ข่าว

มาร์คชี้ข้อเสนอสมบัติไม่มีพรรคไหนได้เปรียบ

มาร์คชี้ข้อเสนอสมบัติไม่มีพรรคไหนได้เปรียบ

18 ก.พ. 2554

"อภิสิทธิ์"ชี้ข้อเสนอสมบัติไม่มีพรรคไหนได้เปรียบ ระบุเป็นเรื่องระยะยาวที่สังคมต้องช่วยคิด ย้ำรบ.ปัจจุบันจบงานแก้รธน.แล้ว

 เมื่อเวลา 12.15 น.วันที่  18 ก.พ.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ถึงข้อเสนอของนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้พรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อเป็นอันดับ 1 เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และให้หัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงไม่ให้ฝ่ายนิติบัญญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ข้อเสนอของนายสมบัติเป็นข้อเสนอในเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก

 “ซึ่งผมเคยย้ำว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมต้องร่วมกันพิจารณาในระยะยาว ดังนั้นการวิจารณ์ว่าเป็นการชงให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้เปรียบในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนั้นคงไม่มี เพราะเรื่องของรัฐธรรมนูญในรัฐบาลชุดนี้ถือว่าจบแล้ว โดยการแก้ไขเพิ่มเติม 2 ประเด็นผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้วเดินต่อไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นอื่น ๆ นั้น ผมคิดว่าเป็นโจทย์สำหรับสังคมหรือสำหรับพรรคการเมืองในการเลือกตั้งที่จะนำเสนอว่าจะให้เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง”นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะนำเรื่องนี้ไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ เพราะสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญคือปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาสินค้ามีราคาแพง การเพิ่มรายได้ของประชาชนให้สามารถรับมือกับสถานการณ์สินค้าราคาแพง อย่างไรก็ตาม ตนขอให้ทางพรรคกลับไปพิจารณาข้อเสนอเหล่านี้ก่อน

 ต่อข้อถามว่าทำไมข้อเสนอดังกล่าวจึงสอดคล้องกับสิ่งที่นายกอร์ปศักดิ์  สภาวสุ  ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายเพื่อการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ พูดไว้ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่ยังมีเรื่องอีกมาก เช่น การอยู่ครบวาระ เป็นต้น สำหรับสิ่งที่นายกอร์ปศักดิ์ พูดนั้นเป็นการพูดเชิงการเมืองหลังการเลือกตั้งในระบบรัฐสภา ซึ่งที่จริงแล้วในระบบรัฐสภาก็ขึ้นอยู่กับประเพณีของแต่ละประเทศ และเราจะยิ่งเห็นว่าในระยะหลังมีหลายประเทศที่มีการเลือกตั้งแล้วไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก ซึ่งหลักใหญ่ของมันคือถ้าใครรวบรวมเสียงข้างมากได้ก่อน ก็เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และประเทศไทยก็มีประเพณีทำนองนั้นอยู่ ส่วนที่มีการพูดลักษณะที่ว่าพรรคใดที่มีคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อมากที่สุดควรจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลนั้น เป็นการพูดในเชิงของปัญหาความชอบธรรมที่มักมีการถกเถียงกันว่าคะแนนที่ประชาชนลงให้กับพรรคการเมืองเป็นการสะท้อนหรือไม่ว่าประชาชนต้องการให้พรรคนั้นเป็นรัฐบาล ก็เท่านั้นเอง

 เมื่อถามว่าคิดว่าหลังการเลือกตั้งครั้งใหม่ สภาพการณ์จะเป็นอย่างไรในการจับขั้วทางการเมือง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดอะไรกันเลย เพราะต้องรอดูผลการเลือกตั้งก่อน