
ก้าวเล็กๆในห้องทดลอง...อีกก้าวใหญ่ๆสู่ดาวอังคาร
นับจากเดือนกรกฎาคม 2553 ถึงกุมภาพันธ์ 2554 ก็สิริช่วงเวลาได้ 8 เดือน หรือประมาณ 240 วัน ตัวเลขดังกล่าวสำหรับคนทั่วไปอาจจะไม่มีความหมายมากไปกว่าช่วงเวลาแห่งชีวิตได้ผ่านไปแล้วอีกเกือบ 1 ปี
แต่สำหรับอาสาสมัครในโครงการ “มาร์ส 500“ ที่กำลังปฏิบัติการทดลองการใช้ชีวิตในอวกาศระยะยาวเพื่อจำลองสภาพการเดินทางไปสู่ดาวอังคาร ที่ต้องใช้เวลานานข้ามปีกว่าจะเดินทางไปถึง และกลับมายังโลก เวลาดังกล่าวเป็นช่วงสำคัญแห่งชีวิตที่พวกเขาทั้งหกได้ใช้อย่างคุ้มค่าและน่ายกย่อง
อาสาสมัครทั้งหกต้องถูกขังอยู่ในยานอวกาศจำลอง ขนาดความกว้าง 3.6 เมตร ยาว 20 เมตร ในศูนย์วิจัยกลากรุงมอสโก และต้องถูกจับตามองพฤติกรรมตลอด 24 ชั่วโมง (ราวกับบ้านเอเอฟ) ไม่ว่าจะเป็นการนอน กิน หรือการทำงานอื่นใด ตลอด 256 วันที่ผ่านมา
จนเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ อาสาสมัคร 3 คนจึงได้ออกมาจากแคปซูลยานอวกาศจำลองเป็นครั้งแรก เพื่อทำภารกิจต่างๆ บนพื้นผิวดาวอังคารจำลองที่เต็มไปด้วยทรายละเอียด เช่นที่นักวิทยาศาสตร์คาดไว้ว่าพื้นผิวดาวแดงที่แท้จริงจะเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บตัวอย่าง หรือการปักธงองค์การอวกาศยุโรป (อีเอสเอ) ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดลอง มาร์ส 500 นี้ บนพื้นผิวดาวอังคารจำลอง
ภารกิจต่างๆ ของอาสาสมัครทั้งหกรายอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การอวกาศรัสเซียที่มีประสบการณ์จริงในการส่งนักบินอวกาศออกนอกโลก เพื่อเป็นการฝึกเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินให้มีความชำนาญในการบัญชาการ และแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ หากเกิดขึ้นจริงในอวกาศระหว่างการส่งนักบินอวกาศไปยังดาวอังคารจริงในอีก 20-30 ปีข้างหน้า
รัสเซียมีเป้าหมายที่จะส่งนักบินอวกาศไปยังดาวอังคารภายในปี 2583 การฝึกครั้งนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น
ต้องขอบคุณอาสาสมัครทั้งหก ที่ประกอบไปด้วย นายโรแมง ชาร์ลส (ฝรั่งเศส) นายดิเอโก เออร์บินา (อิตาลี) นายหวัง ยื่อ (จีน) นายอเล็กซี ไซเทฟ นายซูครอบ คามาลอฟ และ นายอเล็กซานเดอร์ สโมเลฟสกี้ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบินอวกาศของรัสเซีย และนายแพทย์ ที่ได้เข้าร่วมโครงการสำคัญเช่นนี้
ที่ทำให้ก้าวเล็กๆ ของมนุษย์โลก กลายเป็นก้าวใหญ่ในโครงการสำรวจพื้นที่ที่แสนห่างไกล...ดาวอังคาร



