ข่าว

ธ.ก.ส.พร้อมรับโอนลูกหนี้กรุงไทยมูลหนี้2พันล.-แจงแค่บริหารจัดการช่วง15ปี

ธ.ก.ส.พร้อมรับโอนลูกหนี้กรุงไทยมูลหนี้2พันล.-แจงแค่บริหารจัดการช่วง15ปี

19 ก.พ. 2554

ธ.ก.ส.พร้อมรับโอนลูกหนี้เกษตรกรที่เข้าข่ายได้รับสิทธิปรับโครงส้รางหนี้ 50% จากธนาคารกรุงไทย มูลหนี้กว่า 2 พันล้านบาท แจงไม่จ่ายเงินรับซื้อแต่พร้อมบริหารจัดการให้ในช่วง 15 ปีนี้ ระบุหากเสียหายพร้อมแยกบัญชีพีเอส ขอรับชดเชยความเสียหายควบคู่ลูกค้าของธนาคารอีก

 นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้ธ.ก.ส.รับโอนลูกหนี้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรที่ลงทะเบียนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไว้จากธนาคารกรุงไทยเข้ามาที่ธ.ก.ส.นั้น ในเร็วๆ นี้จะหารือกับธนาคารกรุงไทยเพื่อหาข้อสรุปในการดำเนินการ โดยลูกหนี้กลุ่มนี้มีมูลหนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งในหลักการ ธ.ก.ส.คงไม่รับซื้อมาทั้งจำนวน แต่น่าจะเป็นการโอนหนี้มาให้ธ.ก.ส.ช่วยบริหารให้

 ทั้งนี้ หากสามารถติดตามหนี้คืนมาได้ เช่น หลังจากปรับลดหนี้ลง 50% และให้ทยอยจ่ายที่เหลือในระยะ 15 ปี ธ.ก.ส.ก็จะจ่ายเงินคืนให้กรุงไทย โดยคิดค่าธรรมเนียมในการบริหารติดตามตามความเหมะสม แต่หากเกิดความเสียหายในอนาคต ธ.ก.ส.สามารถแยกลูกหนี้กลุ่มนี้เข้ามารวมกับลูกหนี้ที่เข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารในบัญชีพีเอสเอ เพื่อขอเงินชดเชยจากรัฐบาลได้อยู่แล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก

 ส่วนการเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้ให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฯ ที่ลงทะเบียนปรับโครงสร้างหนี้แล้วนั้น ธนาคารได้ออกประกาศรายละเอียดชี้แจงไปยังสาขาแล้ว โดยผู้ได้รับสิทธิในการแก้ไขปัญหาก่อนจะเป็นเกษตรกรกลุ่มแรกที่ลงทะเบียนกับกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรและเป็นหนี้ไม่เกินรายละ 2.5 ล้านบาท ขึ้นทะเบียนก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ซึ่งมียอมรวม 8 หมื่นราย มูลหนี้ 11,313 ล้านบาท จำนวนนี้เป็นหนี้ของธ.ก.ส.มากที่สุดประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากเกษตรกรจำนวน 5.2 หมื่นราย

 โดยเกษตรกรจะได้รับการพักชำระต้นเงิน 50% และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อนและให้ผ่อนชำระหนี้ต้นเงินที่เหลือไม่เกิน 15 ปี ผู้เข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ต้องให้ความร่วมมือและยอมรับในการฟื้นฟูอาชีพ รวมทั้งต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มในช่วง 15 ปีนี้ หากทำไมได้เงื่อนไขต่างๆ ก็จะถูกตัดสิทธิทันทีและต้องกลับไปชำระหนี้ตามจำนวนเดิม

 สำหรับเกษตรกรกลุ่ม 2 ที่เป็นเอ็นพีแอลของธนาคารอีก 3.5 แสนรายบางส่วนเป็นสมาชิกกองทุนฯแต่ไม่ได้ไปลงทะเบียนไว้ โดยธ.ก.ส.มีมาตรการดูแลช่วยเหลืออยู่แล้ว ทั้งมาตรการลดต้นลดดอกเบี้ย ยืดระยะเวลาชำระหนี้และให้เงินกู้ใหม่เพื่อฟื้นฟูอาชีพโดยจะพิจารณาให้เป็นรายๆ ไป ส่วนกลุ่ม 3 ที่เป็นลูกหนี้ของสหกรณ์อีก 8 หมื่นรายนั้นยังไม่มีความชัดเจนต้องรอประเมินผลมาตรการแก้ปัญหาของ 2 กลุ่มแรกก่อนเพราะสหกรณ์เจ้าหนี้ถือเป็นนิติบุคคลต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติ