ข่าว

 ดีเดย์...ทยอยลดคุ้มครอง

ดีเดย์...ทยอยลดคุ้มครอง

19 ก.พ. 2554

ภารกิจการคุ้มครองเงินฝาก ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ.2551 จะเป็นการคุ้มครองผู้ฝากแต่ละรายในแต่ละสถาบันการเงินในจำนวนเงินจำกัด โดยจะมีการทยอยลดวงเงินคุ้มครอง เพื่อให้ผู้ฝากเงินและสถาบันการเงินได้มีเวลาในการปรับตัว

แรกเริ่มเดิมทีนั้น พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ได้กำหนดให้สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ต้องทยอยลดวงเงินคุ้มครองจากระดับเต็มจำนวน ตั้งแต่ปีที่ 2 ของการบังคับใช้ พ.ร.บ. (สิงหาคม 2552) เป็นคุ้มครองไม่เกิน 100 ล้านบาท  50 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท จนกระทั่งเหลือวงเงินคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทในปีที่ 5 (สิงหาคม 2555) 

 อย่างไรก็ดี วิกฤติการณ์ทางการเงินในประเทศสหรัฐที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2551 ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจการเงินของประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 เห็นชอบให้เพิ่มวงเงินคุ้มครองเงินฝาก เป็นคุ้มครองเต็มจำนวนจนถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2554 และเป็นไม่เกิน 50 ล้านบาท ในช่วงวันที่ 11 สิงหาคม 2554 ถึง 10 สิงหาคม 2555 หลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป  จะคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อรายผู้ฝากต่อสถาบันการเงิน 

 ปีที่ ระยะเวลาที่สถาบันการเงินปิดกิจการ จำนวนเงินที่คุ้มครอง 
 1 11 ส.ค.51  -  10 ส.ค. 52   เต็มจำนวน 
 2 11 ส.ค.52  -  10 ส.ค. 53   เต็มจำนวน 
 3 11 ส.ค.53  -  10 ส.ค. 54   เต็มจำนวน 
 4 11 ส.ค.54  -  10 ส.ค. 55  ไม่เกิน 50 ล้านบาท 
 5 11 ส.ค.55  เป็นต้นไป  ไม่เกิน 1 ล้านบาท 

 ดังนั้น ระหว่างวันที่ 11 สิงหาคม 2554-10 สิงหาคม 2555 หากมีกรณีสถาบันการเงินล้ม สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะจ่ายคืนให้ผู้ฝากไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนที่เกินจาก 50 ล้านบาทผู้ฝากขอรับคืนได้จากกระบวนการชำระบัญชีของสถาบันการเงินต่อไป

 ทั้งนี้ โดยทั่วไปในขณะนี้สภาวะเศรษฐกิจไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สถาบันการเงินมีฐานะมั่นคงภายใต้การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพสูง ประกอบด้วยผู้ที่มีเงินฝากเกิน 50 ล้านบาทมีอยู่จำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับผู้ฝากเงินทั้งระบบ และผู้ฝากเงินเหล่านี้เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุน สามารถดูแลตนเองได้เป็นอย่างดี จึงเชื่อมั่นว่าการลดวงเงินคุ้มครองที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 11 สิงหาคม 2554 จะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อระบบการเงิน

 และจากนั้นต่อไปอีกหนึ่งปี คือวันที่ 11 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป แม้ว่าวงเงินคุ้มครองจะลดลงเหลือ 1 ล้านบาท แต่การคุ้มครองดังกล่าวก็ยังครอบคลุมผู้ฝากเงินถึง 98.5% เชื่อว่าผู้ที่มีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาท หรือในส่วน 1.5% จะค่อยๆ พิจารณาปรับตัวโดยไม่ตื่นตระหนก อย่างไรก็ตาม การฝากเงินยังคงเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากผู้ฝากเงินจะได้รับผลกระทบก็ต่อเมื่อสถาบันการเงินล้ม ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากทีเดียว

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
 www.dpa.or.th