
อินโดนีเซียย้ำไทย-เขมรต้องร่วมมือกัน
รมว.ต่างประเทศ อินโดนีเซีย ระบุ ไทยและกัมพูชา ต้องร่วมมือกัน เพื่อย้ำถึงความมุ่งมั่น ที่จะไม่ใช้กำลังความรุนแรงในการแก้ไขข้อพิพาทชายแดน เขมรย้ำไม่เปลี่ยนแปลง4ข้อเสนอหลักของฮุนเซน
(18ก.พ.) นายมาร์ตี นาตาเลกาวา (Marty Natalegawa) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานหมุนเวียนอาเซียน กล่าวระหว่างการแถลงข่าว วันนี้ (18) ที่สโมสรสื่อมวลชนแห่งชาติ ของประเทศญี่ปุ่น ว่า ไทยและกัมพูชา "ต้อง" เสริมสร้าง หรือ ย้ำถึงความรับผิดชอบร่วมกัน ในจุดยืนของการไม่ใช้กำลัง-ความรุนแรงใดๆ ในการแก้ปัญหาระหว่างประเทศ และตนก็คิดว่า พันธกรณีนี้ ควรจะลงมือแก้ไขร่วมกัน ดีกว่าต่างคนต่างทำ
นอกจากนี้ นายมาร์ตี ยังกล่าวด้วยว่า การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา จะต้องดำเนินการผ่านวิธีที่มีความประนีประนอม เนื่องจากทั้งสองประเทศ มีความคิดที่แตกต่างกันสิ้นเชิง โดยฝ่ายหนึ่งต้องการแก้ไขปัญหาผ่านแนวทางพหุภาคี ส่วนอีกฝ่าย ต้องการแก้ปัญหาในระดับทวิภาคี
เขมรย้ำไม่เปลี่ยนแปลง4ข้อเสนอหลัก
ขณะที่สำนักข่าวด่วนกัมพูชา (ซีอีเอ็น) รายงานเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ อ้างคำกล่าว นายกอย เกือง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา กล่าวยืนยันจุดยืนว่ากัมพูชาจะไม่เปลี่ยนแปลง 4 ข้อเสนอ โดยสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เตรียมเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อให้มีการเจรจาหยุดยิงถาวรกับประเทศไทย ถึงแม้ไทยจะปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ทั้งยังได้กล่าวหาว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อน ซึ่งหากไทยคิดว่า กัมพูชาเป็นผู้ก่อกวน และเป็นเหยื่อของการโจมตีจากกัมพูชาแล้ว ประเทศไทยก็ไม่ต้องกลัวการที่จะมีผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศ เข้ามาในพื้นที่ และในความเป็นจริงที่ประเทศไทยปฏิเสธผู้สังเกตการณ์จากประเทศในกลุ่มอาเซียนนั้น ก็เพราะกลัวการถูกเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สมเด็จฮุน เซน ได้เปิดแถลงข่าวเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาเปิดเจรจาหยุดยิงถาวรขึ้น โดยได้ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ คือ 1.กัมพูชาและไทย เห็นพ้องยุติการสู้รบอย่างถาวร จะไม่มีการขัดกันด้วยอาวุธกันอีกต่อไป 2.ห้ามเคลื่อนย้ายกองกำลังให้ทั้งสองฝ่ายคงกองกำลังในจุดเดิม เพื่อรอการแสวงหาข้อยุติเกี่ยวกับการวัดและปักปันเขตแดน 3. กัมพูชาและไทยจะส่งเสริมให้ผู้บัญชาการกองทัพของสองประเทศ เปิดการเจรจาปรับปรุงความร่วมมือ เพื่อทำให้สถานการณ์กลับไปยังสภาพก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 และ 4.กัมพูชาจะขอให้ประเทศอาเซียนช่วยควบคุมการหยุดยิง เพื่อรับประกันว่าข้อตกลงหยุดยิงจะถูกปฏิบัติใช้อย่างมีประสิทธิภาพ



