ข่าว

อินโดนีเซียย้ำไทย-เขมรต้องร่วมมือกัน

อินโดนีเซียย้ำไทย-เขมรต้องร่วมมือกัน

18 ก.พ. 2554

รมว.ต่างประเทศ อินโดนีเซีย ระบุ ไทยและกัมพูชา ต้องร่วมมือกัน เพื่อย้ำถึงความมุ่งมั่น ที่จะไม่ใช้กำลังความรุนแรงในการแก้ไขข้อพิพาทชายแดน เขมรย้ำไม่เปลี่ยนแปลง4ข้อเสนอหลักของฮุนเซน

 (18ก.พ.) นายมาร์ตี นาตาเลกาวา (Marty Natalegawa) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานหมุนเวียนอาเซียน กล่าวระหว่างการแถลงข่าว วันนี้ (18) ที่สโมสรสื่อมวลชนแห่งชาติ ของประเทศญี่ปุ่น ว่า ไทยและกัมพูชา "ต้อง" เสริมสร้าง หรือ ย้ำถึงความรับผิดชอบร่วมกัน ในจุดยืนของการไม่ใช้กำลัง-ความรุนแรงใดๆ ในการแก้ปัญหาระหว่างประเทศ และตนก็คิดว่า พันธกรณีนี้ ควรจะลงมือแก้ไขร่วมกัน ดีกว่าต่างคนต่างทำ

 นอกจากนี้ นายมาร์ตี ยังกล่าวด้วยว่า การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา จะต้องดำเนินการผ่านวิธีที่มีความประนีประนอม เนื่องจากทั้งสองประเทศ มีความคิดที่แตกต่างกันสิ้นเชิง โดยฝ่ายหนึ่งต้องการแก้ไขปัญหาผ่านแนวทางพหุภาคี ส่วนอีกฝ่าย ต้องการแก้ปัญหาในระดับทวิภาคี

เขมรย้ำไม่เปลี่ยนแปลง4ข้อเสนอหลัก

   ขณะที่สำนักข่าวด่วนกัมพูชา (ซีอีเอ็น) รายงานเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ อ้างคำกล่าว นายกอย เกือง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา กล่าวยืนยันจุดยืนว่ากัมพูชาจะไม่เปลี่ยนแปลง 4 ข้อเสนอ โดยสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เตรียมเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อให้มีการเจรจาหยุดยิงถาวรกับประเทศไทย ถึงแม้ไทยจะปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ทั้งยังได้กล่าวหาว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อน ซึ่งหากไทยคิดว่า กัมพูชาเป็นผู้ก่อกวน และเป็นเหยื่อของการโจมตีจากกัมพูชาแล้ว ประเทศไทยก็ไม่ต้องกลัวการที่จะมีผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศ เข้ามาในพื้นที่ และในความเป็นจริงที่ประเทศไทยปฏิเสธผู้สังเกตการณ์จากประเทศในกลุ่มอาเซียนนั้น ก็เพราะกลัวการถูกเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง

 ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สมเด็จฮุน เซน ได้เปิดแถลงข่าวเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาเปิดเจรจาหยุดยิงถาวรขึ้น โดยได้ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ คือ 1.กัมพูชาและไทย เห็นพ้องยุติการสู้รบอย่างถาวร จะไม่มีการขัดกันด้วยอาวุธกันอีกต่อไป 2.ห้ามเคลื่อนย้ายกองกำลังให้ทั้งสองฝ่ายคงกองกำลังในจุดเดิม เพื่อรอการแสวงหาข้อยุติเกี่ยวกับการวัดและปักปันเขตแดน 3. กัมพูชาและไทยจะส่งเสริมให้ผู้บัญชาการกองทัพของสองประเทศ เปิดการเจรจาปรับปรุงความร่วมมือ เพื่อทำให้สถานการณ์กลับไปยังสภาพก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 และ 4.กัมพูชาจะขอให้ประเทศอาเซียนช่วยควบคุมการหยุดยิง เพื่อรับประกันว่าข้อตกลงหยุดยิงจะถูกปฏิบัติใช้อย่างมีประสิทธิภาพ