยิงใครไม่ได้มาแล้ว 180 นาที หลังจากเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 4-2 ถ้ายังยิงไม่ได้อีกจะเป็นหนแรกในรอบ 12 ปี ที่ยิงประตูไม่ได้ติดต่อกัน 3 นัด เกมนี้ "คาร์เล็ตโต้" คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเจ้าถิ่นหมดสิทธิใช้งาน เฟอร์นันโด ตอร์เรส ดาวยิงค่าตัวแพงที่ติดคัพไท เพราะเคยผ่านการลงเล่นถ้วยรายการนี้ให้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในเกมรอบ 3 แต่พร้อมส่งแข้งหลักอย่าง ปีเตอร์ เช็ก, จอห์น เทอร์รี, แฟรงค์ แลมพาร์ด, มิกกาแอล เอสเซียง, ฟลอรองต์ มาลูดา, นิโกลาส์ อเนลกา และดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงสนามเป็นตัวจริง โดยที่ เชลซี เจอกับ เอฟเวอร์ตัน มา 8 หน เป็นฝ่ายชนะถึง 6 ครั้ง และ ดร็อกบา ยิงได้ถึง 7 ประตู กับการเจอทีมทอฟฟี่ในพรีเมียร์ลีก และยิงได้ในรอบชิงชนะเลิศที่ชนะเอฟเวอร์ตัน 2-1 ปี 2009 ด้วย
ฝั่งทีมเยือนของ เดวิด มอยส์ จะไม่มี แจ็ค ร็อดเวลล์ กองกลาง กับ หลุยส์ ซาฮา กองหน้าที่ยังบาดเจ็บ นอกจากนั้นลงเล่นได้ครบทั้ง ทิม โฮเวิร์ด, ฟิล เนวิลล์, ซิลแวง ดิสแตง, ซีมุส โคลแมน, มารูยาน เฟลไลนี, มิเกล อาร์เตตา และทิม เคฮิล เป็นหน้าต่ำ ส่วนกองหน้าตัวเป้าเป็น เจอร์เมน เบคฟอร์ด สำหรับผู้ชนะจากเกมคู่นี้จะได้สิทธิเข้าสู่รอบ 5 ไปเฝ้ารังรับการมาเยือนของ "เดอะรอยัล" เรดดิ้ง ทีมดังจากลีกแชมเปี้ยนชิพ คืนวันอังคารที่ 1 มีนาคมนี้



